เที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง 57

เที่ยวสิงคโปร์ด้วยตัวเอง 57

วางแผนเดินทางกันก่อน

ครั้งนี้จะพาทุกท่านไปเที่ยวสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน ด้วยงบค่อนข้างจำกัดรวมทั้งหมดประมาณ 15,000 บาท ซึ่งก็สามารถทำได้จริง เดินทางด้วยสายการบิน Tigerair  ไว้ในราคา 4,379 บาท ที่พักเป็นเตียงของชั้นห้องน้ำรวม อาหารการกินอาหารปกติ ตกมื้อละ 5-10 S$ เที่ยวครบ Gardens by the bay, Duck Tours, S.E.A. Aquarium และUniversal Studio Singapore

เดินทางวันแรก

ทริปครั้งนี้จองตั๋ว พร้อมวางแผนท่องเที่ยวไว้แล้วครับ ค่าตั๋วไปกลับ 4,379 บาทครับ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอน 05.30 น. เนื่องจากวันนี้ต้องเดินทางไปสิงคโปร์ ด้วยสายการบิน Tigerair  หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเจอกับสัญลักษณ์ “ปฏิมากรรมกวนเกษียรสมุทร” สถานที่ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของน้ำอมฤตเป็นสถานที่อมตะ มั่งคง ยืนยงสถาพร เช่นเดียวกับ สุวรรณภูมิ อันเป็นแผ่นดินทอง ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง เป็นอมตะ ความหมายก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในการสร้างประติมากรรมโลหะปิดทองประดับกระจก กว้าง 3 เมตร ยาว 21 เมตร สูง 5.50 เมตรโดยใช้งบประมาณ 48 ล้านบาท กรมศิลปากรต้องระดมทั้งช่างเอกและศิลปินแห่งชาติร่วม 50 ท่าน ร่วมในการออกแบบและก่อสร้าง

จากนั้นเดินชมสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตั้งแต่สายการบินแอร์เอเชียย้ายไปสนามบินดอนเมืองแล้ว ก็ได้มาใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิน้อยลงด้วย

เที่ยวบินขาไปเวลา 08.50 น ได้เวลาขึ้นเครื่องบินเพื่อเตรียมตัวไปสิงคโปร์กันแล้วจ้า…

เดินทางถึงสิงคโปร์ 12.10 น. เนื่องจากสายการบิน Tigerair  ลงเครื่องที่ Terminal 2 ดังนั้นจึงสามารถเดินมาขึ้นรถไฟฟ้าสถานี Changi Airport ได้เลยครับ

เดินลงมาถึงรถไฟฟ้าสถานี Changi Airport สิ่งแรกที่ต้องทำในการมาสิงคโปร์ คือการซื้อตั๋ว Ez-Link ครับ

หากท่านถามว่า Ez-Link คืออะไร ทำไมต้องซื้อ มีบัตรอื่นที่ถูกกว่าไหม สำหรับท่านที่เคยไปสิงคโปร์ครั้งแรกครับ

ผมขอแนะนำแบบนี้ว่า Ez-Link คือบัตรสำหรับโดยสารรถไฟฟ้า รถเมล์ ประมาณบัตรใบเดียวจบครับ ส่วนราคาบัตรนี้ราคา 12 เหรียญสิงคโปร์ (S$) มีเงินในบัตรที่สามารถใช้ได้ 7 เหรียญสิงคโปร์ (S$) เป็นค่าธรรมเนียมบัตร 5 เหรียญสิงคโปร์ (S$) และผมแนะนำว่าเติมเงินไปก่อนเลย ซึ่งขั้นต่ำราคา 10 เหรียญสิงคโปร์ (S$) แต่ถ้าเงินในบัตรเหลือต่ำกว่า 3 เหรียญสิงคโปร์ (S$) มันจะบังคับให้เราเติมเงินใหม่ครับ ดังนั้นเบื้องต้นควรเติม 10 เหรียญสิงคโปร์ (S$) สำหรับการเดินทาง 3 วัน และ 20 เหรียญสิงคโปร์ (S$) สำหรับการเดินทาง 4 วัน แต่ไม่ใช่ว่า 4 วันจะเปลืองกว่า 3 วันนะครับ เพราะขากลับมาสนามบินสามารถเอาเงินที่เหลือในบัตรคืนได้ครบจำนวนครับ เอาคืนได้ตอนขากลับ สุดท้ายการเดินทางของผมวันนี้เป็นยังไง ก่อนเดินทางแนะนำให้โหลดแผนที่รถไฟฟ้าในสิงคโปร์ทั้งหมดไปก่อนครับ เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เดือนกรกฎาคม 2557 ยังไงมาติดตามมาชมการเดินทางครั้งนี้กันต่อเลยครับ…

