การเดินทางไปมาเลเซีย

การเดินทางไปมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซียต้องเดินทางด้วยเครื่องบินจะสะดวกที่สุด เพราะถ้านั่งรถไป คงนั่งกันเมื่อยเลยทีเดียว แต่ถ้าท่านใดอยู่แถวหาดใหญ่หรือแถวภาคใต้ใกล้ๆ อยู่แล้ว จะขับรถไปหรือนั่งรถไฟไปผมว่าก็น่าสนุกดีไปอีกแบบครับ ส่วนการเข้าประเทศนั้นไม่ต้องขอวีซ่าครับ แต่ทำหนังสือเดินทางก็เดินทางไปได้แล้วครับ ^^

การทำหนังสือเดินทาง (Pass sport)

สามารถทำได้สะดวกมากครับ ถ้าพูดแบบย่อ คือ แค่นำบัตรประชาชน แล้วไปทำตามสถานที่ที่ระบุให้ทำได้ ซึ่งดูได้จาก เว็บกรมการกงสุล ได้เลยครับ แล้วชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท จากนั้นก็สามารถรอรับทางไปรษณีย์ หรือไปรับได้ด้วยตัวเองได้ตามสะดวกครับ หากไปรับเองประมาณ 3 วัน หากส่งทางไปรษณีย์ใช้เวลาประมาณ อาทิตย์นึงครับ ยังไงเผื่อเวลาทำก่อนการเดินทางจะดีมากครับ ^^

การทำหนังสือผ่านทางของรถยนต์

นักท่องเที่ยวจะต้องดำเนินการเตรียมเอกสารกรณีนำรถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้ามาเลเซียที่ หน่วยงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาของท่านเพื่อแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ขั้นตอนการขออนุญาตและเอกสารที่สำคัญประกอบด้วย

ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อฝ่ายใบอนุญาติเพื่อแปลใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ โดยมีเอกสารที่ต้องนำมามีดังต่อไปนี้สำเนาทะเบียนบ้าน ( Residence Registration )

  • สำเนาบัตรประชาชน ( Copy of ID Card )
  • สำเนาหนังสือเดินทาง ( Copy of Passport )
  • สำเนาใบอนุญาติขับขี่รถยนต์ ( A Driving License )
  • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป ( Photo 1’ 2 )
  • ค่าธรรมเนียม 25 บาท ถ้าติดต่อช่วงเช้าสามารถรับเอกสารได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น

สมุดทะเบียนรถยนต์ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อฝ่ายทะเบียน เพื่อแปลสมุดทะเบียนรถยนต์ โดยมีเอกสารที่ต้องนำไปมีดังต่อไปนี้

  • สมุดทะเบียนรถยนต์ตัวจริง (สำเนาหน้าแรก และหน้าวันหมดอายุ) (Hand Book Of Car)
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • ค่าธรรมเนียม 25 บาท รอรับได้ภายใน 3 วัน

ในการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลไปยังประเทศมาเลเซีย มีกฎข้อบังคับของกรมขนส่งของประเทศ มาเลเซีย ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายของรัฐบาลมาเลเซียที่สำคัญและต้องคำนึงถึง

  • รถยนต์จะต้องเป็นรถที่จดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น
  • ยานพาหนะและรถยนต์ทุกชนิดต้องติดป้ายเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับรถยนต์ป้ายแดง รัฐบาลมาเลเซียไม่อนุญาตให้ผ่านแดน
  • ใบรับรองการจดทะเบียน ด้วยภาษามาเลย์หรือภาษาอังกฤษ
  • นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 ของประเทศมาเลเซีย
  • รถยนต์ส่วนบุคคลจะติดฟิมล์กรองแสงสีดำได้ไม่เกิน 50 % ของแสง
  • ใบอนุญาตขับขี่ต้องแปลเป็นภาษามาเลย์หรือภาษาอังกฤษ
  • รถยนต์ทุกชนิดต้องติดเข็มขัดนิรภัย
  • รถยนต์ทุกชนิดต้องมีไฟเบรคที่ 3

สายการบินสู่มาเลเซีย *** สายการบินที่บินตรงสู่มาเลเซีย โดยที่ไม่ต้องแวะพักครับ

สายการบินแอร์เอเชีย สายการบินนี้ ราคาจะถูกที่สุดครับ ไปกลับไม่น่าเกิน 3,000 ครับ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับวันเดินทางมากกว่าครับ แต่ถ้าเจอโปรศูนย์บาทก็จองแบบไม่ต้องคิดเลยครับ หรือท่านใดจะจองตั๋วสายการบินแอร์เอเชีย ผมมีเว็บแนะนำครับ จองผ่านเว็บราคาถูกกว่า https://www.expedia.co.th/

สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ สายการบินนี้ จะแพงขึ้นมานิดนึงครับ เป็นสายการบินประจำชาติครับ ^^

