เที่ยวภูเก็ต เกาะพีพี ด้วยตัวเอง

เที่ยวภูเก็ต เกาะพีพี ด้วยตัวเอง

วางแผนเดินทาง

แผนการเดินทาง ครั้งนี้เกิดขึ้นจากการไปจองที่พักในงานไทยเที่ยวไทยไว้ เลยหาโอกาสมาเที่ยวเลยเกิดทริปนี้ขึ้นมาจ้า รอบนี้ตั้งใจเที่ยวภูเก็ตสามวันสองคืน หลักๆ เที่ยวในเกาะภูเก็ต และจองทริปเกาะพีพี (Speed boat) ไว้ครับ

จะเที่ยวทั้งทีก็ประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินและโรงแรมโดยการจองผ่าน Traveloka ไม่อยากพลาดโปรดีๆ ลองเช็คได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/promotion

ส่วนเรื่องเที่ยวและการเดินทางของผมมาติดตามกันเลยครับ

การเดินทางไปภูเก็ต

แผนที่เที่ยวตัวเมืองภูเก็ต

แผนที่เที่ยวจังหวัดภูเก็ต

การเดินทางวันแรก

การเดินทางรอบนี้ได้ตั๋วเครื่องบินด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ด้วยราคาไปกลับ 1,400 บาท ใช้เวลาเดินทางไป ประมาณ 1.20 ชม. จากสนามบินดอนเมืองไปถึงสนามบินภูเก็ต จากนั้น

หลังจากถึงสนามบินภูเก็ตแล้วต้องเดินทางไปที่พักของเราวันนี้ Sunsuri Resort ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดในหาน ถ้าเลือกจะนั่งแท๊กซี่จากสนามบินก็ต้องเสียค่ารถ 1,000 บาท เลยต้องเลือกการเดินทางที่ถูกกว่าแท๊กซี่คือรถ Shuttle Bus ไปที่สถานีขนส่งภูเก็ตคนละ 100 บาท แล้วนั่งสองแถวไปหาดในหานคนละ 60 บาทก็สามารถเดินทางถึงที่พักได้เช่นกันจ้าา

105899

การเดินทางเข้าเมืองภูเก็ต เลือกใช้บริการ Shuttle Bus  ค่าโดยสารจากสนามบิน 100 บาท ใช้เวลาทางประมาณ 1 ชั่วโมง ซึง่ภายในรถค่อนข้างสะดวกสบายแล้วพี่พนักงานประจำรถค่อนข้างใจดี แนะนำการเดินทางให้เราครั้งนี้ด้วยครับ

จากสถานีขนส่งภูเก็ตสามารถเดินทางด้วยรถเหมืองสองแถวสัญลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต สาย ภูเก็ต ราไวย์ ในหาน เพื่อเดินทางไปที่พัก โดยใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมงจ้า ค่ารถจากสถานีขนส่งไปถึงหาดในหาน 60 บาท

เดินทางถึงที่พักของเราวันนี้ Sunsuri Resort ซึ่งครั้งนี้ได้จองเป็นแพจเกจจากงานไทยเที่ยวไทย เป็นห้อง Deluxe มีอาหารเช้าทุกวัน มีอาหารมื้อเย็นเลือกรับประทานได้ 1 มื้อ

ความพิเศษของโรงแรมนี้ เนื่องจากมีอาคารพักหลายห้อง และตั้งอยู่ใกล้ริมภูเขาแต่ละอาคารระดับความสูงแตกต่างกันมาก ทางโรงแรมจึงจัดรถรับส่งบริการรับส่งถึงห้องพักได้ตลอด 24 ชั่วโมงจ้าา

มาชมบรรยากาศภายในห้องพักกันบ้างครับ ค่อนข้างหรูหรา ภายในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำด้วยจ้า พร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเครื่องเป่าผม อุปกณณ์ชุดอาบน้ำ ตู้เย็น ทีวี ตู้เซฟ รวมถึงชุดคลุมอาบน้ำ อลังการงานสร้างจริงๆ