หลังจากเตรียมซื้อบัตร Ez-Link เรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวออกเดินทางตามผมเที่ยวกันครับ

สถานีแรก คือ China Town (NE 4, DT19) แนะนำให้ลง สถานี Bugis (EW 12, DT14) แล้วต่อสาย Downtown ซึ่งเป็นสายรถไฟฟ้าใต้ดินสายใหม่ต่อไปสถานี China Town (NE 4, DT19)

เพื่อ Check-in เข้าที่พักของการเดินทางทริปนี้ คือ Chic Capsule Otel  ประมาณ 900 บาทครับ

บรรยากาศภายในที่พัก Chic Capsule Otel ค่อนข้างสะอาดสะอ้านแล้วบรรยากาศภายในค่อนข้างสะอาด รวมทั้งความเป็นกันเองของที่พัก Chic Capsule Otel

13 Mosque Street , Chinatown / Tiong Bahru, Singapore 059493 (Show on map)

ห้องพักเป็นห้องน้ำรวม ภายในห้องพัก มีปลั๊กไฟ ไม้แขวนเสื้อ ตู้เซฟไว้เก็บของ ทีวีที่ต่ออินเตอร์เนต ซึ่งสามารถเช็คอีเมล์ เล่นเนต ดูทีวีได้ในเครื่องเดียว ถือว่าแก้เหงาได้ดีทีเดียวครับ

หลังจากเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวออกเดินทางไปกินข้าวเที่ยงกัน ที่ศูนย์อาหาร Maxwell กินข้าวมันไก่ร้านดังกันจ้า ราคา 5.5 เหรียญสิงคโปร์ (S$) รวมน้ำเปล่าหนึ่งขวด 1 เหรียญสิงคโปร์ (S$) สำหรับมื้อแรกหมดไป 6.5 เหรียญสิงคโปร์ (S$) ครับ

อิ่มหนำสำราญกันแล้ว ได้เวลาเที่ยวกันแล้ว สถานที่เที่ยวแรกวันนี้ คือ วัดพระเขี้ยวแก้ว อยู่บริเวณ สถานี MRT China Town วัดนี้ไม่เสียค่าตั๋วเข้าชม แล้วเปิดตั้งแต่ 7:00-19:00 น. ทุกวันครับ

สถานที่สองการเดินทางไปเที่ยวคือ Merlion Park เดินทางด้วยรถไฟฟ้ามาลงสถานี  MRT Bayfront

นั่งต่อลงสถานี MRT Raffales Place ทางออก C เดินข้ามถนนเลาะริม Marina Bay ไกลกว่านิดแต่วิวแจ่มกว่าครับ

เดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้ามาลงสถานี  MRT Bayfront เพื่อไปเดินถ่ายรูปที่ Gardens By the bay

ก่อนเที่ยว Gardens By the bay ผมนำแผนที่มาชมกันก่อนครับ

การเดินทางสามารถเดินทางด้วยสถานีรถไฟฟ้าสถานี  MRT Bayfront เพื่อเดินทางไป Gardens By the bay ครับ

สำหรับตั๋วเข้าชมของ Gardens By the bay แบ่งเป็น 3 ส่วน 1) ส่วนสวนภายนอกฟรี 2) OCBC skyway ค่าเข้าชม 5 S$ 3) ค่าเข้าชมสวนติดแอร์ครับ

Admission

สำหรับวันนี้เดินเล่นสวนฟรีด้านนอก และเดินชม OCBC skyway ค่าเข้าชม 5 S$ ครับ

เดินสำรวจสวนภายนอกกันแล้ว เดินเล่นต่อ Supertree Groove

หลังจากเดินชมสวนฟรีแล้ว เดินไปซื้อตั๋วเพื่อเดินชม OCBC skyway ค่าเข้าชม 5 S$ ครับ มีลิฟต์บริการใช้ขึ้นไปเดินชมวิวด้านบนครับ