สายการบินไทย สายการบินประจำชาติไทยเรานี่เอง ^^ ราคาก็แพงกว่าสายการบินอื่้นนิดนึงนะครับ แต่เครื่องดื่มทุกอย่างบนเครื่องกินฟรี ครับ

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ สายการบินประจำชาติไทยเราอีกสายการบินที่บินตรงสู่มาเลเซียครับ ^^

สายการบินอิยิปต์แอร์ มีเที่ยวบินตรงไปมาเลเซียวันละรอบครับ

สายการบินรอยัล จอร์แดนเนียน แอร์ไลน์ มีเที่ยวบินตรงไปมาเลเซียไม่ทุกวันครับ เฉลี่ยวันเว้นวันครับ ต้องเช็ควันเดินทางกับทางสายการบินโดยตรงครับ

การเดินทางเข้าตัวเมืองมาเลเซีย หรือ สถานี KL Sentral

ระบบขนส่งโดยรถไฟฟ้า มีทั้งหมด 4 ประเภททั้งหมด 8 เส้นทาง ประกอบด้วย

KTM Komuterมี 2 เส้นทาง ในแผนที่ใหญ่คือ สายที่ 1 และสายที่ 2 สถานีสำคัญที่ควรรู้จักคือสถานี Nilai เป็นสถานีที่สามารถนั่งรถบัสจาก LCCT หรือสนามบินที่ Airasia เอาเครื่องขึ้นและลงครับ แล้วนั่งรถ KTM จากสถานีเพื่อเข้าเมืองในราคา 4.70 ริงกิต ใช้ระยะเวลาประมาณ 40 นาที ครับ

Rapid KL มี 3 เส้นทาง ในแผนที่ใหญ่คือ สายที่ 3 สายที่ 4 สายที่ 5 และสายที่ 8 ราคาขึ้นอยู่กับระยะทางเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเราครับ

KLIA Express Line ในแผนที่ใหญ่คือ สายที่ 6 วิ่งตรงจาก KLIA Airport สู่สถานี KL Sentral

ราคาตั๋วขาเดียวผู้ใหญ่ 35 ริงกิต เด็ก 15 ริงกิต สองขาไปกลับผู้ใหญ่ 70 ริงกิต เด็ก 30 ริงกิต

ตารางการเดินรถของ KLIA Ekspres จาก KL Sentral เริ่มตั้งแต่ 05:00 – 00:30 และจาก KLIA เริ่มตั้งแต่ 05:00 – 01:00 ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 28 นาที

ชั่วโมงเร่งด่วน จันทร์ – ศุกร์ : 06:00 – 09:00, 16:00 – 22:00 จะวิ่งออกทุก ๆ 15 นาที นอกนั้นและเสาร์ – อาทิตย์จะออกทุก ๆ 20 นาที หลังเที่ยงคืนจะออกทุก ๆ 30 นาที

KLIA Transit Line มี 2 เส้นทาง คือวิ่งตรงเข้า KLIA Airport กับ LCCT Airport ราคาตามระยะ

ราคา จาก KLIA Airport เข้าสถานี KL Sentral ราคาอยู่ที่ 35 ริงกิิต

ราคา จาก LCCT Airport เข้าสถานี KL Sentral ราคาอยู่ที่ 12 ริงกิิต

รถโดยสารประจำทาง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทครับ

รถโดยสารประจำทางธรรมดา ทั้งหมดมี 18 เส้นทาง ผมหยิบเส้นทางสายสำคัญมา 4 เส้นทางครับ

เส้นทาง LCCT Airport กับ KLIA Airport

เส้นทาง LCCT Airport กับ กัวลาลัมเปอร์

สามารถนั่งมาลง สถานี Titiwangsa LRT Station 10 ริงกิต แล้วต่อ Monorail สาย 8 เข้า KL Sentral ได้เช่นกันครับ เวลาโดยรวมประมาณ 75 นาที

เส้นทาง LCCT Airport กับ KTM Nilai Station

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที รถออกทุกๆ 45 นาที เพื่อต่อรถไฟจาก KTM Nilai Station ไป KL Sentral อีก 4.70 ริงกิต ใช้เวลาเดินทางอีก 40 นาที รวมเป็นประมาณ 55 นาที ไม่นับเวลารอรถออกนะครับ ซึ่งราคารถร้อน 2.00 ริงกิต ของ KR Travel จาก LCCT Airport แต่ถ้าขึ้นจาก KLIA จะเป็นของ Sepang ราคา 2.5o ริงกิต ส่วนของราคา 2.50 ริงกิตของ Airport Liner เป็นรถปรับอากาศครับ ส่วนราคา 1.50 ริงกิต อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ

เส้นทางเชื่อมระหว่าง LCCT Airport กับ Malacca

ราคาตามระบุในรูปเลยครับ ^_^

เส้นทางเชื่อมระหว่าง LCCT Airport กับ Genting Highland ราคาตามระบุเช่นกันครับ ^_^

