บาหลี โคตรดีกว่าที่คิด

บาหลี โคตรดีกว่าที่คิด บาหลีทริปนี้ เหมือนจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่ต้นว่าจะต้องไปบาหลีนะ แต่อาจจะเป็นจังหวะที่พอดี หลังจบงานที่ตัวเองทำเลยมีช่วงเวลาสักพัก ที่จะได้พัก ประกอบกับจังหวะหลายๆอย่างมันลงตัว มีเวลา….เงินหรอ??  อ่ะ ก็พอมี เอาดิ เริ่มหาที่เที่ยวละกัน เริ่มกันเลยละกัน….. เริ่มจากเริ่มทำการบ้าน เริ่มดูว่า บาหลีมีดีอะไรบ้าง มีที่ไหนเที่ยวบ้าง เห้ย…โคตรน่าสนใจอ่ะ โคตรเยอะเลย ที่เที่ยวเยอะมาก มากกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย ยิ่งทำให้รู้สึกว่าช่วงเวลาที่เราไป 6 วัน ไม่น่าพอแล้วหละสิ ทำไงดี… ไม่เป็นไร คิดว่าชิลๆ ไป Survey ครั้งแรกละกัน ไปอีกแน่ ยิ่งแพลน ยิ่งรู้สึกว่า เห้ยยยย ที่เที่ยวน่าสนใจเยอะมากกกกกก มากกกกๆๆๆ ต้องเลือกละหละ เลยได้แพลนมาประมาณนึง เราเดินทางด้วยแอร์เอเชีย ไฟท์ 11.45 น. BKK-Denpasa ไปถึงบาหลีก็ประมาณ 5 โมงเย็นได้ สหรับทริปนี้ เราค่อนข้างไปหลายที่เหมือนกัน ตอนแรกคิดว่า เราจะเช่ารถขับกันเอง แต่พอดูราคาแล้วจ้างคนขับรถ ก็ต่างกันไม่มาก แต่อาจจะทำให้เหนื่อยน้อยลง เลยตัดสินใจจ้างคนขับ ซึ่งเราก็ได้ไกด์ที่มาจากที่พี่เราแนะนำ อยากจะบอกว่า ดีมากนะ เค้าดูแลเราดีมาก ถ้าใครต้องการไกด์ เราแนะนำเลย  “Budi Buddy Tour” เริ่มจากวันแรกที่เรามาถึง วันนี้เราไม่ได้ให้ Budi มารับ เราใช้รถของโรงแรมในคืนนนี้ เพราะเค้าบอกเราว่า ไม่มีใครรู้ location เดี๋ยวเค้าจะมารับเราเอง คืนแรก เรานอนที่ Bubble Hotel  ซึ่งอยู่แถวๆ Uluwatu ตามชื่อเลย Bubble เป็นโรงแรมที่เหมือนโดมแก้วใสๆ โปร่งงงง และ โล่งมากกก ปราศจากการปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น การจองโรงแรมนี้ไม่ง่ายเลย ต้อง Direct message ไปหา เจ้าของเพื่อจองเอง ตอนแรกที่เราเห็นโรงแรมนี้ก็แบบ เอาวะ ลองดูสักครั้งละกัน พอลองทักไป เช็ควันว่าง อ่ะ ได้วันนนี้วันเดียว ก็เอาเลย ลุย สำหรับห้องที่นี่ Standard คือ ห้องขนาด 3 เมตร ที่เหลือเค้าก็จะมี Package เพิ่มเติม เช่น เพิ่มขนาดห้องเป็น 6 เมตร , เพิ่ม Candle Decoration , เพิ่มผ้าม่าน  ฯลฯ เยอะเลย ส่วนตัวเรา เราเลือกเพิ่มขนาดห้อง กับเพิ่มเทียน เราไม่เพิ่มม่าน เพราะว่า เราอยากได้ห้องใสๆ เลย พอมาถึงสนามบิน ก็เริ่มจากการหาซิมก่อน เราซื้อซิมในสนามบินเลย เพราะว่า เราไปถึงเย็นแล้ว เราไม่อยากออกไปหาข้างนอกอีก จริงๆที่โรงแรมเค้าให้เช็คอินได้ไม่เกิน 6 โมงเย็น เพราะว่า เค้าบอกว่าทางเดินค่อนข้างลำบากมาก เราเช็คอินเลท โดนชาร์จอีก 300,000 IDR กว่า เรามาถึงประมาณ 6 โมงเย็น ก็เริ่มมืดละ แล้วเราก็เลือกเอาของลงไปข้างล่าง เอากระเป๋าใหญ่ไว้ด้านบน เราเอากระเป๋าลงไป 2 ใบ Staff เค้าก็พาเดินไปตรงทางลง แล้วเค้าก็บอกเราว่า เราลงไปเองนะ เค้าไม่ได้ลงไป เดี๋ยวจะมีเพื่อนเค้ารอรับอยู่ด้านล่าง ให้เราเดินตามหินสีขาวไป เราก็…โอเครๆ ตอนนั้นเวลาเริ่มมืดละ เราเข้าใจละว่าทำไมเค้าไม่ให้เราเช็คอินมืด  คือทางลงที่เค้าบอกเราว่า ค่อนข้างลำบากเนี่ย ไม่จริงเลย…..ความจริง คือ โคตรลำบากกกกกกกกกกกกกกกก ก.