เที่ยวซัปโปโร ด้วยตัวเอง

เที่ยวซัปโปโร ด้วยตัวเอง

วางแผนเดินทางกันก่อน

เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าในการเข้าประเทศแล้ว ดังนั้นจึงวางแผนเที่ยวซัปโปโรช่วงหน้าหนาว เพื่อท้าความหนาว โดยตามโปรแกรมผมจะเที่ยวซัปโปโรด้วยตัวเองทั้งหมด 6 วัน 5 คืน คือพักที่ซัปโปโร 4 คืน พักที่สกีรีสอร์ท 1 คืนครับ

การเดินทางไปญี่ปุ่น

การเดินทางไปซัปโปโร

สายการบินสู่ประเทศญี่ปุ่น

ขอวีซ่าญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

รถไฟฟ้าใต้ดิน

การใช้เว็บ hyperdia ตรวจสอบเวลารถไฟที่ญี่ปุ่น

การเดินทางเข้าตัวเมืองฮอกไกโดจากสนามบิน

แผนที่รถไฟฟ้าฮอกไกโด

แผนที่ JR Hokkaido

แผนที่รถไฟฟ้าซัปโปโร

แผนที่ตัวเมืองซัปโปโร

แผนที่มหานครซัปโปโร ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2

แผนที่ท่องเที่ยวฮอกไกโด ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2

ข้อมูลพื้นฐานก่อนเดินทาง

คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและรองเท้าในฤดูหนาว

การขอใบภาษีคืนในญี่ปุ่น

ของฝากจากญี่ปุ่น

หลังจากเกริ่นแนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทางกันแล้ว ได้เริ่มเดินทางวันแรกกันแล้ว ^_^

การเดินทางวันแรก

การเดินทางไปญี่ปุ่นรอบนี้ เดินทางด้วยสายการบินไทย TG670 เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ 23.45 ถึงสนามบินชินชิโตเซะ (CTS)เวลา 08.00 น.

การเดินทางวันที่สอง

เดินทางเข้าเมืองซัปโปโร ด้วยรถไฟ JR ใช้เวลาเดินทางประมาณ 37 นาที ค่าโดยสาร 1,070 เยน ค่าที่นั่งแบบUnreserved Seat 310 เยน รวมเป็น 1380 เยน ซึ่งราคาไม่ต่างกับรถโดยสาร 1,040 เยน แต่รถโดยสารใช้เวลาเดินทางประมาณ 70 นาที

เดินทางถึงตัวเมืองซับโปโร จัดการเก็บข้าวของเข้าที่พักในทริปนี้ได้แก่ Hotel North Gate Sapporo

http://www.agoda.com/th-th/hotel-north-gate-sapporo/hotel/sapporo-jp.html?cid=1583889

4-2-6 Nishi, Kita 6-jo, Kita-ku, สถานีซัปโปโร, ซัปโปโร, ญี่ปุ่น 060-0806 (ดูแผนที่)

หลังจากเก็บข้าวของกันเรียบร้อยแล้ว สถานที่แรกเดินชิวๆจากที่พักประมาณ 7-8 นาที

ได้แก่ ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด (Former Hokkaido Government Office Building)หรือ อะคะเร็งงะ (Akarenga) ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า อิฐสีแดง สร้างในปี พ.ศ.2416 เป็นอาคารในสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา โดยลอกเลียนแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ตึกแดงนี้ใช้ทำการตั้งแต่ปี พ.ศ.2429 และใช้งานต่อเนื่องยาวนานถึง 80 ปี ก่อนจะย้ายไปที่ทำการหลังใหม่ที่ทันสมัยกว่าด้านหลังของตึกแดง

ตัวอาคารในปัจจุบันยังคงงดงาม ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง อาคารหลังนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี พ.ศ.2512 ภายในยังคงมีข้าวของเครื่องใช้ในห้องที่เคยเป็นที่ทำงานของผู้ว่าการเมือง บางห้องจัดเป็นนิทรรศการแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวความเป็นมาของเมือง ให้ชมกันแบบฟรี

เดินเที่ยวกันต่อสถานที่สองได้แก่ Sapporo Clock Tower ใช้เวลาเดินจากทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโดประมาณ 8-10 นาที

