เที่ยวฮ่องกง เซินเจิ้น ด้วยตัวเอง

เที่ยวฮ่องกง เซินเจิ้น ด้วยตัวเอง

วางแผนเดินทางกันก่อน

ทริปนี้เริ่มต้นด้วยลงเครื่องที่ฮ่องกง เลือก ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) 2 คืน จากนั้นเดินทางไป เซินเจิ้น เลือก ที่พักโรงแรมต้าเหลียน โนรินโค (Norinco Hotel) 1 คืน ก่อนเดินทางกลับฮ่องกง เลือก ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) 1 คืน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพครับ

โดยจองที่พัก ผมจองผ่าน agoda.com เว็บนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวและการเดินทางของผมมาติดตามกันเลยครับ

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินฮ่องกง

สาเหตุการเดินทางรอบนี้ เนื่องจากได้อยากเที่ยวฮ่องกงนานแล้ว เลยจัดซะเลย ผมเลยจัดทริป โดยวางแผนยังไงต้องไปเที่ยวให้ได้มากที่สุด ยังไงรอติดตามอ่านกันนะครับ

เดินทางวันแรก เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 06.00 น. ออกเดินทางสู่ ฮ่องกง โดยเที่ยวบินที่ HX768 เวลา 08.25 น. ของ Hongkong Airline ถึง เดินทางถึงสนามบิน Chek Lap Kok เวลา12.10 น.  (เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชม.) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะลันเตา ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรีส์เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

เดินทางสู่ ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) 

33 King’s Road, คอสเวย์ เบย์, ฮ่องกง (ดูแผนที่) อยู่ใกล้สถานี MRT Tin Hau ครับ

หลังจากเก็บข้าวของกันแล้ว ได้เวลาออกเดินทางเที่ยวฮ่องกงกันแล้วครับ จุดหมายปลายทางแรก คือ Ngong Ping 360 เดินทางมาโดยนั่งรถ MRT มาลงสถานี Tung Chung เดินมาซักพัก จะเจอสถานีกระเช้าครับ

ผมเลือกตั๋วขึ้นกระเช้าแบบ Crystal Cabin ex TC & Standard Cabin ex NP เสียค่าตั๋ว $190

นั่งกระเช้าโดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที สามารถเที่ยวชมหมู่บ้านนองปิงที่จาลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนมีบรรยากาศสบายๆแทรกตัวด้วยร้านน้ำชา ร้านอาหาร ร้ายขายของที่ระลึก นาท่านนมัสการ พระใหญ่ลันเตา เป็นพระพุทธรูปนั่งทำจากทองสัมฤทธ์ิกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีน้าหนัก 202 ตัน ความสูง 24 เมตร ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งของเกาะลันเตา

โปรแกรมสุดท้ายของวันนี้ ชมการแสดง The Symphony of lights เป็นการแสดงมัลติมีเดียสุดยอดตระการตาที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่าเป็นการแสดงแสงและเสียงถาวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุมพื้นที่อาคารตึกระฟ้าสำคัญต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งของอ่าววิคตอเรียโดยบนดาดฟ้าของตึกเหล่านี้ ประดับไปด้วยแสงไฟ ซึ่งเพียงกดสวิตช์ก็จะส่องแสงสว่างตระการตาเป็นสีต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศอันคึกคักของฮ่องกง การแสดงมีทุกวัน เวลา 20.00 น. สถานที่ชม Symphony of Lights : (1) – บริเวณ Avenue of Stars (2) – หน้า Clock Tower / Hong Kong Museum of Arts ตรงนี้จะมี 2 ชั้น (3) – นั่งเรือล่องในอ่าวชมโชว์

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=4645.0 ส่วนตัวผมเลือกล่องเรือ Bauhinia Dinner Cruise เพื่อทานอาหารค่ำ อันนี้เป็นความต้องการส่วนตัวเลยครับ บรรยากาศค่อนข้างดีครับ แต่ราคาแอบแพงนิดนึงครับ ควรหาจองล่วงหน้าไปจากประเทศไทยจะดีกว่า ราคา HK$485 ครับ