ไก่ล้านตัว ลำบากมาก คือ เปฯทางเดินลงเขา ที่ไม่มีทางเดิน เป็นทางที่เห็นหินซึ่งเป็นหินก้อนเล็ก ก้อนน้อยที่ไม่มั่นคง เหยียบปุ๊บพร้อมพลิก พร้อมร่วง ไม่เหมือนทางเดินเข้าน้ำตก หรือ Trekking อื่นๆ เลย แล้วเราไม่ได้เตรียมตัวมาขนาดนี้ เราใส่รองเท้าแตะรัดส้นมา กับสัมภาระ ที่เป็นภาระ จริงๆ การเดินลงเขาจึงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก เพราะต้องถือไฟฉายข้างนึง ถือของ และ ต้องพยายามหาที่เกาะทรงตัวให้ได้ ระหว่างทางคือ มืดดดดด มองไม่เห็นรอบๆ เราใช้เวลาเดินประมาณ ครึ่ง ชม. กว่าจะลงถึง Beach ด้านล่าง พอลงมาถึง เราเห็นแสงไฟ เราก็คิดว่าเค้าคือคนที่จะมารอเรา เราเดินไปหาเค้า เค้าก็งงๆ เราถามทางเค้า เค้าบอกเค้าไม่รู้….อ้าว เงิบเลย 5555 ก็….เอาวะ ข้างบนบอกมาว่า เดินถึงด้านล่างแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามหาด เราก็เดินไปเรื่อยๆ ๆ ๆ ยังไม่เห็นไฟสักที มืดมากกก แต่มันก็ทำให้เห็นดาวที่สวย และ ชัดเจนมากเช่นกัน เพราะตรงนี้มืดมากๆๆๆๆๆๆ  จน….เจอแสงไฟจากไฟฉาย  เย้… เจอแล้ววววววว Staff เค้ารอรับอยู่ด้านล่าง ตอนนั้นแบบ จะหมดแรงแล้วอ่า แต่พอเห็นห้องก็ รู้สึกแบบ เย้….ถึงสักที สวยเหมือนกันนะเนี่ยยยยยย พอมันหายเหนื่อย มันก็สนุกดีนะ มันชิลมากกกก อากาศดี….. private มาก คือ Bubble ที่นี่มีห้องแค่ 6 ลูก เท่านั้น คืนแรกกว่าเราจะได้นอนก็ประมาณ ตี 1 ได้แล้ว นั่งชิลกัน ผิงไฟ กัน คุยกันเรื่อยเปื่อย พอสักตี 1 ถึงเวลาต้องแยกย้ายกันไปนอนแล้วหละ เพราะพรุ่งนี้ เรายังต้องเดินขึ้น!!! กลับไปที่เดิน เผื่อไปสมทบกับพี่เราที่จะตามมาอีก 2 คน…..เดินลงว่าเหนื่อยแล้ว เดินขึ้นจะเหนื่อยแค่ไหน ให้คุ้กกี้ทำนายกันละกัน งั้น…คืนนี้ก็นอนมองดาวใน Bubble พร้อมฟังเสียงทะเล พูดจริงๆ โครตรฟินเลย……ฝันดีนะทุกคน

……………………………………………………………………………………………………………………

สวัสดีเช้าวันที่ 2 เราลืมตาตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า กับแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นเขามาจากทางด้านข้างเรา แค่ลืมตาตื่นมา ก็เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว…. ดีจัง แสงสว่างค่อยๆ สว่างขึ้น เราลุกตื่นขึ้นมา ทะเล….!!!! ทะเลอยู่ตรงหน้า คือไม่ต้องไปไหนแล้วอ่ะ สักครั้งนึงเนอะ ที่จะได้สัมผัสชีวิตแบบนี้ แค่ลืมตาตื่นขึ้นมา วิวทุกอย่างแบบ 360 องศา พระอาทิตย์ขึ้นด้านซ้าย ทะเลอยู่ตรงหน้า ไม่พอ….มองไปด้านขวา…..วัวค่ะ!!!! วัวววเต็มเลยยย ตกใจจจจ วันอยู่ข้างๆ เลย เกือบ 10 ตัว แทบจะรุม Bubble แต่นางไม่ทำอะไรนะ นางแค่มากินหญ้าเฉยๆ  ด้านขวาเราทั้งหมด กับบนหัว เนี่ย วัวหมดเลย…. เหมือนตื่นมาแบบ 360 องศาในธรรมชาติมากๆ ๆๆๆๆ  เราตื่นเช้ามาเราก็เดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ ที่เป็น Open Air ในป่านี่หละ หลังจากที่เราเดินเข้ามาอาบน้ำ สักพัก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้ และตามมาด้วย วัตถุขนาดใหญ่เดินเข้ามา พี่วัวจ๋า หนูขอความเป็นส่วนตัวสักนิดได้มั้ย พี่ไม่ต้องตามติดหนูขนาดนี้ คือเราเปิดน้ำอาบ แล้วพี่วัวก็มากินน้ำจากฝักบัวแบบ พี่แทบจะเลียตัวหนูแล้ววววว แบบนี้ก็ธรรมชาติไป๊ หลังจากอาบน้ำเสร็จ เราก็แต่งตัว ถ่ายรูปเล่นแล้วไปกินข้าวเช้าที่ให้เค้าเตรียมไว้ให้….. ขอข้ามเรื่องอาหารไปเลยละกันนะ เอาเป็นว่า เราเข้าใจว่ากว่าเค้าจะเอาลงมาให้เรามันคงลำบากมากแหละ มันเลยชืดๆ เย็นๆ ไป ก็ กินกันหิวไว้ รองท้องเฉยๆ ละกัน เดี๋ยวค่อยขึ้นไปกินข้างบนละ แต่อาหารมื้อนี้ แพงที่สุดของทริปเราแล้ว กล้าพูดได้เลย แพงที่สุดแล้วจริงๆ เช้านี้เราเลยใช้เวลาเดินชิล ถ่ายรูปเล่นกันชิลๆมากกว่า ทะเลตรงนี้ก็ใสนะ ตรงนี้เรียกว่า Nyang Nyang Beach เราเดินเล่นอยู่ก็เห็นปลาหมึก…. ปลาหมึกสดๆ เลยคลื่นซัดเข้ามา ละนางก็ค่อยๆ ลงไป สดมากกกก สดจริงๆ ถ่ายรูปเล่นไปสักพัก ก็ถึงเวลาต้อง check out กลับขึ้นไปด้านบนละ เก็บของครบ เตรียมตัวลุย ป่ะ…ไปกันเอ้า….