เที่ยวโอซาก้า ทาคายามะ สกีรีสอร์ท ไปกับ triple enjoy

เที่ยวโอซาก้า ทาคายามะ สกีรีสอร์ท ไปกับ triple enjoy

การเดินทางเที่ยวประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นการไปดูงานก่อสร้างกับทางบริษัทของผมเอง แถมยังมีเวลาท่องเที่ยว ชอปปิ้ง ช่วงหน้าหนาว โปรแกรมเดินทางหลักจะไปโอซาก้า และทาคายามะ เดินทาง 5 วัน 4 คืน โดยสายการบินไทย ได้นั่ง airbus a380 เครื่องใหญ่ อาหารดี มีหนังให้ดู แพลนเที่ยวจัดการโดย บริษัท ทัวร์ tpiple enjoy ไกด์ดี ที่พักชิวมีออนเซ็น อาหารอร่อยทุกมื้อ โดยพักโอซาก้า 2 คืนแรก พักทาคายามะ 1 คืนเป็นโรงแรมที่มีออนเซ็นด้วย ปิดท้ายคืนสุดท้ายย่านสนามบินคันไซ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยจ้า

สำหรับท่านใดที่วางโปรแกรมเที่ยวไว้แล้ว อยากไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ แต่ไม่รู้จะไปกับบริษัทไหน ลองเข้าไปสอบถามที่ เว็บ triple enjoy ได้จ้า ไม่ได้อวยนะ แต่ของเค้าดีจริงๆ บริการดี ราคาสมเหตุสมผลจ้า

สำหรับ pocket wifi ครั้งนี้ผมใช้ของ Wi-ho ซึ่งสามารถรับและคืนได้ที่สนามบินได้เลยครับ วิธีใช้งานง่ายมากครับ เดินทางถึงปลายทาง แล้วเปิดเครื่อง แล้วเชื่อมกับตัวเครื่องเหมือนต่อไวไฟได้เลย ซึ่งมี user กับ password ติดอยู่ที่เครื่องเลยครับ ซึ่งชาร์ตแบตเต็มสามารถอยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง แต่ถ้าท่านได้ตะลอนเที่ยวแต่เช้ามืดแล้วกลับดึกแนะนำให้ติด Power bank ไว้ชาร์ตด้วยนะครับ รายละเอียดเพิ่มเติมดูจากเว็บได้่เลยจ้า >> http://wi-ho-thailand.com/country/japan.html

หลังจากเกริ่นแนะนำการมาพักใหญ่กันแล้ว ได้เวลาเริ่มเดินทางวันแรกกันแล้ว ^_^

การเดินทางวันแรก

เช้าวันแรกทางทัวร์นัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนตีห้า เพื่อเตรียมตัวเช็คอินเนื่องจากต้องเดินทางออกจากสนามบิน 08.40 น. เพื่อเดินทางไปสนามบินคันไซ ด้วยสายการบินไทยกันครับ

ซึ่งสำหรับคนไทยที่เข้าออกต่างประเทศตอนนี้สะดวกสบายยิ่งขึ้นเนื่องจากทาง ตม เปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนนิ้วทั้งหมด ทำให้รวดเร็วและไม่ต้องเขียนใบ immigration เหมือนแต่ก่อนแล้วจ้าา

เนื่องด้วยการเดินทางแบบ Full Service ด้วยสายการบินไทย เลยสะดวกสบายนิดนึง มีอาหารบริการสองมื้อ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ฟรีตลอดการเดินทาง มีหนังให้ดูส่วนตัวเบาะใครเบาะมันด้วย มันเลยทำให้การเดินทาง 5 ชั่วโมงดูเร็วขึ้นเลย

เดินทางถึงสนามบินคันไซ ตรงเวลา ระหว่างเดินทางพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะแจกเอกสารให้ 2 ใบ ใบแรก immigration card ซึ่งต้องเขียนก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และใบที่สอง Customs Declaration Form ต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่สนามบินหลังผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ส่วนวิธีการกรอกเอกสารอ่านเพิ่มเติมได้จากลิ้งนี้ครับ http://teawmun.com/wp-content/Data/Immigration and Custom Japan.pdf

รับกระเป๋ากันเรียบร้อยแล้ว เดินขึ้นรถทัวร์ที่ทางบริษัททัวร์เตรียมไว้ เนื่องจากสนามบินคันไซ เป็นสนามบินที่สร้างจากขยะมาถมเป็นเกาะเพื่อสร้างสนามบิน เลยทำให้ข้ามสะพานซึ่งอากาศวันนี้ค่อนข้างหนาว 3 องศา สำหรับใครไม่ชินแนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวติดตัวตลอดเลยจ้า ไม่ง้านมีหวังเที่ยวไม่สนุกแน่นอนครับ