หลังจากเที่ยว Gardens By the bay เสร็จแล้วเดินข้ามฝั่งผ่าน Marina Bay Sand Hotel

เพื่อมาทาง Marina Bay เพื่อถ่ายรูปวิวตึกสวยๆ ตอนเย็น ก่อนจะมืดกันครับ

มาชมวิวยามค่ำคืนกันต่อเลยจ้าา

จากนั้นได้เวลาอันรอคอยการแสดง Light & Sound บริเวณ Marina Bay จะมีการแสดงทุกวัน รอบ 20.30 และ 21.30 น. และรอบพิเศษ 23.00 น. เฉพาะทุกวันศุกร์ และวันเสาร์ ครับ

ซึ่งการแสดงยังอลังการเหมือนเดิม รับชมจากรูปภาพประกอบได้เลยจ้า

 

หลังจากชมการแสดง Light & Sound บริเวณ Marina Bay  มาชมการแสดงดนตรีคลาสลิกขับกล่อมก่อนนอนครับ หลังจากเสร็จสิ้นการเดินทางวันนี้บวกกับความร้อนและเมื่อยล้าในการเดินเที่ยววันแรก จึงตัดสินใจเดินทางกลับที่พัก Chic Capsule Otel

เดินทางวันที่สอง

สำหรับโปรแกรมเที่ยววันนี้จะอยู่บนเกาะ Sentosa ทั้งหมด จากที่พักของเรา Chic Capsule Otel สถานี China Town นั่งรถไฟมาลง สถานี Harbour Front

จาก สถานี Harbour Front เดินขึ้นมาที่ Vivo City ชั้น 3 เพื่อต่อรถไฟ Monorail ไปเกาะ Sentosa กันครับ

สำหรับโปรแกรมเที่ยววันนี้จะอยู่บนเกาะ Sentosa ทั้งหมด ซึ่งก่อนเราจะเดินทางกัน เพื่อความเข้าใจตรงกันเลยเอาแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะ Sentosa มาให้ชมกันก่อนครับ

สถานีรถไฟบนเกาะ Sentosa จะมีทั้งหมด 3 สถานี เป็นรถไฟแบบ Monorail ประกอบด้วย

1) Water Front Station เป็นจุดลงเที่ยว S.E.A. Aquarium และ Universal Studio Singapore

2) Imbiah Station เป็นจุดลงเทีี่ยว Merlion, Luge @ Sky Ride Sentosa, Images of Singapore, Megazip Advanture Park, การแสดง 3 มิติ และ 4 มิติ และ Tiger Sky Tower

3) Beach Station จะเป็นจุดลงเที่ยว Siloso BeachLuge @ Sky Ride Sentosa และการแสดง Wings of Time

เกริ่นมาตั้งนานแล้ว มาตามเที่ยวกันเลยดีกว่าครับ ^_^

สำหรับโปรแกรมแรกของวันนี้ต้องนั่งมาสถานี Water Front เพื่อมาเที่ยว S.E.A. Aquarium กันจ้า

เดินเลยทางเข้า Universal Studio Singapore ตรงเข้ามาเรื่อยๆ ก็จะเจอทางเข้า S.E.A. Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใหญ่ที่สุดในโลก เวลาเปิด 10.00 น.-19.00 น.

ค่าตั๋วเข้าชม สำหรับผู้ใหญ่ 38 S$ สำหรับเด็ก และผู้สูงอายุ 28  S$

แผนที่ : http://www.rwsentosa.com/portals/0/rws%20revamp/MLP/SEAAquarium-Map_EN.pdf