ฮึบ!!! ทางเดินที่ว่าลำบากละ เดินขึ้นนี่ใช้เวลาเกือบชั่วโมงได้เลย เหนื่อย และ ร้อน ถือว่า ได้ออกกำลังกายมากๆ เลยทีเดียวกว่าจะขึ้นมาถึงด้านบน Budi นี่รอแล้ว รออีก พอขึ้นถึงด้านบน พี่เราก็มาสมทบอีกพอดี ท้องร้องบอกว่าพวกเราหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ ที่แรกของวันนี้ที่เราไปก็คือ Padang Padang Beach งานดี…… มีฝรั่งเล่น Surf กันเยอะเหมือนกันนะ เราไม่ได้เตรียมมาเล่นน้ำสักเท่าไหร่ หลังจากจบที่นี่ เราก็ไป Puncak Karang Boma Pecatu เป็นเหมือนผาที่ยื่นเข้าไปในทะเล เหมาะกับการดูพระอาทิตย์ตกดินมาก ซึ่งทางยืนที่ผาจะสามารถมองไปเห็น  และ Uluwatu Temple ได้ เรานั่งชิลกันอยู่ตรงนั้น ถ่ายรูปเล่นกันจนพระทิตย์ตกดิน อากาศดีมากกก เย็นๆ ไปทางค่อนๆหนาว เพราะลมแรง แต่ก็สดชื่นมากๆ เหมือนกัน หลังจากพระอาทิตย์ตก เราก็ต้องไป Check in ที่โรงแรม ระหว่างทาง เราบอก Budi ว่า อยากกินอาหาร Local เอาแบบ ร้านข้างทางเลยนะ Budi ก็เลยจัดให้ เป็นเหมือนร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวต้มริมถนนเหมือนบ้านเรา เมนูก็จะมีให้เลือก ปู กุ้ง ปลาหมึก ไก่ แล้วก็ให้เลือกว่าจะเอาไปทำอะไร ทอด หรือ ผัด ผัดกับซอสอะไร ทีเด็ดคือ Padang Sauce   ไม่ว่าจะอะไรผัดกับ Padang Sauce มันเด็ดมากกกก  มื้อนี้ อิ่ม อร่อย แล้วก็ถูกด้วย หมดไปประมาณพันกว่าบาทไทย แต่เราสั่งกันเยอะมาก สั่งปู 2 จาน สั่งอย่างละ 2-3 จานกันเลย มันดีย์… จริงๆ นะ หลังจากอิ่มแล้วก็ได้เวลา Check in ที่โรงแรมกันจริงๆ ละ คืนนี้เราจองโรงแรมผ่าน Airbnb ใน Ubud เราจองชื่อ Villa Butterfly อะไรสักอย่างนี่หละ จำไม่ได้ เราจองเป็น Villa ดีนะ ห้องดีเลย สวยงามมาก ตอนแรกที่ไปถึงก็เดินสำรวจห้องเลยจ่ะ ดีงามทุกอย่างเลย ห้องนอนดี ห้องน้ำสวยยยย สุดท้ายพี่เราก็เอาไบกอนฉีด ให้นางหนีไป คราวนี้หละ เริ่มหลอนๆ เลย เพราะไปไหนไม่รู้แล้ว กลายเป็นคืนนั้นก็อยู่แบบหลอนๆ กันไป แต่สรุปแล้ว สุดท้ายรวมๆ ก็ดีแหละ คืนนนี้เหนื่อยมาก หลับสนิทยันเช้าจ้า…. จบไปแล้วอีกวัน

……………………………………………………………………………………………………………………

วันที่ 3 ของทริป เช้าตื่นมากินอาหารเช้าของโรงแรม ถือว่าโอเคเลยหละ เช้านี้ นัด Budi ไว้ 8.00 น. แต่เราสายกัน Budi ดูเครียด เพราะว่าวันนี้เราจะไปหลายที่ นางกลัวเราไปได้ไม่ครบ จนเราต้องบอกว่า ไม่เป็นไรนะ ไม่ครบก็ไม่เป็นไร นางใส่ใจราทุกอย่าง และจริงจัง เค้าพยายามจะทำตามแพลนที่เราส่งให้ไว้ได้ทั้งหมด Budi นางน่ารักนะ แล้วก็ชัดเจนดี นางกลัวว่าเราต้องจ่ายค่า Extra Hours เพราะว่า คิวนางคือ 10 ชั่วโมง ซึ่งนางคุยไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่มันก็สายที่เราเอง ซึ่งเรายินดีจ่ายนะ แต่เค้าก็ยังกลัวว่า เค้าจะพาเราไปได้ไม่ครบตามที่เราตั้งใจ เค้าเต็มที่กับพวกเรามากจริงๆ เริ่มต้นวันนี้ด้วยที่แรกที่เราจะไป เราจะไปจากที่ที่ไกลที่สุดก่อน ของวัน เริ่มด้วย Pura Lahur Lempuyamg หรือ Heaven Gate ตามชื่อเลยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนที่นี่ เหมือนเป็นประตูสวรรค์ ซึ่งจะมีส่วนหนึ่งที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ส่วนชั้นถัดไป จะเป็นส่วนที่เอาไว้ทำพิธีกรรมเท่านั้น เราห้ามเข้า เราก็จะได้แค่เดินเล่นแล้วถ่ายรูปบริเวณนี้เท่านั้น ตอนเราไปหมอกลง เราไปค่อนข้างสายแล้วด้วย ถ้าไปเช้าๆ ภาพที่ถ่ายได้ จะเห็นยอดเขาทางด้านหลัง แต่เราว่า รูปที่เราถ่ายมาก็สวยอีกแบบเพราะมีเมฆ อยู่ด้านหลัง ทำให้เหมือนเป็น Heaven Gate จริงๆ ที่นี่เค้าจะมีคนช่วยถ่ายรูปให้เรา แล้วเราก็บริจาคเงินให้เค้า เทคนิคของเค้าคือ เค้าเอากระจกมาซ้อนทำให้เป็นเหมือน Filter ภาพสะท้อนน้ำเลย ก็เป็นไอเดียที่เจ๋งดีอยู่เหมือนกันนะ เราใช้เวลาอยู่ตรงนี้ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง แล้ว เราก็ไปที่อื่นต่อ ที่ต่อไปที่จะไปคือ Tukad cepung waterfall จริงๆน้ำตกนี้ควรไปช่วงสายๆ บ่ายๆ เพื่อให้ได้แสงที่สวย แต่ด้วยการที่เราสายกัน กว่าจะไปถึงก็เย็นๆ แล้ว..นี่หละที่ Budi พยายามเตือนเรา  แต่ไม่เป็นไรนะ เราก็ไม่ได้อยากเร่งอะไรกันมาก ก้อยากชิลๆ เอาแค่ให้ได้บรรยากาศพอ พอถึงน้ำตก ก็ต้องใช้เวลาเดินลงไปอีกประมาณ 20 นาที ระหว่างทางก็อากาศดีๆ บรรยากาศชิลๆ ภาพที่ได้ อาจจะไม่ได้สวยมาก เพราะไม่มีแสงเท่าไหร่ ไม่เหมากะกับการถ่ายรูป แล้วเราก็ใช้แค่ไอโฟนถ่าย แต่ทุกอย่างมันก็ประทับใจนะ มันดีจริงๆ พวกเราเดินกันลงไปถึงน้ำตก ซึ่งมันตกลงมาสูงมากกก ที่นี่อาจจะไม่ได้เหมาะกับการเล่นน้ำสักเท่าไหร่ เพราะเราว่าเหมือนทุกคนตั้งใจมาถ่ายรูปแล้วให้เห็นม่ายน้ำ แสงสวยๆ…ง ซึ่งไม่ต้องห่วง พวกเราคงไม่ได้ภาพแบบนั้นแน่ๆ 5555  ถึงไม่ได้ภาพสวยๆ แต่ธรรมชาติมันก็สวยอย่างที่มันสร้างมาอยู่แล้วอ่ะ มันสวยนะ น้ำตกเย็นๆ มันดีอ่า…… ธรรมชาติมันดีจริงๆ หลังจากที่เราเล่นน้ำตกไปได้สักพัก ก็ถึงเวลาต้องกลับละ เพราะเริ่มเย็นแล้ว จริงๆ เราต้องไปต่อ อีก 2 ที่ ตามที่แพลนไว้ แต่วันนี้เวลาไม่พอแล้วหละ เลยคุยกับ Budi ว่าจะยกยอดไปวันถัดไปนะ วันนี้เหนื่อยแล้ว พักกันเถอะ คืนนี้เราพักที่เดิม แถวๆ Ubud นี่หละ ก่อนกลับที่พัก เราแวะกินเป็ดย่างร้านดัง Dirty Duck หรือ Bebekbengil เมนูขึ้นชื่อคือ Crispy Duck เป็นเป็ดย่างหนังกรอบ ร้านสวย บรรยากาศดี ราคาก็ค่อนข้างใช้ได้ทีเดียวเชียว สำหรับทริปเรา ไม่ได้เน้นประหยัด เน้นเอามันส์ ส่วนตัวเรา มาแล้ว อะไรเราเอาหมดอ่ะ ซึ่งแก๊งเราก็….ถึงไหนถึงกัน เต็มที่ ไม่มีใครห้ามใครทีเดียวเชียว ดีจัง หลังจากกินเสร็จ เราก็แวะมินิมาร์ท ซื้อขนม เบียร์ เครื่องดื่มต่างๆ แล้วก็กลับไป… เล่นไพ่กันเถอะ พอกลับไปถึง Villa ที่พักมีสระว่ายน้ำ บรรยากาศเห็นทุ่งนา มันน่าเล่นอ่า เราเลยเปิดซะหน่อยละกัน เลยได้เล่นน้ำอยู่สักพัก ก่อนที่จะจบคืนนี้ด้วยกิจกรรมการนับเลข…. แล้วก็ แยกย้าย เป็นอันจบวันที่ 3

……………………………………………………………………………………………………………………