ขึ้นรถทัวร์เดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็เดินทางมาถึงโรงแรมของคืนนี้ “My Stay Shin Osaka Hotel” โรงแรมอยู่ติดสถานีรถไฟ Shin osaka เลย ถึงโรงแรมจัดเก็บกระเป๋ากันเป็นที่เรียบร้อยได้เวลากินข้าวกันแล้วจ้าา

เดินหาข้าวกินกันง่ายสไตล์ญี่ปุ่นมื้อแรก สนนราคา 900 เยน เป็นข้าวหน้าหมู อร่อยดีครับ ฟินไปสำหรับมื้อแรก ^_^

การเดินทางวันที่สอง

การเดินทางยามเช้าอันสดชื่นท่ามกลางอากาศหนาว เกือบแทบจะเป็นหวัดกันเลยทีเดียว โปรแกรมวันนี้หลักๆคือการดูงานช่วงบ่าย

ดังนั้นโปรแกรมช่วงเช้าเลย Relax กันนิดนึง โดยการเดินทางไป Universal Studio Japan ถ่ายรูปหน้าทางเข้าเป็นที่ีีระลึกกันซักหน่อยจ้า

ซึ่งทางคณะดูงานไม่สามารถเข้าไปเที่ยวได้ เลยแอบเอาภาพด้านในจากอีกคณะนึงมาให้ชมเพื่อกระตุ้นต่อมอยากกันซักหน่อย

หลังจากดูงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาถึงมื้อค่ำของเราวันนี้ รับรองด้วย ชาบูสไตล์ญี่ปุ่นที่ร้าน Izakaya Restaurant พิกัดร้านจ้า

เมนูหลักๆ คือ เนื้อหมูแสนนุ่มกินแบบชาบูกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ปลานึ่งอะไรซักอย่างแต่อร่อย ตบท้ายด้วยไอศครีมอร่อยมากก เด็ดจริง

การเดินทางวันที่สาม

โปรแกรมวันนี้ต้องตื่นเช้านั่งรถไฟสาย Wide-View-Hida-Train โดยนั่งจากสถานี Shin-Osaka ไปสถานี Takayama โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟ ซึ่งดีงามมากเลย

เดินเล่นถ่ายรูปได้ซักพักนึง ได้เวลาอันสมควร รถไฟมาตรงเวลามากจ้า ใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 4 ชั่วโมง ผ่านทั้งพื้นที่ที่หิมะตก อากาศข้างนอกน่าจะหนาวพอสมควร ในที่สุดก็เดินทางถึง Takayama เรียบร้อยละจ้า

เดินทางถึงทาคายามะ เป็นที่เรียบร้อย เดินลงรถไฟแล้วขึ้นรถบัสที่เตรียมไว้เพื่อเดินทางไปกินมื้อกลางวันเป็นเนื้อฮิดะแบบพรีเมี่ยม (เค้าคุยว่าแบบนั้นนะ) มาดูกันว่าเนื้อทีนีี่เด็ดแค่ไหน

อาหารวางตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อย เตาย่างของใครของมันพร้อมกับเนื้อฮิเดะลายสวยน่ารับประทานมากอยู่ด้านหน้า จะอดใจได้เยี่ยงใด แทบยังสามารถสั่งทานได้แบบไม่อั๊น

วิธีที่กินที่ถูกต้อง คือ ออเจ้าต้องย่างด้านเดียวจนสีเนื้อเริ่มเปลี่ยนสีแล้วกลับด้านนับหนึ่งถึงสิบตามสูตรคุณชาคริตแล้วกินเลย บอกได้คำเดียวว่าฟินมากกกกก

หลังจากกองทัพอิ่มท้องกันแล้ว ได้เวลาเที่ยวต่อกันเลยจ้าา ที่ต่อไปแวะหมู่บ้านโบราณ เป็นหมู่บ้านไม่ใหญ่มาก ถนนหลักมีสองเส้นเท่านั้น ร้านค้ามีให้แวะเยอะ แต่ผมชอบนะ เสียดายได้ถ่ายบรรยากาศแค่สะพานริมแม่น้ำมา ส่วนที่อื่นไม่ได้ถ่ายมา ยอมสภาพอากาศเพราะไม่ได้ใส่ถุงมือกันหนาวลงมาจากรถ ยอมแพ้จ้าา 555

มาต่อกันจัดต่อไป ถือว่าเป็นไฮไลต์ของวันนี้ก็ว่าได้เลย “หมู่บ้านชิราคาว่า” บ้านสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิม และยังได้รับ เลือกจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในเดือนธันวาคม 1995 บ้านในสไตล์ กัสโซ่ – สึคุริ รอบนี้ไม่ยอมพลาดถ่ายรูปเหมือนที่ก่อนแล้ว จัดเต็มถุงมือพร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพ ฝีมือถ่ายรูปอาจจะสวยไม่มาก แต่ของจริงสวยมากครับ