เดินมาถึงทางเข้า  S.E.A. Aquarium

เข้ามาภายใน จะเจอโซนแรก สามารถนั่งชมวีดีโอ ความเป็นมาของเรือสำเภาจีนกันก่อนครับ

ผ่านด่านตัวตั๋วเข้ามาแล้ว จะเจอกับนิทรรศกาลของชาวจีนครับ

เดินลงบันไดเลื่อนลงมาด้านล่าง จะเจอทางเข้า S.E.A. Aquarium

จุดแรกที่มาถึง จะเจอกระจกตู้ปลาขนาดใหญ่ต้อนรับเราอยู่ครับ

เดินเข้ามาภายใน ผมไม่รู้จะบรรยายอะไร ชมภาพกันดีกว่าครับ ^_^

เดินเข้ามาซักพัก จะเจอกับจุดที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ คือ ตู้กระจกปลาใหญ่ยักษ์ สมกับเป็นที่สุดของโลกจริงๆ

มาชมภาพปลาในตู้กระจกแห่งนี้กันบ้างครับ

หลังจากชมจุดไฮไลต์กันแล้ว เดินชมสัตว์น้ำอื่นๆ กันต่อแบบเพลินๆเลยจ้า

เดินมาถึงอุโมงค์สุดท้ายก่อนถึงทางออกกันแล้วจ้าา

ออกมาภายนอกจะเจอกับนิทรรศกาลเล็ก พร้อมจุดขายของฝากไว้ซื้อเป็นที่ระลึกกันครับ

หลังจากเที่ยว S.E.A. Aquarium เสร็จแล้ว เนื่องจากซื้อตั๋วแบบเที่ยวแพคคู่ S.E.A. Aquarium กับ Universal Studio Singapore เลยแวะเข้าUniversal Studio Singapore พอเป็นพิธีดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างครับ

เริ่มต้นแนะนำเบื้องต้นด้วยแผนที่ USS ก่อนครับ ซึ่งภายในจะแบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซน ประกอบด้วย โซน 1 Hollywood อยู่บริเวณทางเข้า แล้ววนไปทางซ้ายจะพบกับ โซน 2 Madagasga ผ่าน โซน 3 Far Far Away ผ่าน โซน 4 Lost world ผ่าน โซน 5 Ancient Egypt ผ่้านโซน 6 Sci-Fi City และโซนสุดท้าย New York

แนะนำแผนที่ท่องเที่ยวภายในกันแล้ว มาแนะนำตั๋วเข้าชม USS กันบ้าง ดูได้ตามตารางข้างล่างเลย

USS

บรรยากาศหน้าทางเข้า Universal Studio Singapore ต้องมาถ่ายรูปกับ Merlion และ ลูกโลก สัญลักษณ์ของ Universal Studio Singapore

โซนแรก Hollywood จะอยู่บริเวณทางเข้า จะมีการแสดง Street Show และ ร้านขายของที่ระลึก

ถ่ายรูปโซนนี้หนำใจกันแล้ว ได้เวลาดูการแสดง Pantages Hollywood Theater featuring Monster Rock ซึ่งมีการแสดง 4 รอบ ได้แก่ 11.00 น. 13.00 น. 15.00 น. และ 17.00 น.

ดูการแสดงเสร็จ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จากที่หาข้อมูลมาก่อนมาเที่ยวครั้งนี้ เค้าจะวนไปทางซ้ายหรือเดินตามเข็มนาฬิกา เพราะจะทะยอยดูการแสดงครบ แล้วถึงจะสนุกกับเครื่องเล่น

เดินเข้ามาถึงโซนต่อไป โซน Madagascar

มีการนั่งเรือดูการแสดง A Crate of Adventure มารอบนี้ต่อคิวยาวทีเดียวครับ

 

เดินเข้าสู่โซนต่อไป โซน Far Far Away

มีการแสดง 4D-Shrek เป็นจุดแรกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง การแสดงจะมีทุกๆ ครึ่่งชั่วโมง แต่คิวจะยาวนิดหน่อย ของดีต้องอดใจรออีกนิดครับ

หลังจากการแสดงเสร็จ ถึงเวลาถ่ายรูปให้เพลินใจกันแล้วครับ เลยลงรูปภายในและภายนอกให้ชม ^^

เดินต่อมาโซนต่อไปกันครับ โซน Lost world จะมีการแสดง Water World ซึ่งเป็นจุดที่สองที่ห้ามพลาด ซึ่งรอบการแสดงจะมี 3 รอบ 12.30 น. 15.30 น. 17.30 น. ซึ่งที่นั่งจะมีการแบ่งโซนไว้ชัดเจนว่าท่านอยากเปียกน้ำมากแค่ไหน รับประกันความสนุกครับสำหรับการแสดงนี้