เช้าวันนี้เป็นวันที่ 4 ที่อยู่ที่บาหลีแล้ว ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกยังไม่อยากกลับเลย เหมือนมี Activity ให้ทำเต็มไปหมด วันนี้เราต้อง Check Out จากที่นี่ เพราะเราจองที่พักอีกที่ไว้ เป็นที่ที่เราอยากอยู่แล้วเป็นอีกหนึ่ง Hilight  ที่ทำให้เราอยากมาบาหลีเลย เดี๋ยวลองไปดูกัน เช้านี้เราเก้บตกจากที่ที่ไม่ได้ไปเมื่อวาน ที่แรกที่เราจะไปคือ นาขั้นบันได ที่เป็นอีกหนึ่ง Signature ของบาหลี หรือ Tegalalang Rice Terrace ก็เป็นนาขั้นบันไดแหละ ร้อนมาก…. แต่ก็ถ่ายรูปเล่นได้หลายมุมดี เราไม่ได้อยู่ตรงนี้นานมากนัก เพราะวันนี้อาจจะต้องไปอีกหลายที่หน่อย เราเลยอยู่กันประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ถ่ายรูปเล่น เก็บบรรยากาศ แล้วก็ออกไปที่ถัดไป ที่ต่อไปที่เราไปกัน คือ Pura Tirta Empul หรือวัดบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตรงนี้ทางเข้าวัด ต้องใส่โสร่ง ซึ่ง Budi ก็เตรียมไว้ให้เราทุกคนเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเราจะลงไปอาบน้ำ เราต้องเปลี่ยนโสร่งอีกชุด ตรงนี้เสียค่าโสร่ง 10.000 IDR และ ค่าเช่า Locker 15.000 IDR แล้วเราก็จัดแจงไปอาบน้ำพุศักดิ์สิทธิ์กัน บ่อน้ำพุที่เราลงไปอาบน้ำเย็นมาก ใสด้วย มีปลาว่าย ระหว่างที่ลงไปรอคิวอาบปลาก็ว่ายมาที่ขาเราเลย ดึ๋ยๆ ดี น้ำเย็นสบายดีจัง ตรงนี้เค้าบอกว่าเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นบ่อน้ำผุดธรรมชาติ เมื่อวาน Budi สัญญากับเราว่าจะพาเราไปกินเมนูเด็ดอีกหนึ่งอย่างของที่นี่ นั่นก็คือ หมูหัน!!! ก่อนหน้าที่เราจะมาที่นี่ เราคิดว่าที่นี่เป็นเมืองมุสลิม จะไม่มีหมูซะอีก ปรากฎว่า หมูหันเนี่ย เป็นเมนูเด็ดของที่นี่เลยเหมือนกัน ที่นี่เค้าเรียกว่า Babi Guling แล้ว Budi ก็พาเราแวะกินที่ร้านนึง ซึ่งเด็ดขาดมาก เมนูนี้เด็ดจริงๆ ร้านนี้คือเด็ด หมูหันเค้าจะมาพร้อมกัน หนังหมูกรอบๆ ๆ ออกแนวแข็งนิดนึง กับเนื้อหมู ติดมัน และแคปหมู พร้อมกับผักผัด แล้วก็น้ำพริกรถจัดจ้าน เด็ดมาก เด็ดมากจริงๆ อันนี้นับว่าเป็นอีก 1 เมนูเลยที่ชอบ ถ้าใครกินอาหารที่รสจัด เราอยากจะบอกว่า มากินอาหาร Local ที่นี่นะ มันดีจริงๆ อิ่ม อร่อย ไม่แพงด้วย  หลังจากอิ่มแล้ว ก็ต้องไปสถานที่ต่อไปกันละ Canggu beach อยู่ลงมาทางใต้ๆ หน่อย ตรงนี้เค้าบอกว่าเหมาะกับการเล่น Beginner เราไม่เคยเล่น Surf มาก่อนเหมือนกัน เคยเล่นแต่ Flow เคยยืนได้อยู่แปปนึง แต่เราเป็นพวกอยากลอง ลองทุกอย่าง มาแล้ว ต้องเล่น เอาสิ๊ มาถึงใจนี่ไปที่บอร์ด Surf แล้วแต่ก็ ขอถ่ายรูปชิคๆ ที่ริมหาดหน่อยละกัน หลังจากได้ภาพพอใจละ ก็…. ไปเช่าบอร์ด Surf กันเลย เรามาถึงเย็นแล้วหละ เพราะเราเก็บตกกิจกรรมจากเมื่อวาน แต่ก็ได้เล่นเป็นการลองละกัน เราไปเช่าบอร์ด ราคา 50.000 IDR / 2 ชั่วโมง แต่เราคงเล่นกันได้แค่ ชั่วโมงเดียว เราเห็นพี่ผู้ชายเริ่มออกไปกลางทะเล เราก็….ไปบ้าง 5555 เล่นไม่เป็นนะ ใช้ใจล้วนๆ เริ่มจากการกระโดดขึ้นบอร์ดแล้วว่ายไปกลางทะเล พอคลื่นโต้มาก็พยายามทรงตัวให้อยู่…. เออ ก็ได้อยู่แหะ เริ่มขั้นถัดไป ลุกนั่งละกัน เก้ๆ กังๆ พยายามอยู่สักพัก ก็นั่งได้….ผ่าน Step ที่ 2 นั่งไป ล้มๆ ร่วงๆ  เหนื่อยเหมือนกันนะ กับการขึ้นบอร์ดเนี่ย เห็นฝรั่งเค้าเล่นกันฉิวเลย นี่แค่ขึ้นไปนั่งก็ลำบากละ พอนั่งได้ ก็เข้าขึ้นถัดไป พยายามยืน…… เอาหละ เริ่ม…….