เดินทางวันที่สอง เช้าวันที่สอง ตื่นเดินทางท่องเที่ยวแต่เช้าเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด โดยเริ่มต้นด้วย จุดหมายปลายทางแรก คือ The Peak เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของของตึกสูงบนเกาะฮ่องกงบริเวณเขา วิคตอเรีย พีค (Victoria Peak) การเดินทางครั้งนี้ผมเลือกมาลง MRT Central ออกทางออก J2 เดินตามแผนที่ด้านล่างครับ

แล้วซื้อตั๋วแบบไปกลับ HK$ 40 ที่ไม่เลือกขึ้น Sky Terrace 428 เนื่องจากมีการซ่อมแซมอยู่ ผมไม่กล้าขึ้นครับ 555

ถึงด้านบนกันแล้ว เริ่มเที่ยวกันแล้วครับบ…บ

จุดหมายที่สอง คือ อ่าว Repulse Bay นมัสการขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ณ ชายหาดรีพัลส์เบย์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1993 ในแต่ละปี จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาสักการบูชาขอพรศักด์ิสิทธ์ิจากเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิมและเทพเจ้าแห่งโชคลาภโดยเฉพาะการขอลูกที่เชื่อกันว่าถ้าใครมาขอก็มักสมหวังทุกครั้งไป เดินทางได้โดย MRT Central และนั่งรถเมล์ 2 ชั้นสาย 6X ไปลงที่ Repluse Bay

จากนั้นมาเดินที่สะพานต่ออายุ  มีความเชื่อว่าถ้าเราเดินข้ามสะพานนี้ไปแล้ว  จะอายุยืนขึ้น 3 ปี  แต่ห้ามเดินย้อนขึ้นไป  อายุอาจจะสั่นลงไปอีก 3 ปีหรือเปล่าไม่แน่ใจ  แต่เขาบอกว่าห้ามเดินย้อนกลับค่ะ

หลังจากไหว้พระขอพรแล้ว … ต่อไปสำหรับคนมีคู่

ถ้าอยากให้ชีวิตคู่ของเรายั่งยืนนานนั้นก็ให้มานั่งระหว่างสิงห์ 2 ตัว ตรงนี้เค้าจะทำเป็นที่นั่ง แล้วมาขอพร ถ้ามากัน 2 คน ก็นั่งกัน 2 คน แต่ ถ้ามาคนเดียว ก็นั่งคนเดียว แล้วคิดถึงคนๆ นั้น แล้วก็ขอพรให้อยู่กันยาวนาน

ส่วนใครที่ยังไม่มีคู่  และอยากได้คูล่ะก็มาขอให้ที่นี่เช่นกัน วิธีที่ 1 สำหรับคนที่กำลังแอบชอบ และยังไม่ได้บอกรัก ให้เอามือวางบนหินสีดำลูกนี้ แล้วอธิฐาน ให้คนที่เรากำลังแอบชอบอยู่ให้มาเป็นคู่รักของเรา วิธีที่ 2 สำหรับคนที่เกิดมาแล้วยังหาเนื้อคู่ไม่ได้ ให้มาขอพรที่เทพเจ้าแห่งความรัก เพราะถ้าสังเกต เทพเจ้าจะถือสมุดเล่มใหญ่ๆ ภายในจะมีรายชื่อของหนุ่มสาวที่เทพเจ้าพร้อมจะประทานให้ในบัดดล