จุดต่อไปในโซนเดียวกัน คือ Jurassic Park บริเวณจะมีเครื่องเล่น 2 อย่าง ต้องออกตัวก่อนว่าสองอย่างผมไม่ไ้ด้เล่นครับ เนื่องจากตอนนั้นหิวมาก และเวลาจำกัดด้วยครับ เลยเอาคลิปใน Youtube มาฝากให้ครับ

คลิป Jurassic Park Rapids Adventure อารมณ์คล้ายๆเล่น แกรนแคนย่อน ที่ดรีมเวิลด์

เดินมาเที่ยวกันโซนต่อไป โซน Ancient Egypt ครับ

มีเครื่องเล่น Treasure Hunter นั่งรถค้นหาสมบัติครับ

ใกล้ๆกัน ที่ได้จัดเตรียมที่เก็บของไว้ครับ

สำหรับผู้ที่อยากจะเล่นเครื่องเล่น Revenge of the mummy ซึ่งเป็นจุดที่สามที่ห้ามพลาดครับ เครื่องเล่นนี้งดห้ามนำกระเป๋าที่อาจทำให้หล่นระหว่างเล่นเครื่องเล่นทุกประเภทเข้าไปข้างในครับ แต่ถ้าพกมือถือเข้าไปถ่ายรูปภายในก็ได้ครับ หรือกล้องขนาดเล็กที่สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้โดยไม่ต้องกลัวหล่น ระบบเซฟตี้สุดยอดมากครับ ^^

หลังจากเล่นเครื่องเล่นเสร็จแล้ว ได้เวลาถ่ายรูปกันแล้ว อิอิ

โซนติดๆกันคือ โซน Sci-Fi City โซนนี้เป็นโซนเครื่องเล่น 3 ประเภท

เริ่มต้นด้วย Battlestar Galactica: HUMAN vs. CYLON ซึ่งเป็นจุดที่สี่ที่ห้ามพลาด ต้องลองเล่น แต่มารอบนี้ปิดทั้งสองเครื่องเล่นเลยครับ

HUMAN หรือ สายสีแดง เป็นรถไฟเหาะ ที่มีรองรับขา แต่รับรองความมันส์และความหวาดเสียว

CYLON หรือ สายสีน้ำเงิน ใครที่เล่นสีแดงมาแล้ว หวาดเสียวไม่หนำใจ มาเจอสีน้ำเงิน แบบห้อยขา และมีเส้นทางตีลังกา 360 องศา ความมันส์และความหวาดเสียวคูณ 2 แน่นอนครับ ^^

เครื่องเล่นที่สอง Accelerator วันนี้ไม่ได้เล่นจ้า ผมถ่ายรูปทางเข้ามาฝากให้อย่างเดียวครับ

เครื่องเล่นสุดท้าย เป็นตัวที่เพิ่งกำลังจะเปิดใหม่ TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle จะเป็นจุดที่ห้า ที่ห้ามพลาดเช่นกัน

และก็มาถึงโซนสุดท้าย ก็คือโซน New York ครับ

โซนนี้มีการแสดง Lights, Camera, Action เป็นอีกหนึ่งโซว์สั้นๆ แต่ถือว่าทำได้ดีมากครับเช่นกันครับ

หลังจากพาเที่ยว Universal Studio Singapore ครบทั้ง 6 โซนเรียบร้อยแล้ว ถ่ายรูปเพลินๆ ก่อนออกครับ

หลังจากเหนื่อยและสนุกสุดขีด หลังจากได้เที่ยว S.E.A. Aquarium กับ Universal Studio Singapore ได้เวลาพักกินข้าวกันซักหน่อยเริ่มหิวกันแล้ว

สำหรับสถานที่พักกินข้าวของเรามื้อนี้อยู่ติดกับทางเข้า Universal Studio Singapore ก็คือ Malaysia Food Street จ้า

ภายในมีร้านอาหารจำนวนหลายร้านและมีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย

สำหรับอาหารมื้อนี้ เป็นอาหารมาเลเซีย ชื่อ Char Kaoy Kak ถ้าจะเปรียบกับอาหารที่ไทย ก็น่าจะเป็น ขนมผักกาด น่าจะเหมาะสุดแล้วครับ สำหรับค่าอาหารมื้อนี้ 5.5 S$ พร้อมน้ำเปล่าพร้อมน้ำแข็งราคา 1.5 S$ พอสั่งเสร็จจะได้สิ่งนี้มันคือเครื่องเตือนเวลาอาหารเสร็จแล้ว เราสามารถหาโต๊ะนั่งได้ก่อน ถ้าเสร็จแล้วเครื่องนี้มันจะดังแล้วค่อยเดินไปรอรับอาหารครับ

หน้าตาอาหารมื้อนี้ รสชาติผมว่าโอเคใช้ได้เลยครับ

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ได้เวลาเดินเที่ยวกันต่อที่ Casino ซึ่งต้องลงบันไดเลื่อนลงมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ลองเดินลงมาด้านล่าง มาตามดูกันพร้อมกันครับ ว่าด้านล่างมีอะไรกันบ้าง

ด้านล่างนี้ จะมีทั้งโรงละคร Casino พร้อมทั้งร้านอาหารมากมายด้านล่างนี้ครับ

เดินเที่ยวบริเวณ Water Front Station กันค่อนข้างเยอะแล้ว ผมขอพาเที่ยวกันต่อไปที่ Imbiah Station เป็นจุดลงเที่ยว Merlion

ซึ่งสามารถเดินทางลัดได้จาก Water Front Station ซึ่งไม่ไกลมากครับ สามารถเดินไปตามทางด้านหลัง Lake of Dream ครับ

จากนั้นก้อเดินขั้นบันไดเลื่อนหน้าตาแบบตัวนี้ครับ

เดินมาอีกนิดนึงจะเจอกับ Merlion ตัวใหญ่ คอยต้อนรับท่านอยู่ที่ Imbiah Station

เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปบนยอดเขา จะมีกิจกรรมให้เล่นมากมายทั้ง Luge @ Sky Ride Sentosa, Images of SingaporeMegazip Advanture Parkการแสดง 3 มิติ และ 4 มิติ และ Tiger Sky Tower

แต่เนื่องจากโปรแกรมเที่ยววันนี้มีเวลาค่อนข้างน้อย ผมจึงเลือก Luge @ Sky Ride Sentosa เป็นกิจกรรมเดียวที่ Imbiah Station เป็นการขับรถโกคาร์ทลงจากเขา โดยขึ้นเขาด้วยกระเช้า เปิดตั้งแต่ 10.00 น. – 21.30 น.

ราคาตั๋วนั่งกระเช้าขึ้นเขาอย่างเดียว รอบเดียว 10 S$ สองรอบ 15 S$ ไม่จำกัดรอบ 17 S$ หากต้องการนั่งกระเช้าอย่างเดียว สามารถไปลงบริเวณสถานี Beach Station ได้ครับ
ราคาตั๋วนั่งกระเช้าขึ้นเขา และขับรถลงจากเขา ราคาต่อคน รอบเดียว 15 S$ สองรอบ 23 S$ ห้ารอบ 33 S$
ราคาตั๋วนั่งกระเช้าขึ้นเขา และขับรถลงจากเขา ราคาแบบครอบครัว สี่คนต่อครอบครัว 39 S$ แปดคนต่อครอบครัว 59 S$ มีเด็ก 39 S$ ต่อคน

ครั้งนี้เลือกนั่งกระเช้าขึ้นเขา และขับรถลงจากเขา แค่ครั้งเดียว เสียไป 15S$ จ้าา

หลังจากเที่ยว Imbiah Lookout แล้วเดินลงเขาเพื่อเดินทางต่อไปสถานี Beach Station ครับ

ชายหาดที่นี่ค่อนข้างเล็ก แต่ก็ไม่สกปรก เหมาะสำหรับนั่งชมวิวทะเล เพลินๆ ดีครับ

เดินเล่น Sisolo Beach บนได้เวลาอันสมควรใกล้ถึงเวลา การแสดง Wings of Time ซึ่งการแสดงมีวันละ 2 รอบ 19.40 น. และ 20.40 น.
ราคาตั๋วเข้าชม Standard Seats: $18 (Standard Rates), Premium Seats: $23 / Person