หลังจากสำรวจและดื่มด่ำบรรยากาศห้องพักกันเรียบร้อยแล้ว เดินจากห้องพักมาที่ล็อบบี้กันดีกว่าซึ่งผ่านสระว่ายน้ำ และห้องอาหารเช้าและเย็นของเราด้วย

เนื่องจากวันที่ไปภูเก็ตตรงกับคืนวันอาทิตย์ซึ่งในตัวเมืองมีหลาดใหญ่ เป็นถนนคนเดินตอนกลางคืน ซึ่งมีคนแนะนำให้ไปเดินอย่างยิ่งไหนๆก็มาแล้ว จัดซักหน่อยครับ ภายในหลาดใหญ่มีร้านค้าขายของมากมาย มีการแสดงร้องเพลงสด และร้านขายอาหารการกินท้องถิ่นครับ

สำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารทะเล แนะนำร้านเสนาหอยเลยจ้า มีอาหารทะเลสดๆ ทั้งปลาหมึกย่าง หอยนางรมสดตัวใหญ่ พร้อมกิน แถมยังราคาไม่แพงด้วยครับ

การเดินทางวันที่สอง

เนื่องด้วยก่อนการเดินทางได้ทำการจองทริปเกาะพีพี (speed boat) ราคาต่อคน 1,500 บาท รวมกับค่ารถรับส่งเนื่องจากที่พักไม่ได้อยู่ตัวเมืองภูเก็ตอีก คนละ 150 บาท รวมค่าใช้จ่ายทริปนี้ 1,650 บาท โดยรถตู้จะบริการรับส่งที่โรงแรมช่วงเวลา 07.15-07.45 น. ตามระยะทางใกล้ไกลของโรงแรมจ้า

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เดินทางมาถึงท่าเรือสปีดโบ้ท ของบริษัท Sea Angel Travel แนะนำบริษัทนี้จริงๆ เพราะตั้งแต่ผมเที่ยวทะเลมาก็หลายที่แล้ว ผมประทับใจทริปนี้ที่สุดแล้วครับโดยบริเวณท่าเรือที่รอขึ้นมีบริการน้ำดื่มฟรีของบริษัท และมีร้านค้าให้เลือกซื้อซองโทรศัพท์กันน้ำราคา 250 บาท ที่รู้ราคาไม่ใช่อะไร ผมก็สอยมาเหมือนกัน อิอิ

หลังจากอธิบายโปรแกรมทัวร์กันคร่าวๆแล้ว ผมวิธีการปฏิบัติตัวเวลาโดนสัตว์ทะเลที่เป็นพิษกันแล้ว และเตรียมคลังเสบียงกันเสร็จสรรพ ได้เวลาเดินทางออกจากท่าเรือกันแล้วจ้าา

โดยจุดแรกใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือประมาณ 45 นาที ได้แก่ อ่าวยงกะเส็ม(อ่าวลิง) หรือเกาะลิงก็ได้ ซึ่งบริเวณนี้จะมีฝูงลิงอาศัยอยู่ ถ้าเป็นช่วงน้ำลงบริเวณชายหาดก็สามารถเดินเล่นได้ แต่โชคไม่เข้าข้างไปตอนน้ำขึ้นเล็กน้อย เลยทำได้แค่เพียงดูอยู่บนเรือเท่านั้นจ้า

เดินทางกันต่อไปยังจุดดำน้ำกลางทะเลจุดเดียวของทริปนี้ บริเวณเกาะพีพีเลดอน ซึ่งบอกเลยว่าจุดดำน้ำจุดนี้ปะการังสวยมาก แถมยังน้ำใสอีกต่างหาก ขนาดถ่ายรูปจากบนเรือยังสวยขนาดนี้ ยังไงต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเองซักครั้งครับ

หลังจากนั้นได้เวลาพักกินข้าวเที่ยงบนเกาะพีพีดอน อาหารเป็นแบบบุฟเฟต์ ถ้าถามว่าอร่อยไหม สำหรับผมถือว่าเด็ดเลยทีเดียว อร่อยมากครับ