จุดหมายที่สาม คือ วัดแชกงหมิว วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงท่านแชกง นักรบผู้ซึ่งปกป้องจักรพรรดิราชองค์สุดท้ายแห่งวงค์ซ่ง ให้หนีไปยัง Sai Kung หรือ New Territories ในปัจจุบัน และเมื่อ 300 ปีที่แล้ว มีเรื่องเล่าขานกันต่อมาว่า โจรสลัดกลุ่มใหญ่ต้องการจะมาปล้น หมู่บ้าน Sha Tin ประชาชนจึงอพยพขนข้าวของหนี ระหว่างทางมีสตรีนางหนึ่งพบกับชายชราผู้มีเครายาวสีขาว ลักษณะน่าเกรงขาม บอกให้สตรีนางนั้นไปบอกให้ชาวบ้านกลับไปยังหมู่บ้านของตน และพับกังหันกระดาษ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียบไว้หน้าหมู่บ้าน ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่อโจรสลัดกลุ่มใหญ่เดินผ่านหมู่บ้านนั้นไป โดยที่ไม่มีการปล้นสะดม เดินทางด้วยรถไฟฟ้า สถานี Tai Wai ทางออก B

ขอบคุณแผนที่จาก http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=3172.0

วิธีการคาราวะ และขอพร คือให้หันหน้าออกจากวัด กล่าวแจ้งฟ้าดินก่อนค่ะ โดยบอกชื่อ ที่อยู่ อายุ และวัตถุประสงค์ที่มาทำบุญที่วัดในครั้งนี้ จากนั้นก็นำธุป 3 ดอก ไปปักทุกกระถาง โดยเริ่มจากกระถางธูปที่อยู่ในศาลากลางแจ้ง

จากนั้นเดินเข้าไปขอพรกับ แชกงหมิว ภายในตัวอาคาร โดยการก้มหน้าขอพร เมื่อขอพรเสร็จแล้วให้ค่อยๆ เงยหน้ามาสบตากับรูปปั้นสีทองของท่าน

จากนั้นก็เดินไป หมุนกังหัน ที่ตั้งอยู่ข้างๆ รูปปั่นของท่าน แชกงหมิว โดยใช้ นิ้วชี หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา จะหมุน 1 รอบ หรือ 3 รอบ ก็แล้วแต่สะดวก หลักการคือให้กังหันพัดเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัวเรา แ้ล้วพัดเอาแต่สิ่งดีๆ เข้ามาจากนั้นเดินไปตีกล่อง อีก 3 ครั้ง ดังๆ เพื่อให้พรนั้นสมประสงค์ และเป็นที่รับรู้ทั่วกันทั้งฟ้าดิน จุดหมายจุดสุดท้ายวันนี้ คือ ท่าเรือฮ่องกง เพื่อชมเป็ดน้อยครับ

ก่อนเดินทางกลับ ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) เพื่อนอนเอาแรงไว้ลุยต่อวันพรุ่งนี้ครับ

เดินทางวันที่สาม

จุดหมายปลายทางของวันนี้ คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮ่องกง จัดแสดงประวัติศาสตร์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของฮ่องกงตั้งแต่อดีต ในวงกว้าง พิพิธภัณฑ์มีความพยายามที่จะเก็บรวบรวม อนุรักษ์ ดำเนินการ ศึกษา และจัดแสดงวัตถุทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดี ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติของฮ่องกงและจีนตอนใต้ ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการอย่างถาวรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฮ่องกงเมื่อกว่า 6,000 ปีที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร เดินทางได้โดย MRT Hung Hom Station Exit D1

ค่าเข้าชมตารางด้านล่างครับ

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ ขอบรรยายด้วยภาพนะครับ

จุดหมายที่สอง คือ Sky100 Hong Kong Observation Deck จุดชมวิวแห่งใหม่ของฮ่องกงบนตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกงนั่นก็คือ ตึก The International Commerce Centre (ICC) ตึกนี้จะเชื่อมต่อกับห้างหรู Elements นอกจากจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกงแล้ว ยังเป็นตึกที่สูงที่สุดเป็ นอันดับ 4 ของโลก โดยจุดชมวิวนี้จะอยู่ที่ชั้น 100 ซึ่งสูงกว่าระดับน้าทะเล 393 เมตร กับวิวแบบ Panorama สุดลูกหูลูกตา เดินทางได้โดย MRT Kowloon Station

