เที่ยวภูกระดึงด้วยตัวเอง

เที่ยวภูกระดึงด้วยตัวเอง

ก่อนเดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูกระดึง ความพร้อมของร่ายกายเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะต้องใช้เวลาเดินและขึ้นเขาระยะทางร่วม 9 กิโลเมตร ขึ้นเขากับทางราบครึ่งๆสลับกันไปครับ
อุทยานฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นภูกระดึง ตั้งแต่เวลา 07.00 – 14.00 น. และจะปิดเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ของทุกปี

การเดินทางไปภูกระดึง

การเดินทางโดยรถยนต์ จากตัวเมืองเลยใช้เส้นเลย – ภูกระดึง (ทางหลวงหมายเลข 201) ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 75 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก 8 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานครับ

การเดินทางโดยรถโดยสาร สามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เลย แล้วลงที่ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง และต่อรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมแพ ใช้ลงที่ตลาดชุมแพแล้วต่อรถสายชุมแพ-ผานก เค้า ไปลงที่ผานกเค้า ซึ่งจะมีรถสองแถวไปอุทยานได้เช่นกันจ้า
*หมายเหตุ -ต่อรถสองแถวจากผานกเค้า ถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ราคา 30 บาท/คน

การเดินทางโดยเครื่องบิน
โดยใช้เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ขอนแก่น กรุงเทพฯ-เลย ของสายการบินต่างๆ ได้ทุกวัน ต่อรถโดยสารสายขอนแก่น-เลย ถึงอำเภอภูกระดึงแล้วต่อรถสองแถวเข้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

แผนที่การเดินทาง

ถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึงแล้ว สิ่งที่สำคัญมาก 3 อย่างที่ต้องทำก่อนขึ้นภูกระดึงแล้วชีวิตคุณจะดี๊ดีขึ้น

อย่างแรกคือ รองเท้า สตั๊ดภูเขา สามารถหาซื้อได้ก่อนขึ้นราคา 85 บาท แนะนำต้องซื้อ!!! และถอดรองเท้าเดิมเก็บซะโดยดี

อย่างที่สอง คือ ถุงเท้ากันทาก 30 บาทเท่านั้น ใส่ทับถุงเท้าเดิมก็ได้ครับ สำคัญอย่างยิ่งเพราะแค่กางเกงยีนส์มันไม่พอจริงๆครับ ทากที่นี่โหดมาก

อย่างที่สามคือลูกหาบ ค่าจ้างกิโลกรัมละ 30 บาท แต่แนะนำให้ไปถึงเช้าๆ สายๆลูกหาบหมด งานเข้าแน่

แนะนำแผนที่ก่อนเดินทางครับ จะมีจุดแวะซักตามซำต่างๆ ซึ่งมีร้านค้าตามรายทางตลอด พยายามแบกของติดตัวให้หน่อยที่สุด แล้วชีวิตคุณจะดีขึ้น

การเดินทางวันแรก

เริ่มต้นจากการจ่ายค่าธรรมเนียมอุทยานกันเป็นที่เรียบร้อย ซื้อข้างของที่จำเป็นตามที่บอกไว้สามอย่าง ก็พร้อมลุยกันแล้ววว เจอกัน Next Station ภูกระดึง

เดินมา 800 เมตร พลังยังเต็มเปี่ยม อีก 200 เมตร ก็ถึงซำแรกของเรา ซำแฮก ใครไม่ฟิตบอกเลยแฮกสมชื่อ ถึงซำแรก มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ใครยังไม่ได้ทานอะไรมาตอนเช้า จะเลือกทานมื้อเช้าที่นี่ก็ไม่เลวนะครับ แต่ผมอิ่มมาเรียบร้อยแล้ว ลุยต่อ Let go go go

เดินเข้ากิโลเมตรที่ 2 ก็มีมุมให้ถ่ายวิวข้างล่างไปเรื่อยๆ ซึ่งทางช่วงนี้เดินชิวๆ ทางราบจ้าา

