เที่ยวขนอมด้วยตัวเอง

เที่ยวขนอมด้วยตัวเอง

การเดินทางไปนครศรีธรรมราช

แผนที่เที่ยวตัวเมืองนครศรีธรรมราช

แผนที่เที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช

วางแผนเดินทางกันก่อน

เที่ยวขนอมด้วยตัวเอง รอบนี้จองแพคเกจของ ชลนภา รีสอร์ท ราคาคนละ 5,899 บาท แต่เพิ่มค่าห้องพัก 1,800 บาท สำหรับที่พักอีกคืน ซึ่งรวมรถรับส่งสนามบิน อาหาร 7 มื้อ โปรแกรมเที่ยว คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ใครที่จะไปเที่ยวก็อย่าลืมจองที่พักล่วงหน้าที่ Traveloka จะได้ได้หัองพักชัวร์ๆแถมราคายังไม่แพงด้วย  https://www.traveloka.com/th-th/hotel

ส่วนการเดินทางของผมมาติดตามกันเลยครับ….

การเดินทางวันแรก

การเดินทางวันนี้ ใช้บริการสายการบินแอร์เอเชีย  ขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช

หลังจากลงเครื่องบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เลยแวะหาอาหารเช้ากินกันก่อนที่ร้านโกปี๊ สาขาศาลากลาง เบอร์ติดต่อ 075-340160

Kopi

บรรยากาศในร้านยังคงรักษาบรรยากาศดั้งเดิมเอาไว้ทีเดียว คนท้องถิ่นแนะนำมาร้านนี้ให้มาเช้าๆหน่อย เพราะถ้ามาประมาณ 10.00 น. อาจจะทำให้ท่านพลาดกินเนื่องจากของในร้านหมดก็เป็นได้จ้า

ซึ่งเมนูเด็ดก็คือ บะกุ๊ดเต๋ และกาแฟโบราณ แต่เนื่องจากผมเป็นคนไม่กินกาแฟเลยสั่งนมเย็นมาลองก็รสชาติอร่อยทีเดียวครับ

นอกจากบะกุ๊ดเต๋ และกาแฟ แล้ว ยังมีข้าวจานเดียว และน้ำผลไม้ ให้เลือกรับประทานเพิ่มเติมด้วยแล้วแต่คนชอบเลยครับ

อิ่มจนพุงกางกันเรียบร้อยแล้ว ไหนๆก็มานครศรีธรรมราชแล้ว ถ้าไม่แวะไหว้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ก็เหมือนมาไม่ถึงสินะ เลยแวะไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางทริปนี้กันซะหน่อย

ซึ่งมีชาวบ้านห่มชุดขาวมาร่วมงานจำนวนมาก ห่มผ้าพระบฏบูชาพระบรมธาตุ ชาวใต้ต่างเชื่อกันว่าการได้ห่มผ้าพระบฏบูชาพระบรมธาตุถือว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต ซึ่งปัจจุบันด้านบนขององค์พระธาตุถูกบูรณะเพื่อเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งภายในพระวิหารคดมีพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงรายจำนวนมาก

สิ่งที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand คือ องค์พระธาตุจะไม่มีเงาของพระธาตุทอดลงพื้น ไม่ว่าแสงอาทิตย์ไปทางใดก็ตาม และทาง ททท จัดบูรณะองค์พระธาตุเพื่อขึ้นเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย

และที่มาของตำนาน ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ อยู่ที่วิหารพระมหาภิเนษกรมณ์ที่เป็นบันไดทางขึ้นสู่องค์พระบรมธาตุ มีรูปปั้นของเทพผู้พิทักษ์คือ ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ ประดิษฐานอยู่ขนาบข้างประตูทางเข้า-ออก อันลือลั่นแห่งเมืองนคร นอกจากเทพทั้งสองแล้วที่นี่ยังมีผู้พิทักษ์อื่นๆ อาทิ ท้าวจตุโลกบาล นาค ครุฑ สิงห์ เป็นต้น

บริเวณรอบองค์พระธาตุมีองค์เจดีย์บริวารทั้งหมด 149 องค์ เป็นเจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุรุษ ได้สร้างไว้สืบต่อกัน มาเรื่อยๆเพื่อบรรจุอัฐิของญาติ ผู้ล่วงลับไปแล้ว