ค่าตั๋วเข้าชม  HK$151 แต่ราคากำลังขึ้นตามตารางด้านล่างครับ

บรรยากาศจุดชมวิวชั้น 100 ซึ่งสูงกว่าระดับน้าทะเล 393 เมตร กับวิวแบบ Panorama สุดลูกหูลูกตา สุดยอดมากครับ

หลังจากเที่ยว Sky100 Hong Kong Observation Deck  ได้เวลา Check-Out ออกจากที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) เพื่อเตรียมตัวออกจากที่พักไปยังเซินเจิ้นครับ

การเดินทางไปเซินเจินไม่ยากครับ สามารถเดินทางตาม แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินฮ่องกง เส้นสายสีฟ้า สถานีปลายทางคือ Lowu สามารถขึ้นได้จาก MRT Kowloon Tong Station หรือ MRT Hunghom Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครับ ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลเรื่อง Visa on arrival จาก http://www.travelchinaguide.com/embassy/visa/service.htm ผมไม่มั่นใจว่าสามารถทำได้อยู่หรือไม่ ผมเลยจัดการ ขอวีซ่าจีนด้วยตัวเอง มันซะเลยเพื่อความชัวร์เนื่องจากทำการจองที่พักไว้เรียบร้อยแล้ว พอข้ามด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเหยียบแผ่นดินเซินเจิ้นกันแล้ว

ผมขอแนะนำ แผนที่รถไฟฟ้าเซินเจิน  การเดินทาง มีทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ แต่แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก (Shenzhen Metro) รถไฟฟ้าเค้าถูกมาก นั่งรถไป 2 สถานีก็ประมาณ 2 หยวน หรือ 9 บาทเท่านั้น และครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ด้วย ส่วนรถ Taxi ไม่แนะนำเท่าไหร่เพราะอาจจะเสี่ยงกับการโดนโกงได้ อีกทั้งยังอาจสื่อสารกับคนขับไม่ได้

การซื้อตั๋วรถไฟฟ้าจะนิยมซื้อกับตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. เลือกเป็นภาษาอังกฤษ (ที่มุมขวาล่าง)
  2. เลือกสถานีปลายทาง และจำนวนผู้โดยสาร จะแสดงจำนวนเงินที่ต้องจ่าย
  3. ใส่ธนบัตร หรือ เหรียญเข้าไป
  4. รอรับเหรียญและเงินทอน จากนั้นก็นำเหรียญไปแตะที่ทางเข้าประตูก็จะกางออก เหมือนบ้านเราเลยครับ

ขอบคุณข้อมูล http://www.emagtravel.com/archive/shenzhen-trip.html

ซึ่งจะเราต้องขึ้นสถานี Luohu เพื่อไปที่พักโรงแรมต้าเหลียน โนรินโค (Norinco Hotel) โดยลงสถานี Huaqiang Road

เก็บข้าวเก็บของเตรียมลุยกันต่อครับ จุดหมายปลายสุดท้ายวันนี้ คือ Splendid Of China  เป็นเมืองจาลองสถานที่สาคัญของจีน เช่น กำแพงเมืองจีน , หอฟ้าเทียนถาน , พระราชวังกู้กง เสมือนย่อเมืองจีนอยู่ในมือท่าน นำท่านชมหมู่บ้านวัฒนธรรม Cultural Village เป็นศูนย์แสดงชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชนเผ่าน้อยใหญ่ ที่กระจายตามมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน ที่ใหญ่ที่สุดภายในหมู่บ้านวัฒนธรรม มีที่อยู่อาศัยของชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างเท่าขนาดจริง 24 แห่ง จากทั้งหมด 56 เผ่าทวั่ ประเทศ ท่ามกลางมวลไม้และสายน้ำที่ร่มรื่นสวยงามมีชนเผ่าเจ้าของบ้านให้การต้อนรับมีการแสดงกิจกรรมประจาเผ่าให้ชม เช่น การเย็บปักถักร้อย การทำขนม การร้องรำทำเพลง พร้อมทั้งชมโชว์ศิลปวัฒนธรรมจีนอันตระการตา เดินทางได้ 2 วิธี MRT โดยลงสถานี OCT ค่าตั๋วเข้าชม 150 หยวน (รวมตั๋วการแสดงตอนดึก)