อิ่มหนำสำราญกันเรียบร้อยแล้ว มาตะลุยโปรแกรมเที่ยวช่วงบ่ายต่อที่อ่าวมาหยา เป็นจุดที่ผมประทับใจที่สุดของทริปนี้แล้วครับ ผมว่าเป็นอ่าวที่หาดทรายละเอียด น้ำทะเลใส ปลาว่ายน้ำให้เห็นใกล้ๆ และสามารถเล่นน้ำและดำน้ำตื้นดูปะการังที่จุดนี้ได้ด้วย หรืออาจจะเดินไปอ่าวโละสะมะ โดยสามารถเดินลอดถ้ำเล็กใช้เวลาเดินไม่นานครับ

ปิดท้ายทริปด้วยการเดินทางไปเกาะไข่ ภายในบนเกาะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งนั่งเล่นริมหาดทราย เล่นเจ๊ทสกี ดำน้ำตื้นดูปะการัง และดำน้ำลึก รวมทั้งมีร้านอาหารให้ดื่มดำบรรยากาศริมทะเล ชิวมากเลยครับ

หลังจากเดินทางเที่ยวเกาะพีพีด้วย Speed Boat เรียบร้อยแล้ว ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับที่พักแล้ว ซึ่งพอถึงโรงแรมด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นน้ำทะเลมาตลอดทั้งวัน หลับแบบไม่รู้เรื่องเลยจ้า สงสัยจะเพลียจัด เลยไม่ได้ออกไปสำรวจกิจกรรมภายในโรงแรมเลย เสียดายมากเลยครับ

การเดินทางวันที่สาม

เนื่องจากการเดินทางวันสุดท้ายของเราวันนี้ ไหนๆจะเสียค่ารถกันแล้ว นัดแนะรถพาเราเที่ยวพร้อมทั้งไปส่งที่สนามบินกันดีกว่า สนนราคารวมทั้งหมด 2,200 รวมน้ำมัน ค่อนข้างคุ้มทีเดียว

โปรแกรมแรกวันนี้เริ่มต้นด้วยการเดินทางไป แหลมพรหมเทพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต มีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยม เป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก สุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยต้นตาลที่ขึ้นอยู่กลุ่มใหญ่

โปรแกรมที่สอง คือ วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม ตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ห่างจากอำเภอเมืองภูเก็ต ระยะทาง 8 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่านสนามกีฬาสุระกุล เลี้ยวซ้ายไปห้าแยกฉลองสมัยรัชกาลที่ 5 พระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี (หลวงพ่อแช่ม) เป็นเจ้าอาวาส มีชื่อเสียงการปรุงสมุนไพร และรักษาโรค เข้าเฝือกผู้ป่วยกระดูกหัก ปัจจุบันพระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี ได้มรณภาพแล้ว

เจ้าอาวาสวัดสัมโพธิหาร (วัดสัมโพธิหาร เดิมชื่อ วัดป่าอรัญนิรมล ประเทศศรีลังกา) ได้กล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุที่ได้มอบให้วัดไชยธาราราม เคยอยู่ในเจดีย์ของเมืองอนุราชปุระ เมืองหลวงเดิมของศรีลังกา มีอายุกว่า 2,200 ปี มาแล้ว

วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา พระเถระชั้นผู้ใหญ่ของศรีลังกาคือ พระปิยะทัสสะ นายะกะเถโร และพระกุศลาธรรมา แห่งวัดสัมโพธิวิหาร ได้มีหนังสือกราบทูลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเยือนศรีลังกา เพื่อรับการถวายพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2542สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้ พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปรับพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสัมโพธิวิหาร ประเทศศรีลังกา และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับมาถึงประเทศไทย พ.ศ. 2543 สมเด็จพระสังฆราชได้ประทาน พระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญมาจากศรีลังกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เพื่ออัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พุทธบริษัทในจังหวัดภูเก็ตและบริเวณฝั่งอันดามัน

เที่ยวกันได้เวลาอันสมควรกันแล้ว ดิ่งไปสนามบินภูเก็ตเพื่อขึ้นเครื่องกลับตอน 16.15 น. พอถึงสนามบินได้เวลาอำลาภูเก็ตกลับสนามบินดอนเมืองกันแล้วครับ

ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกัน ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่ Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuN

หน้าแรกเว็บ

Leave a Reply