Sapporo Clock Tower สัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร โดยตัวอาคารสร้างขึ้นในยุคแรกช่วงพัฒนาเกาะฮอกไกโดในปี 1878 และได้ติดตั้งนาฬิกาที่สั่งซื้อมาจากกรุงบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาในอีก 3 ปีถัดมา ว่ากันว่าเป็นนาฬิกาที่บอกเวลาได้เที่ยงตรงที่สุดของเมือง

และปัจจุบันภายในอาคารได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงถึงความเป็นมาของอาคารและเมืองซัปโปโรในยุคเริ่มแรก เสียค่าเข้าชม 200 เยน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 8:45 to 17:10 (เข้าได้ไม่เกิน 17.00 น.)

ขอบคุณรูปภาพจาก : http://justtopassthetime-cblife.blogspot.com/2013/06/winter-holiday-in-hokkaido-7-half-day.html

เดินทางต่อไป ShiroiKoibito Parkหรือ โรงงานช็อกโกแลตค่าเข้าชม 600 เยน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9:00to 18:00 (เข้าได้ไม่เกิน 17.00 น.) เดินทางโดยรถไฟมาลง สถานีMiyanosawa Station.(ประมาณ 20 นาทีจาก Odori Station)ค่าโดยสาร 290 เยน

ถึงด้านหน้าทางเข้า ShiroiKoibito Parkหรือ เป็นโรงงานผลิตช็อคโกแลตสารพัดรูปแบบในห่อและกล่องสีสวยเย้ายวนใจ บริษัทชื่อ อิชิยะ (Ishiya) ได้ทำช็อคโกแลตยี่ห้อ “ชิโรย โคอิบิโตะ” (ShiroiKoibito) ออกสู่ตลาดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 และ เพื่อเป็นการโฆษณาพร้อมทั้งรองรับผู้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน จึงมีการจัดสร้างสวนสำหรับพักผ่อน หย่อนใจ มีเครื่องเล่นนิดหน่อย และมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปมากมาย ทั้งหอนาฬิกา หอคอยขนม เค้ก บ้านรังนก รถไฟเล็ก ฯลฯ

ภายในโรงงานชอกโกแลตครับ พอดีไม่ค่อยได้หยิบกล้องออกมาถ่าย เลยได้รูปมานิดเดียวครับ

หลังจากเที่ยวเสร็จกันแล้ว ร่างกายเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาจากประเทศไทย ทำให้ตัดสินใจกลับโรงแรม Hotel North Gate Sapporoค่าโดยสาร 290 เยน

นอนพักเอาแรงเพื่อเที่ยวต่อที่สกีรีสอร์ทในวันรุ่งขึ้นครับ

การเดินทางวันที่สาม

การเดินทางวันที่สาม เดินทางไป สกีรีสอร์ท ชื่อ Hotel Mount Racey นั่งรถไฟจาก สถานี Sapporo Station มาลงสถานี YUBARI Station ใช้เวลาเดินทาง 1.30-2.00 ชั่วโมงค่าโดยสาร 2160 เยน ค่าที่นั่งแบบUnreserve Seat 1130 เยน รวมเป็น 3290 เยน

หรือถ้ามาจากสนามบินNew Chitose Airportสามารถนั่ง Mount Racey Shuttle Bus ประมาณ 75 นาทีครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.yubari-resort.com/en/access.html

ค่าโรงแรมคืนนี้ ประมาณ 8000 บาท

068-0411 Hokkaido, Yubari, Suehiro 2-4, Japan – Show map

http://www.booking.com/hotel/jp/mount-racey.en-gb.html?aid=811156

ดังนั้นกิจกรรมในวันนี้ไม่มีอะไรมาก นอกจากเล่นหิมะสะท้านอากาศหนาวเท่านั้นครับ

การเดินทางวันที่สี่

การเดินทางวันนี้เดินทางเข้าซัปโปโรมาพักที่โรงแรม Hotel North Gate Sapporo ใช้เวลาเดินทาง 1.30-2.00 ชั่วโมงค่าโดยสาร 2160 เยน ค่าที่นั่งแบบUnreserve Seat 1130 เยน รวมเป็น 3290 เยน

หลังจากจัดการเรื่องที่พักกันแล้ว เที่ยวซัปโปโรกันต่อที่ คลองโอตารุ เดินทางได้โดยมาลงสถานี Otaru Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