สุดท้ายตบด้วย การแสดง China Folk Culture Villages ซึ่งจะเริ่มการแสดงตอน 19:35 น อลังการงานสร้างมากเลยครับ

แล้วเดินทางกลับที่พักโรงแรมต้าเหลียน โนรินโค (Norinco Hotel) เพื่อนอนเอาแรงลุยต่อกันวันพรุ่งนี้ครับ

เดินทางวันที่สี่

จุดหมายปลายทางแรกวันนี้ คือ Diwang Shenzhen ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างรวดเร็วอย่างน่าทึ่งในปี 1996 เฉลี่ย 1 ชั้นใช้ เวลา 2 วัน ความสูงอยู่ที่ 1,260 ฟุต เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศจีนและติด 1 ใน 5 ของโลก เดินทางโดยลง สถานี Grand Theater

ค่าเข้าชม 80 หยวน

หลังจากเที่ยวเซินเจิ้นกันแล้ว ได้เวลาเที่ยว Luohu เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับฮ่องกง มีนักท่องเที่ยวเข้าออกระหว่างเซินเจิ้นและฮ่องกงเป็นจำนวนมาก คนที่มาจากฝั่งฮ่องกงก็มาช๊อปของถูกที่เซินเจิ้น ส่วนคนที่เซินเจิ้นก็ไปช๊อปของแบรนเนมที่ฮ่องกง ห้างชื่อดังที่หลอฮู ชื่อว่า Luohu Commercial City ขายของก๊อปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

หลังจากเดินชมข้าวของกันแล้ว ได้เวลาเข้าประเทศฮ่องกง ได้ทำการเก็บข้าวของ ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel)  33 King’s Road, คอสเวย์ เบย์, ฮ่องกง (ดูแผนที่) อยู่ใกล้สถานี MRT Tin Hau ครับ

หลังจากเก็บของแล้วได้เวลาเดิน ชอปปิ้งย่านนาธาน จิมซาจุ่ย (ถนนนาธาน) เทรนด์ล่าสุดของฮ่องกง ต้อง ถนนนาธาน ย่านจิมซาจุ่ย บนฝั่ง เกาลูน ถือเป็นแหล่งช้อปแห่งแรกของ ฮ่องกง ที่ทันสมัยที่สุด มีร้านค้าไว้เกือบทุกประเภท เดินทางโดยลง MRT Tsim Sha Tsui

จุดหมายปลายทางสุดท้าย คือ Noah’s Ark ตั้งอยู่บนเกาะ Ma Wan ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ในฮ่องกง การเดินทางของผม เริ่มต้น สถานี MRT Kowloon Exit B3 และเดินไป  Mong Kok Grand Century Place (around 10 minutes) แล้วนั่งรถบริการสู่ Noah’s Ark. ค่าตั๋วเข้าชม HK$155 General Admission Ticket และ HK$125 สำหรับ Child & Senior

เดินทางวันที่ห้า

การเดินทางวันที่ห้า วันสุดท้ายของการท่องเที่ยวของทริปนี้ เตรียมตัวเดินทางด้วยสายการบิน  Hongkong Airline เวลา 12.25 น. จากสนามบิน Chek Lap Kok ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา14.05 น. ตรงตามเวลาครับ สุดท้ายขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าอ่านกันนะครับ ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกัน ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่

Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuN

หน้าแรกเว็บ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.