Aerobus เป็นรถโดยสารประจำทางจาก LCCT ไปยัง KL Sentral ราคาค่าโดยสาร 8ริงกิตต่อเที่ยว ราคา 14 ริงกิตไปกลับสำหรับผู้ใหญ่ และราคา 4 ริงกิตต่อเที่ยว ราคา 8 ริงกิตสำหรับไปกลับสำหรับเด็ก ส่วนตารางเวลาเดินรถตามด้านล่างครับ

Skybus เป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้จองผ่านเวบแอร์เอเชีย จะเสียราคา 77 บาทต่อเที่ยว และ 154 บาทไปกลับ แต่ถ้ามาที่มาเลเซียแล้วไม่ได้ซื้อไว้ล่วงหน้าต้องจ่าย 9 ริงกิตต่อเที่ยวครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 75 นาที

Skyvan หรือ รถตู้ประจำทางบ้านเรานี่เอง แต่ราคาจะเป็นเหมาซะส่วนใหญ่เลยไม่อยากกล่าวถึงส่วนนี้เยอะ ดูจากรูปราคาด้านล่างได้ครับ

Taxi ราคาแพงมากสำหรับสนามบิน ซึงเป็นเรื่องปกติของทุกสนามบินอยู่แล้วครับ เลยเอาข้อมูลส่วนนี้มาฝากเพิ่มเติมครับ

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา *** ขอขอบคุณ เว็บ Wutkate มากครับ

ควรแลกเงิน ริงกิตมาเลเซีย ก่อนเดินทางจะดีมากครับ ซึ่งอัตราการแลกเปลี่ยนในประเทศไทยจะได้ราคาดีกว่าไปแลกในมาเลเซีย ซึ่งหากท่านสะดวกแลกเงิน แนะนำ Superrich เลยครับ อยู่ที่ตรงข้าม เวิร์ลดิ์เทรดเซ้นเตอร์ เจ้าไปทางซอยข้าง บิ๊กซี พอเห็น ธนาคารกสิกรไทย ก็จะเจอป้ายตรงกันข้ามครับ จะได้อัตราการแลกเปลี่ยนที่ดีทีสุด แต่ท่านใดไม่สะดวกไปแลกที่ดังกล่าว สนามบินสุวรรณภูมิก็มีให้แลกครับ อัตราจะอยู่ประมาณ 10 บาท ต่อ 1 ริงกิต ซึ่งถ้าจะเที่ยวให้ครบทุกที แลกไปประมาณ 500-800 ริงกิตครับ ค่อนข้างเหลือเฟือครับ แต่ถ้ามีคนฝากซื้อของกลับมาเยอะ ก็ต้องแลกเผื่อไว้ซักหน่อยครับ แล้วแต่ปริมาณและราคาของที่ฝากซื้อครับ ^^

ปลั๊กไฟในมาเลเซีย ***ขอขอบคุณ เว็บ Wutkate มากครับ

หัวข้อนี้อาจดูแปลกๆนะครับ แต่ขอบอกว่าถ้าไม่อ่านจะไม่สามารถให้ไฟในประเทศมาเลเซียได้เลยนะครับ เพราะ สำหรับหลาย ๆ ท่านที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่มักจะพกไปยามท่องเที่ยวไปในประเทศต่าง ๆ อาทิเช่น กล้องถ่ายรูป กล้อง VDO คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ หากเตรียมทุกอย่างไปพร้อม แต่ลืมเตรียมตัวแปลงปลั๊กไฟสำหรับ recharge อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นล่ะก็ทำเอาร้อนรนกันได้เลยทีเดียว มาเลเซียจะใช้ไฟฟ้า 220-240 โวลต์เหมือนบ้านเรา แต่จะเป็น 3 ขาเหลี่ยม ปลั๊กไฟในมาเลเซียหน้าตาแบบรูปด้านล่างครับ

ตู้ล็อคเกอร์ฝากของที่ KL Sentral*** ขอขอบคุณ เว็บ folktravel มากครับ

เป็นอีกหัวข้อที่ผมหาข้อมูลมาได้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ขี้เกียจแบกสัมภาระจำนวนมากเวลาท่องเที่ยว จะมีตู้ล๊อคเกอร์ให้ฝากของ ตู้เล็ก RM 5 ต่อการเปิด 1 ครั้ง, ตู้ใหญ่ RM 15 ต่อการเปิด 1 ครั้ง เห็นป้ายติดไว้ว่าห้ามฝากค้างคืน ถ้าต้องการฝากค้างคืนแนะนำให้ไปที่ชั้น 3 มีบริการฝากกระเป๋าที่ร้าน Matang luggage ราคาก็ประมาณวันละ RM 5 ครับ

แผนที่เที่ยวประเทศมาเลเซีย

PicsArt_1379335256763

แผนที่เที่ยวเมืองกัวลาลัมเปอร์

แผนที่เที่ยวเมืองปุตราจายา

แผนที่เที่ยวเมืองมะละกา

แผนที่เที่ยวเมืองปีนัง

หน้าแรกเที่ยวมาเลเซีย

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.