คลองโอตารุ (Otaru Canal) หรือ โอตารุอุนงะ (Otaru Unga) ยาวประมาณ 1.5 ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว จนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุ ปัจจุบันตลอดริมคลองโอตารุมีร้านอาหาร ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงพิพิธภัณฑ์ และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงจากดวงอาทิตย์จะสาดแสงลงมาทำให้บรรยากาศของคลองโอตารุดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

หลังจากนั้นเดินเล่นถนน Sakai-Machi เป็นถนนที่มีร้านขายของที่ระลึกของฝาก ร้านค้าต่างๆ จะเป็นอาคารเก่าโบราณทั้งสองข้างทาง

นอกจากนั้นจะมี พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Music Box Museum) ตั้งอยู่ภายในตึกอิฐแดงเก่าสองชั้น ภายในเปิดขายบรรดากล่องดนตรีที่สวยงาม และเราสามารถประดิษฐ์กล่องดนตรีได้เอง สามารถเลือกกล่องดนตรี ตุ๊กตาประดับ และเพลงที่จะใส่ลงไปในกล่องดนตรีได้ โดยราคาก็จะแตกต่างกันออกไปและมีหลายราคา

แล้วจุดที่น่าสนใจของร้านนี้คือ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่มีเพียงแค่สองเรือนในโลก คือที่ประเทศญี่ปุ่นและประเทศแคนาดา เท่านั้น โดยนาฬิกาจะส่งเสียงเพลง และพ่นไอน้ำออกมาเพื่อบอกเวลาทุกๆ ชั่วโมงครับ

เดินทางกลับจากโอตารุไปย่านโอโดริ ค่าโดยสาร 840 เยนเพื่อเดินเล่นตลาดถนนคนเดินทานูกิโคจิ

ตลาดถนนคนเดินทานูกิโคจิเป็นชุมชนร้านค้าประมาณ 200 ร้านทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตรตลอดทิศตะวันออกและตะวันตกของใจกลางเมืองซัปโปโรเชื่อมต่อกันด้วยหลังคาโครงสร้างที่รองรับทุกสภาพอากาศตั้งแต่เขตนิชิ 1 โจเมะจนถึงนิชิ 7 โจเมะ จึงสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลถึงฝนหรือหิมะ แสงแดดถือกำเนิดตั้งแต่ยุคบุกเบิก เมื่อรัฐบาลเมจิกำหนดให้ซัปโปโรเป็นเมืองบุกเบิกของฮอกไกโดในปีค.ศ.1869 (ปีเมจิที่ 2) โดยเริ่มมีการสร้างร้านค้าและร้านอาหารขึ้นบริเวณเขต 2-3โชเมะในปัจจุบันและถูกเรียกว่า ทานุกิโคจิ ในช่วงปีเมจิที่ 6 ในชุมชนร้านค้ามีร้านทั้งเก่าและใหม่สลับสับเปลี่ยนเข้ามาทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านคาราโอเกะและอื่นๆ เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยมากมายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา และได้พบได้เจอสิ่งใหม่ๆ ทุกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล :http://www.welcome.city.sapporo.jp/find/shops/tanukikoji_shopping_arcade/?lang=th

หลังจากเดินกันพอสมควร นั่งรถไฟกลับโรงแรม Hotel North Gate Sapporo ค่าโดยสาร 200 เยน

http://www.agoda.com/th-th/hotel-north-gate-sapporo/hotel/sapporo-jp.html?cid=1583889

4-2-6 Nishi, Kita 6-jo, Kita-ku, สถานีซัปโปโร, ซัปโปโร, ญี่ปุ่น 060-0806 (ดูแผนที่)

การเดินทางวันที่ห้า

โปรแกรมเที่ยววันนี้ ขอเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันบ้างครับ วันนี้เดินทางออกนอกเมืองไป SHIRAOI เดินทางจากเมืองซัปโปโร ด้วยรถไฟ JR ใช้เวลาเดินทางประมาณ 60 นาที ค่าโดยสาร 1,840 เยน ค่าที่นั่งแบบUnreserve Seat 1,130 เยน รวมเป็น 2,970 เยน