เที่ยวกันพอสมควรได้เวลาเข้าที่พักสำหรับวันนี้กันแล้ว Enakyo Kokusai Hotel เป็นที่พักแบบญี่ปุ่น มีออนเซ็นให้แช่ แถมมื้อเย็นมีบุฟเฟต์ขาปูให้รับประทานอีก ว๊าววว มันจะดีอะไรเยี่ยงนี้ ฟินแล้วฟินอีก ไปชมกันครับว่าอาหารมื้อเย็นที่ว่าเป็นบุฟเฟต์ขาปูยักษ์จะเป็นยังไงบ้าง ตามไปรับชมครับ

การเดินทางวันที่สี่

เช้านี้ต้องตื่นเช้ากว่าปกตินิดนึง เพราะต้องเดินทางกลับมาพักใกล้สนามบินคันไซ โดยกินข้าวเช้ากันที่โรงแรมกันเป็นที่เรียบร้อย เดินออกมาสูดบรรยากาศยามเช้ากันซักหน่อยดีกว่า

ออกจากโรงแรมใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึง Okuiburi Sky Resort เป็นหนึ่งในสกีรีสอร์ทที่วิวค่อนข้างสวยมากทีเดียว

สำหรับสกีรีสอร์ทที่นี่คือแบ่งโซนสำหรับเด็กๆ มีกิจกรรมการสไลเดอร์แยกจากลานสกีเป็นสัดส่วนเลยครับ เพลินอยู่กันทีสกีรีสอร์มร่วมสองชั่วโมงเลยจ้าา บรรยากาศดีแค่ไหนต้องให้ภาพบรรยายออกมาแล้วครับ

เที่ยวหิมะกันจนหมดแรงไปข้างนึง ได้เวลาเติมพลังกันแล้ว เลยเที่ยวต่อกันและหาของกินมื้อเที่ยงกันที่ ตลาดปลานิชิโก๊ะ ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโต มีอหารสดๆให้เลือกรับประทานมากมาย

แต่สำหรับวันนี้มาญี่ปุ่นทั้งทีต้องลองของแปลกกันนิดนึงจ้าา ไข่ปลาคอด สนนราคาจานละ 900 เยนจ้า รสชาติมันจะแปลกๆนิดนึง ผมไม่สามารถกินได้หมดจริงๆ 555

กินข้าวกันเป็นที่เรียบร้อยกันแล้ว นั่งรถมาที่เมืองโอซาก้าเพื่อมาชอปปิ้งย่าน ดงโทโบริ ซึ่งมีร้านค้าเรียงรายทั้งสองฝั่งถนนจ้า ทั้งร้านรองเท้า adidas onisuka ร้านขายของพวกยา วิตามินอย่างร้าน matsutomo รวมถึงร้าน Dongji มีทุกสิ่งให้เลือกสรรมากมายจ้า

ตบท้ายอาหารมื้อสุดท้ายของวันนี้ได้แก่ บุฟเฟต์ขาปููอีกแล้วจ้าา กินจนตัวจะแตกแล้วทริปนี้ อ้าวไหนๆก็มาญี่ปุ่นทั้งทีละ ค่อยลดกันวันหลังละกัน เอากันให้เต็มคราบกันก่อนเดินทางเข้าที่พักวันสุดท้ายของเรากันแล้ว

การเดินทางวันสุดท้าย

ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพ เช้านี้ตื่นเช้าซักหน่อย เพื่อเดินทางมาช๊อปปิ้งกันที่ ริงคู พรีเมียมเอ้าเลท ซึ่งอยู่ใกล้สนามบินคันไซมาก ซึ่งภายในมีร้านค้ามากมาย ซึ่งการช๊อปปิ้งที่ญี่ปุ่น ราคาที่โชว์ส่วนใหญ่ยังไม่รวม 8 % หากต้องการ VAT refund เหมือนเวลาไปช๊อปปิ้งเหมือนที่ประเทศอื่นนั้น หลักง่ายๆ คือ ถ้าเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ต้องรวมยอดให้ได้ 10000 เยนในใบเสร็จเดียวกัน ทางร้านจะทำการขอ Passsport และทำการ Vat Refund ที่ร้านตอนซื้อเลยครับ

ช๊อปปิ้งละลายทรัพยืกันเป็นที่เรียบร้อย ได้เวลาอันสมควรในการเดินทางกลับประเทศไทยกันแล้วจ้าา ซึ่งทริปนี้สนุก หรรษา อาหารการกินระดับพรีเมี่ยม ต้องขอขอบคุณบริษัท Triple Enjoy สำหรับการจัดทริปดีงามแบบนี้ด้วยครับ

ยังไงต้องขอจบทริปนี้เพียงเท่านี้ครับ ส่วนรอบหน้าไปเที่ยวไหนต่อ รอติดตามชมกันนะครับ ^^

Facebook : https://www.facebook.com/TeawMuN
Website : www.teawmun.com

หน้าแรกเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

Leave a Reply