ผมเลือกเข้าชมรอบ 19.40 น. ซื้อตั๋วเข้าชม Standard Seats: $18 (Standard Rates) มาถึงก่อนเวลาการแสดงประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อจองทำเลที่แจ่มๆในการถ่ายรูปครับ

เริ่มการแสดงเวลา 19.40 น. งานนี้ไม่ขอบรรยายมากนะครับ อยากให้ชมความสวยของการแสดงด้วยรูปแล้วกันครับ

มาภาพมาพอสมควรแล้ว มาชมวีดีโอฉบับเต็มกันครับ

หลังการจบการแสดงได้รีบเดินเพื่อมาขึ้นรถไฟกลับที่พักกัน เนื่องจากจำนวนคนที่มาชมการแสดงนี้นับพันคนได้ เยอะจิงๆ ครับ

พอผ่านข้ามฝูงชนมาได้สำเร็จ ก่อนเข้านอนได้ไม่ได้แวะเดินได้เวลาช๊อปปิ้งยามค่ำคืนที่พลาดไม่ได้ คือการได้มาชอปปิ้ง Mustafa Center ของบอกที่นี่มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบจริงๆ ส่วนราคาต้องแล้วแต่ความตาถึงของแต่ละคน แล้วที่สำคัญห้างนี้เปิด 24 ชั่วโมง ส่วนการเดินทางสามารถลงสถานี MRT Farrer Park หรือ สถานี MRT Little India แล้วเดินหาครับ เพราะมีหลายอาคารไม่เหมือนห้างบ้านเรา และแต่ละอาคารของขายจะแยกกันชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำหอม โทรศัพท์มือถือ ยารักษาโรค

แนะนำใกล้สุดออก MRT Farrer Park ทางออก A เดินตามเส้นสีแดงก็จะเจอครับ แต่ท่านใดมาเพื่อซื้อน้ำหอม ต้องเดินมาตามเส้นสีเขียวต่ออีกหน่อยครับ

จบโปรแกรมเที่ยววันที่สองกันแล้ว หมดแรงข้าวต้มเลย ถือว่าเที่ยวได้คุ้มมากครับ ^_^

เดินทางวันที่สาม

การเดินทางวันที่สาม เช้านี้ขอเที่ยวแบบสบายๆหน่อยละกัน โดยโปรแกรมวันนี้ เริ่มจากนั่งรถ Duck Tour, เที่ยว Fountain of Wealth, พาเที่ยวโดมดอกไม้ Garden By the bays และการแสดง Light & Sound บริเวณ Marina Bay

มาเริ่มต้นเที่ยวกันเลยครับ เริ่มจาก Duck Tour เป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบก คือวิ่งได้ทั้งบนบก และแล่นเป็นเรือได้

เวลาเปิด 10.00 น. ถึง 18.00 น. ค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ 33 S$ สำหรับเด็ก 23 S$

แผนที่เส้นทางของ Duck Tour

map_duckie

การเดินทางมา Duck Tour

สามารถขึ้นรถไฟฟ้าสถานี City Hall Exit A นอกจาก Duck Tour จะเจอกับ City Sightseeing Package และ The Original Tour Package

มาชมบรรยากาศรถ Duck Tour กันเครับ

ได้เวลาเที่ยวกันแล้ว ใช้เวลาเที่ยวรอบละ 60 นาที

ออกเดินทางเที่ยวกันเลยจ้า

ถึงเวลาที่เรือลงน้ำแล้วครับ

จบโปรแกรม Duck Tour เลยถือโอกาสเดินเล่นแถว City Hall ซึ่งมีร้านค้าให้เลือกช๊อปปิ้งมากมายครับ รวมถึงร้าน Charles& Keith ร้านยอดนิยมของสาวช๊อปปิ้งไทยครับ

เดินเล่นซักพัก เพื่อรอเข้า Fountain of Wealth เวลาให้เข้าไปเดินน้ำพุ 09.00-12.00น. 14.00-18.00น. 19.00-19.50น. 21.30-22.00น.