ตู้มมม คว่ำ 555 เอาใหม่… คว่ำ…. กินน้ำกันไปหลายทีทีเดียว มีบางจังหวะที่ยืนได้ แล้วก็ตกน้ำเลย เสมือนลุกขึ้นมาเพื่อกระโดด น้ำ ยังไงอย่างงั้น…. เอาหน่า พี่ผู้ชายตัวใหญ่ๆ เค้ายังเอาบอร์ดใหญ่ๆ ไม่ไหวเลย นี่บอร์ดมันใหญ่กว่าเราตั้งเยอะ ยืนไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขำๆ เอาบรรยากาศละกัน สรุปจนเย็น เราก็ยังยืนไม่ได้ ไม่เป็นไร ครั้งหน้าเอาใหม่ จะยืนให้ได้ให้ดู……. หลังจากที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกับการล้มๆ คว่ำๆ กันหลายทีก็เริ่มหิว อาบน้ำล้างตัวเสร็จก็ไปหาอะไรกินละแวก Canggu นั่นหละ บรรยากาศก็คล้ายๆ พัทยา ภูเก็ตบ้านเรา มีร้านกินดื่ม เราเลือกร้าน “Fish Bone Local”  บรรยากาศดี อาหารก็โอเค ราคาก็สูงใช้ได้…แต่แล้วไง #บาหลีมีตังก็ใช้ไป กินทีหมดเป็นล้านนน หลังจากกินเสร็จก็ได้เวลาไป Check in อีกที่แล้ววว….. Zen HidAway ที่พักคืนนี้ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี เราชอบมาก แบบไม่อยากออกไปไหนแล้ว เสียดายที่มาถึงก็ค่ำแล้ว ที่นี่ไม่มีแอร์ อยู่บนเขา อากาศดีมากกกกกก ที่พักเราไม่มีผนัง คือเป็นม่านแบบมู่ลี่ไม้ไผ่ สามารถเปิดขึ้น หรือเอาลงได้ มี 2 ชั้น 2 ห้องนอนและมีเตียงใหญ่เหมือนเป็นชิงช้าเตียงอยู่กลางห้องนั่งเล่น บ้านหันหน้าเข้าหาเขา ตรงนั้นไม่มีผนังทั้งหมด เปิดโปร่งได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นคือ อากาศเย็นและดีมากๆๆๆๆ เรามานั่งเล่นกันตรงบริเวณกลางบ้านที่เป็นชิงช้าเตียง แอบหวั่นๆ อยู่นิดๆ ตอนนั่งหันหลัง กลัวตก ตกไปนี่ตกเขาเลยนะ พระจันทร์สวย ดาวสวย อากาศดี โอ๊ย มันฟินจริงๆ เราอยากกลับมาอีก แล้วนอนอยู่ที่นี่แบบไม่ต้องไปไหนแล้ว อยู่ที่นี่ทั้งวัน ทั้งคืนเต็มๆ เลย มันรู้สึกได้พักผ่อน ชิลจริงๆ  ห้องน้ำ Open Air อีกเหมือนเดิม ทริปนี้ Open ทู๊กก อย่าง อาบน้ำ เก็บของกันเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าสู่กิจกรรมเดิม นับเลข และใบ้คำ จนเวลาล่วงเลยไปประมาณตี 1 ควรแยกย้ายละ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าอีก แยกย้ายกันเถอะ ฝันดี กับบรรยากาศ และ อากาศดีๆ นะทุกคน

……………………………………………………………………………………………………………………

Good Morning วันที่ 5 โอ๊ย ฟินจริงๆ สิคู๊ณณณณณ ลืมตาตื่นมา พระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากเขา อยู่ตรงหน้าเลย แสงแรกของวันกับการพยายามลืมตาตื่นมา งัวเงียนะ แต่เห็นภาพตรงหน้าแล้วมันชุ่มชื่นหัวใจดีแท้ บอกไม่ถูกจริงๆ มันดี๊ดีย์…. ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย เสียดายที่เช้านี้เราต้องเก็บของออกไปจากที่นี่แล้ว เพราะวันนี้เราจะขึ้นเหนือกัน แต่อีกหนึ่ง Activity ที่จะพลาดไม่ได้ของที่นี่คือ การเล่น Bali Swing มันคือชิงช้าที่ผูกกับต้นมะพร้าวแล้วแกว่งเราไปให้วิวด้านล่างเป็นเขา…. เอาหละ ไปเล่นกันเถอะ ก่อนจะเล่นก็แอบเกร็งๆ เหมือนกัน เอ๋….มัน Safe มั้ยว๊า…… มันมีแค่เชือกที่คล้องเอวเรานะ ถ้าหลุดคือ…..ตกเขานะเห้ยยยย แต่เอาวะ มาแล้ว ต้องเล่น!! (อีกละ)  เล่นสิ มันต้องเล่น เอาหละ เริ่ม!! กรี๊ดค่ะ รอบแรก Staff เค้าจะให้เรานั่งก่อน แล้วเค้าก็จะดึงไปด้านหลังแล้วปล่อยเราออกไป ตามแรงแกว่ง กรี๊ดค่า….. สนุกดี มันส์อ่า เอาอีกๆ แกว่งหน้าแล้ว ต้องแกว่งหลังบ้าง เอาหละ เริ่ม…..55 สนุกดี ได้ฟีลอีกแบบ สรุปแล้ว ดีอ่ะ ดีไปซะหมดทุกอย่างเลย แต่แล้วก็…. หมดเวลาสนุกแล้วสิ๊…. เพราะเราต้องไปที่อื่นต่อ ไม่เป็นไรนะ ครั้งหน้าเจอกัน เรามาอีกแน่ๆ วันนี้ไปก่อนนะ บ๊ายบายยยย…… Budi มารับแล้ว….. วันนี้เราจะขึ้นเหนือ แต่ที่แรกที่เราจะไปก่อนคือ Ubud Market  เป็นตลาดของฝากให้เดินเล่นชิลๆ ซื้อของฝากได้ เราใช้เวลาอยู่สักพัก ส่วนตัวเราไม่ได้อะไรเลย แหะๆ เดินไปเรื่อยๆ เรานัดเจอกับ Budi ที่ Ubud Palace ที่ต่อไปที่เราจะไปคือ Ulan