เดินทางถึง SHIRAOI ก็ไม่รอช้าเดินเที่ยว Shiraoi Ainu Museum (Porotokotan) ค่าเข้าชม 800 เยน ตั้งอยู่ที่ริมทะเลสาป Poroto เมือง Shiraoi พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นลักษณะพิพิธภัณฑ์เปิดกลางแจ้ง มีการจำลองหมู่บ้านของชาว Ainu อนุรักษ์ สืบสาน และเป็นศูนย์รวมของการให้การศึกษาด้านสังคม ค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับชนพื้นเมือง Ainu

มีการแสดงทุกชั่วโมงโดยเป็นการเล่าขานถึงวิถีชีวิตของชาว Ainu ในอดีตข้าวของเครื่องใช้ การเล่นดนตรี และบทเพลง

หลังจากเที่ยว Shiraoi Ainu Museum (Porotokotan) เสร็จแล้ว เดินทางกลับ ซัปโปโร ครับ เนื่องจากหากรอช้ากว่านี้จะได้กลับก็สี่โมงเย็นเลยครับ

เที่ยวกันต่อที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ โดยนั่งรถโดยสาร สาย “Loop 88 Factory Line” โดยขึ้นได้ที่ ห้างสรรพสินค้า Seibu ใกล้สถานี Sapporo Station รถออกทุก 20 นาที ค่าโดยสาร 210 เยน

โรงเบียร์ที่จะได้ลิ้มรสชาติเบียร์สดส่งตรงจากโรงงานกับเนื้อย่างเจงกิสข่านอาหารขึ้นชื่อของฮอกไกโด หลังจากที่สร้างโรงงานผลิตแล้วเสร็จ ในปีค.ศ.1890 บริษัทซัปโปโรเบียร์ซึ่งเป็นบริษัทเดิมของบริษัท ซัปโปโรเบียร์ จำกัดได้ซื้อกิจการไปในปีค.ศ.1903 หลังจากที่ย้ายมาเพื่อตั้งเป็นโรงงานผลิตมอลล์จึงได้เปิดเป็น ‘ซัปโปโรเบียร์การ์เด้น’ ขนาด 100 ที่นั่งขึ้นในปีค.ศ.1966 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของที่นี่ เพื่อที่จะให้ได้รสชาติเบียร์ที่อร่อยจึงมีการใช้วิธีรินครั้งเดียวด้วย ‘ก๊อกแบบสวิง’ ที่สามารถสร้างฟองเบียร์ไปพร้อมๆ กับที่รินเบียร์ลงแก้ว สามารถลิ้มรสเบียร์ ‘คลาสสิค’ ซึ่งมีขายเฉพาะที่ฮอกไกโดเท่านั้นที่ใช้เวลา 3 วินาทีในการรินใส่แก้วเบียร์ขนาด 500 มล.เพื่อรักษาความสดใหม่ และ ‘ซัปโปโรไฟว์สตาร์’ ซึ่งมีขายเฉพาะที่เบียร์การ์เด้นเท่านั้น หากได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเบียร์ซัปโปโรที่พิพิธภัณฑ์เบียร์เพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะทำให้ได้รสสัมผัสของเบียร์ที่ลึกลํ้ายิ่งขึ้นไปอีก

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.welcome.city.sapporo.jp/find/foods/sapporo_beer_garden/?lang=th

หลังจากเที่ยวพิพิธภัณฑ์เบียร์ โดยนั่งรถโดยสาร สาย “Loop 88 Factory Line” กลับสถานี Sapporo Station เพื่อกลับที่พักโรงแรม Hotel North Gate Sapporo ค่าโดยสาร 210 เยน ครับ

http://www.agoda.com/th-th/hotel-north-gate-sapporo/hotel/sapporo-jp.html?cid=1583889

4-2-6 Nishi, Kita 6-jo, Kita-ku, สถานีซัปโปโร, ซัปโปโร, ญี่ปุ่น 060-0806 (ดูแผนที่)

การเดินทางวันที่หก (วันสุดท้าย)

เดินทางจากเมืองซัปโปโร ด้วยรถไฟ JR ใช้เวลาเดินทางประมาณ 37 นาที ค่าโดยสาร 1,070 เยน เดินทางถึงสนามบินชินชิโตเซะ (CTS) เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพด้วยสายการบินไทย TG671 เวลา 11.02 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ 16.52 น.

หน้าแรกเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

Leave a Reply