เลยหาอาหารกินเที่ยงกิน เลือกร้าน Ichiban Boshi บรรยากาศใกล้ Fountain of Wealth

การแสดงในตอนกลางคืนจะมีการแสดงแสง Laser พร้อมกับเสียงดนตรีที่น้ำพุ มีอยู่ด้วยกัน 3 รอบครับ 20.00 น, 20.30 น, 21.00 น ซึ่งมาครั้งนี้ไม่ได้รอชม แอบเสียดายอยู่เหมือนกันครับ

หลังจากนั้นเดินทางไป Gardens By the bay เพื่อเดินเล่นภายใน Dome ดอกไม้ทั้งสอง ในราคา 28 S$ ที่จองไว้ล่วงหน้าแล้วครับ

เริ่มต้น Flower Dome ทางเข้าอยู่ด้านบนครับ

ภายในเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณตามแบบแปลนด้านล่างครับ

ออกจาก Flower Dome มาเข้า Dome ต่อไป Cloud Forest ภายในมีน้ำตก พันธฺุ์ไม้ป่า และมีทางเดินลอยฟ้าด้านบนด้วยครับ

หลังจากเดินเที่ยว Garden By the bays เรียบร้อยแล้ว เดินเที่ยว Marina Bay เดินผ่าน สะพาน Helix ถ่ายรูปเรื่อยๆ รอชมการแสดงแสงสีเสียง Garden By the bays

หลังจากเดินเที่ยว Marina Bay เสร็ขแล้วถึงเวลาชมการแสดงแสงสีเสียง Garden By the bays วันละ 2 รอบ รอบแรก 19.45 น. และรอบสอง 20.45 น.

มาชมกันเป็นคลิปสั้นๆ เนื่องจากตอนเดินทางไปเริ่มการแสดงได้ประมาณ 2-3 นาทีแล้วครับ

ชมการแสดงแสงสีเสียง Garden By the bays เสร็จแล้ว เดินทางกลับที่พัก Chic Capsule Otel เก็บข้าวของเพื่อเตรียมกระเป๋ากลับวันรุ่งขึ้นครับ

เดินทางวันที่สี่
การเดินทางวันนี้ชิวๆ ไม่มีโปรแกรมอะไรมากมาย วันนี้ตื่นสายหน่อย เกือบสิบโมงเช้าแล้ว มารับประทานอาหารเช้าของที่พัก Chic Capsule Otel จากนั้นเดินช๊อปปิ้งย่านไชนาทาวน์ ที่มีเป็นสถานที่แนะนำให้ซื้อของฝากและของกระจุ๊กกระจิกที่นี่เลยครับ เพราะถ้าไปซื้อที่อื่นแพงกว่าที่นี่แน่นอนรับประกันครับ

เดินหาของฝากกันเรียบร้อยแล้ว กินอาหารมื้อสุดท้ายของทริปนี้ที่ย่านถนนเทศกาลอาหารจีน Smith Street กินข้าวหน้าเป็ดในราคา 6 S$ ปิดท้ายทริปนี้ครับ

หลังกินข้าวเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับสนามบิน Changi Airport สำหรับท่านใด จะแวะ GST Refund ให้เดินมาตามป้ายจะเจอจุด GST Refund เพื่อรับใบรับเงินภาษีคืนด้านในครับ

เข้าผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางคนต่อคิวเยอะมากกก

สำหรับท่านได้รับใบคืนภาษีเดินมาทางขวาตามป้าย GST Refund เลยครับ

สำหรับท่านที่มองหาร้านชอปปิ้ง โดยมาทางซ้ายเลยครับ จะเจอทั้งร้าน Charles & Keith

รอขึ้นเครื่องที่ Gate E6 แต่ระหว่างเดินทางไป Gate เจอจุดแวะนั่งพักบรรยากาศดี พร้อมปลั๊กไฟ ระหว่าง Gate E5 และ E6

สำหรับการเดินทางกลับกรุงเทพด้วยสายการบิน Tigerair เที่ยวบินขากลับ 19.25-20.55 น.นั่งรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งก์กลับบ้านโดยสวัสดิภาพครับ

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทริปนี้

Trip

ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกัน ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่

Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuNDotCom

หน้าแรกเว็บ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.