Danu Baratan Temple เป็นวัดที่อยู่กลางน้ำ ตั้งชื่อตามทะเลสาบ Baratan วัดนี้ต้องขึ้นไปทางเหนือ แล้วต้องขึ้นเขาไป บรรยากาศคือดีมากๆ อากาศดีมากกกกก เย็น……. อยู่บนเวลา ติดทะเลสาป คือดีมากๆๆๆ เราใช้เวลาดื่มด่ำบรรยากาศกันสักพัก ถ่ายรูปเรียบร้อย ก็เป็นอันจบ ไปที่ถัดไปกันเถอะ ระหว่างทาง Budi พาเรากินหมูหันอีกแล้ว หลังจากที่เค้าเห้นเราติดใจจากที่แรก ร้านนี้ดูดีกว่าร้านแรกที่กิน หมูหันเหมือนเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่เหมือนกันนะ ร้านนี้ชื่อ Babi Guling Depot Betty ดูดีกว่าร้านแรกเยอะ แต่เราก็ยังชอบร้านแรกมากกว่า รสชาติจัดจ้านกว่า Local  มันจัดจ้านกว่าเสมอ 5555 หลังจากอิ่มกันแล้ว เราก็ไปต่อ ที่ต่อไป ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราตั้งใจไป เวลาสักพัก ประมาณ ชั่วโมงนึง ระหว่างนี้เราก็หลับละกัน ตื่นมาอีกทีถึงละ ที่นี่คือ “Aling Aling Waterfall” เราต้องซื้อ Ticket เข้าไปพร้อมไกด์ท้องถิ่นที่จะพาเราเข้าไป คนละ 125.000 IDR ซื้อตั๋วเสร็จ เปลี่ยนชุดพร้อม ไปลุยกันเลย……  Aling Aling ภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า ม่าน เค้ามองว่าน้ำตก เหมือนกับม่านน้ำ เลยตั้งชื่อว่า Aling Aling ด้วยระยะเวลาที่เรามีไม่มา เราไปถึงก็บ่าย 3 กว่าๆ แล้ว จริงๆ มีทางให้เดินเค้าแบ่งเป็น 3 แบบ คือ Small / Medium และ Large เหมือน S M L แหละ แต่ว่าเราคงไปกันได้แค่ S เพราะถ้า L ต้องใช้เวลาทั้งวัน แต่แค่ S ก็ครอบคลุมสิ่งที่เราอยากได้หมดแล้วหละ เราตั้งใจมาที่นี่เพราะ Hilight ของมันอยู่ที่การกระโดดน้ำตกและ เล่น Slider ที่เป็นน้ำตก ตื่นเต้นละ ไปเหอะ เข้าไปกัน เราใช้เวลาเดินไม่นานประมาณ 15 นาทีก็ถึงที่แรก เป็นจุดที่ให้ Jump จุดนี้ความสูง 6 เมตร ตอนแรกที่มา คือตั้งใจมากว่าจะต้องโดด เป้นตัวตั้งตัวตี จะมาที่นี่ เพราะจะโดด แต่พอถึงจริงๆ ก็แอบกลัวเหมือนกันแหะ แต่มาแล้วก็ต้องเล่น!! (อีกแล้ว) เค้ามีชูชีพให้ ถึงเวลาก็… เค้าสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง โอ้โหว ทำไมดูชิลจัง ตาพวกเราละ แน่นอนเราไม่ใช่คนแรกที่จะโดดแน่ๆ พี่ผู้ชายไปกันก่อนเลยค่ะ อ่ะ พี่บอกชิลๆ สบายๆ ให้เราโดเลย เอาละนะ จะโดดแล้ว….. 1 2 3 /// ตู้มมมมม แหะๆ ๆ ๆ ๆ สนุกอ่า….. ก็ สนุกดีนะ ครั้งนึงในชีวิต โอเคแล้ววว ต่อไป เราก็จะไป Slider คือ จริงๆ มันเป็นล่องน้ำตกนั่นแหละ แล้วให้เราไหลลงมาตามร่องน้ำตก ก็น่ากลัวอยู่น๊า เพราะเราจะลงมาโดยมีแต่ตัวกับชูชีพ แล้ว….. ถ้าเราหลุดออกนอกหินหละ ไม่อยากจะคิด เอาหน่าแต่มาแล้ว ก็ต้องเล่น!!! อีกแล้ววววว แน่นอน เราไม่ใช่คนแรกอีกเช่นเดิม พอถึงตาเรา เอาหละ 1 2 3/// กรี๊ดดดดดดด…….. โอ๊ยย สนุกกกกก  แค่นี้ คุ้มแล้วววว ตั้งใจแค่นี้แหละ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้ลองในสิ่งที่อยากลองเรียบร้อยแล้ว จบ Mission Complete เย้…….. แล้ว…. ไกด์ก็บอกว่า Next Station!! ห๊ะ มีอีกหรอ… โอเค ไปก็ ไกด์พาเราไปที่จุด Jumping อีกจุด ที่ความสูง 10 ม. อู้วหูววววว ไงดีเนี่ยยยยย แค่มองลงไปก็กลัวล้าวววว แต่เหมือนเดิม มาแล้ว ต้องเล่น!!! เอาวะ เริ่มต้นที่ฝรั่งก่อนเลยค่ะ มีฝรั่ง 2 คนมาพร้อมๆ กับเรา เราให้เค้าก่อนเลย 5555 หลังจากที่เห็นเค้าโดด เห็นไกด์โดด ก็ ยังลังเลอยู่ พี่ในแก๊ง โดด ก่อน  แล้วก็ถึงตาเรา หือออ เอาไงดี สูงนะเนี่ยยยย