เดินขึ้นมาถึงซำกกโตน และเดินทะลุไปถึงหลังแป สู้ๆ อีกนิดเดียว คิดในใจเดินถึงหลังแปสบายละ ที่เหลือเป็นทางเรียบๆอีกสามกิโลเท่านั้น ก่อนจะถึงจุดกางเต้นท์ ร่างกายตอนนี้ เหงื่อไม่ออกนะ เพราะอากาศเริ่มเย็น แต่ขานี่เมื่อยอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

รวมระยะเวลาเดินทั้งหมด 8-9 ชั่วโมง ก็เดินมาถึงจุดกลางเต้นท์วังกวาง ซึ่งค่าเช่าเต้นท์ 300 บาทต่อคืน ค่าผ้าปูรองนอนคนละ 100 บาทต่อคืน จัดไป 2 คืน 800 บาท จ้า

บรรยากาศบริเวณลานพระพุทธรูปให้สักการะเอาฤกษ์เอาชัยกันนิดนึง พอตกดึกบรรยากาศเริ่มหนาว หมอกหนามากเช่นกัน คุ้มค่าเหนื่อยที่ได้ขึ้นมาจริงๆ

การเดินทางวันที่สอง

ตื่นเช้ามาวันที่สองตื่นสายหน่อย อากาศสดชื่นทีเดียว ไม่ได้วางโปรแกรมอะไรมากมาย เจอที่ไหนแวะเที่ยว เน้นดูพระอาทิตย์ตกเท่านั้น

วันนี้เดินแบบชิวๆ แต่ระยะทางไปกลับประมาณ 20 กิโลเมตรได้ ฟังดูอาจจะไม่ชิวเท่าไหร่ ไปยังน้ำตกเพ็ญพบ ซึ่งระยะทางเดินจากจุดกางเต็นท์ ประมาณ 2 กิโลเมตร

เที่ยวน้ำตกเพ็ญพบเล่นน้ำกันพอหอมปากหอมคอกันแล้ว เดินย้อนกลับมาตามเส้นทางล่าพระอาทิตย์ตกกันต่อ เดินผ่านแนวทิวสน และน้ำตกถ้ำสอเหนือ ต้องเดินลุยน้ำกันนิดนิงส์เปียกหน่อยแต่ได้บรรยากาศทีเดียว

เดินทางมาระยะทาง 11 กิโลเมตร สุดท้ายก็ได้หมายถึงผาหล่มสักกก ถ่ายวิวรอดูพระอาทิตย์ตก พร้อมทั้งถ่ายรูปหมูโทนดำสุดฮิตมีพื้นหลังเห็นแสงพระอาทิตย์กำลังจะตกลง จัดว่างามคุ้มค่าเวลาที่เดินมาจริงๆครับ

แต่อุปสรรคสุดท้ายคือ การเดินกลับจุดกางเต็นท์ยามค่ำคืนจ้าา เดินจ้ำกันสุดฤทธิ์ ลืมบอกไปครับ การเดินทางกลางคืนไม่น่ากลัวมากเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่นำทางให้ครับ แต่ทั้งนี้ความมืดแม้จะมีนักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ มันยังแฝงด้วยความเงียบอยู่ดี พูดไป รีบเกินกันต่อดีกว่า…

สุดท้ายก็ถึงที่พักสามทุ่มจ้าา ฟ้าเปิดแบบนี้ จัดแจงอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย ถ่ายภาพดาวแบบงามๆกันซักรูปและกัน กว่าจะได้มาก็ใช้เวลาเซทกล้องพักใหญ่ทีเดียวครับ

การเดินทางวันที่สาม (วันสุดท้าย)

วันนี้ต้องเดินทางลงจากยอดภูกระดึงกันแล้ว เดินลง 9 กิโลเมตร รวมระยะทางเดินทั้งสิ้น 40 กิโลเมตรใน 3 วัน ต้องบอกเลยว่าโหดมากสำหรับคนที่ร่างกายไม่พร้อม อาจจะถึงกับน็อคได้เลยนะครับ สุดท้ายกันแล้วขอฝากด้วยภาพที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่มา ภูกระดึงต้องมาถ่ายที่นี่ “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง”

ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกันต่อ ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่

Facebook : TeawMuNDotCom

ถูกใจทริปเที่ยวนี้สามารถกดแชร์ทริปนี้ได้เลยนะครับบบ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามครับบ

หน้าแรกเว็บ

Leave a Reply