เอาจริงเราไม่เคยโดดน้ำสูงแบบนี้มาก่อนเลย เราอยากเล่นนะ แต่เราก็เป็นคนกลัวน้ำประมาณนึงเลย ( ควรจะคิดตั้งแต่เอา Surf ออกไปกลางทะเลตั้งแต่วันก่อนแล้วมั้ย??) ในใจก็ยังแบบ แค่อันแรก ก็ยังหวั่นๆ จริงๆทำใจมาแค่นั้นนะ ไม่คิดว่าต้องเจออันนี้ หูยยยย สูงจังงงงง แต่ก็นะ เอาวะ มาแล้วต้องเล่น!!! หันไปบอกพี่ไกด์ว่า พี่คะ หนูลงเองนะ ไม่ต้องผลัก สัญญาจะลง ก่อนหน้าเราคือ เค้าผลักไง เพราะพี่เค้าลังเล ยึกยัก เค้าเลยผลัก ซึ่ง เราไม่โอเคคคคค พี่เค้าต้องผลักเพราะไม่งั้นถ้าตกไปใกล้ๆ มันจะอันตรายมาก เพราะหินทั้งนั้น  หลังจากบอกเค้าเสร็จ เค้าก็เริ่มนับ One…..  Two…… Three…… ต้องโดด!!! ในหัวคิดแบบนี้แล้วก็ก้าวขาไป เอาวะ โดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ว๊ากกกก……. ตู้มมม………………………………….. ความรู้สึกแรกคือ ฮือออออ เจ็บอ่า…… เจ็บมากเลยยยย เหมือนเอาก้นลง พยายามแล้วที่จะเหยียดขาตรงแล้วเอาขาลงตรงๆ แต่มันควบคุมขาไม่ได้ตอน ณ จังหวะนั้น แปะ!! เต็มๆ รู้สึกว่าชามาก เหมือนเอาอะไรมาฟาด พยายามว่ายออกมาจากตรงนั้นเพราะเดี๋ยวพี่อีกคนจะโดด ความรู้สึกคือ เหมือนเตะขาไม่ได้ ขาไม่มีความรู้สึกอื่นนอกจากเจ็บจังเลยยยย หลังจากที่เราถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาต้องกลับแล้ว เพราะเราไฟท์กลับ 01.35 น. เราต้องออกจากจุดเหนือสุด ลงไปเกือบใต้สุด เพราะสนามบินอยู่เกือบใต้สุด และรถค่อนข้างติด ต้องใช้เวลา ระหว่างทางเราก็แวะซื้อ JFC ไก่ทอดกิน งาน Mirror ก็มา 555 มีความแซ่บอยู่นะ ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้ มีความเผ็ดให้เลือก level 1-10 เราเลือก level 10 แซ่บดีแท้…… หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่สนามบิน ก่อนถึงสนามบิน เราแวะอาหาร เหมือนข้าวแกง เค้าเอาทุกอย่างที่เค้ามีเป็นจานๆ มาให้เราเลือก ตอนแรกเราก็งง ไม่มีเมนูให้เราเลือกหรอ คือ เค้าเอาทั้งหมดที่มีเป็นจานๆ ยกมาให้เราเลือกเลย กินเท่าไหนก็จ่ายท่านั้น กินเสร็จ พร้อมนอน เราไปถึงสนามบินประมาณ 5 ทุ่ม รอ Check in จน Check in เสร็จเรียบร้อย ณ ตอนนี้ เรารู้สึกว่า เราร่างค่อนข้างแหลกมาก ทริปนี้ใช้ร่างกายลุยเหมือนกันนะ หลังจากที่เราโดดน้ำ เล่น Surf  จริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ที่ต้องเดินลง Bubble Hotel ทริปนี้ค่อนข้างหนื่อย แต่สนุกมาก แล้วก็ยังรู้สึกอยากมาอีก ตอนนี่ความเหนื่อยล้า และ ระบม ปวดตัวมากๆ ตัวเราเขียว ขาเราม่วงไปหมดเลยจากการกระโดดน้ำ แต่ก็ยังรู้สึกว่า มันคุ้มนะ มันดีจริงๆ แม้ตอนนี้จะแค่เดินก็ยังเดินแทบจะไม่ไหวแล้วก็ตาม แต่ก็สนุกจริงๆ พอขึ้นเครื่องเราเอาผ้าปิดตามาปิดตา แล้วหลับเลย เราไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าเครื่องขึ้นตอนไหน แต่ระหว่างทางกลับ เราปวดตัวจนต้องตื่นเป็นพักๆ ตลอดเลย เพราะเราไม่สามารถหาท่าที่ดีที่สุดในการนอนได้ จากกายภาพ ที่ระบมไปทั้งตัว สุดท้าย เราก็กลับมาถึงไทยโดยปลอดภัย ถือว่า เป็นทริปที่ดีที่สุดอีกหนึ่งทริปเลยจริงๆ #บาหลีมีดีกว่าที่คิด #BaliSeeYouAgain ยังไงติดตามกันต่อนะครับ โปรแกรมทริปหน้าจะเป็นที่ไหน ติดตามอ่านกันต่อครั้งต่อไปได้ที่ Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuNDotCom Website : www.teawmun.com หน้าแรกเว็บ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.