วิหารพระมหากัจจายนะ(วิหารพระแอด) มีอีกหนึ่งชื่อเรียกว่า “พระแอดเมืองนคร” มีองค์พระมหากัจจายนะสีทองอร่าม เชื่อกันว่าท่านสามารถดลบันดาลความสำเร็จสารพัด โดยเฉพาะการขอลูก จึงมีรูปเด็กๆ มารายงานผล ขอพรพร้อมกับการฝากเนื้อฝากตัวมากมาย และมีไม้ค้ำด้านหลัง เชื่อว่าทำให้หายจากอาการปวดเมื่อยได้

หลังจากไหว้พระ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงบ้านคุณลุงสุชาติ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากทีเดียว

ภายในมีบ้านเป็นอาคารสองชั้น จัดแสดงตัวหนังตะลุง ทั้งเทวดายักษ์เจ้าเมืองตัวพระ ตัวนางผี รวมไปถึงตัวเอียดซึ่งเป็น ตัวตลกหญิง และยังมีตัวหนังตะลุงจากแหล่งต่างๆ จำนวนมาก

รวมถึงมีจุดขายของที่ระลึกเป็นตัวหนังตะลุง รวมทั้งมีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ลองทำหนังตะลุงโดยตอกตะปูลงวัสดุแทนหนังเทียมเพื่อเรียนรู้ทักษะในการทำหนังตะลุงอีกด้วยจ้า

หลังจากเที่ยวกันเรียบร้อยแล้ว เดินทางต่อไปที่พักของทริปนี้ ที่หาดคอเขา ชลนภารีสอร์ท จองที่พักเป็นบ้านพักติดทะเล ประมาณว่าเดินออกมาก็เจอหาดทรายขาวแล้วครับ

บรรยากาศภายในห้องพัก เตียงใหญ่ นุ่มสบาย ติดเครื่องปรับอากาศ มีอ่างอาบน้ำที่สามารถนอนแช่น้ำดูทะเลจากภายในห้องพักได้เลย ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

อาหารมื้อแรกของทริปนี้ ทางรีสอร์ทจัดให้ ผัดผักรวมมิตร แกงส้มยอดมะพร้าวปลากระพง แกงข่าไก่ ปลาอินทรีย์ทอด ตบท้ายด้วยแตงโม กับแก้วมังกร รสชาติดีมากครับ อร่อยจริงๆ

กินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินย่อยด้วยการเดินเล่นตามหาดทรายที่สะอาด และดูน่าเล่นมากครับ

เล่นน้ำทะเลกันแบบสะใจแล้ว หมดแรงเลยจ้าา แต่สนุกและรู้สึกชอบบรรยากาศหาดคอเขามาก แล้วก็เตรียมตัวกินมื้อเย็น ซึ่งทางรีสอร์ทจัดส้มปลากระบอก กุ้งผัดวุ้นเส้น ทะเลผัดฉ่า พาดเรียบไม่เหลือเนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการเล่นน้ำทะเล สลบไสยเลยจ้าา

การเดินทางวันที่สอง

โปรแกรมการเดินทางวันที่สอง ตื่นเช้ามาสัมผัสบรรยากาศหาดทรายหน้าห้องพัก รู้สึกฟินมากเลยจ้า

สำหรับการท่องเที่ยวครึ่งวันเช้าไปนั่งเรือชมโลมาสีชมพู นั่งรถจากที่พักมายังท่าเรือบ้านแหลมประทับ เพื่อนั่งเรือหางยาวนั่งชมโลมาสีชมพู

โลมาสีชมพูมีชื่อท้องถิ่นเรียกว่า โลมาหลังโหนก มักพบอาศัยในเขตน้ำตื้นของทะเลชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการกระจายกว้างมาก ตั้งแต่ฝั่งของจีนและพม่าไปจนถึงชายฝั่งออสเตรเลีย ซึ่งครั้งนี้ได้เจอโลมาสีชมพูโผล่มาทักทายสองครั้ง แม้จะไม่สามารถเก็บภาพถ่ายไว้ได้ทัน แต่ความรู้สึกยังตื่นเต้นและประทับใจมากครับ

หลังจากชมโลมาชีชมพูกันเรียบร้อยแล้ว นั่งเรือต่อมาชมเขาหินพับผ้า ปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา ที่เห็นได้บนเขาหินหรือแผ่นหินที่ทับซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆสูงขึ้นไป ด้านบนมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหลากหลายชนิด บางชนิดก็ดูแปลกตาออกไป บางแห่งก็จะพบกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่ด้วย เปรียบเหมือนขนมชั้น หรือผ้าที่พับไว้ เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มาเห็นที่นี่ก็เลยเรียกหินพับผ้าเหล่านี้ว่า ” แพนเค้ก ร็อค  เมืองไทย ”

หลังจากเรือหางยาวพาชมเขาพับผ้าจนเต็มอิ่ม เรือจะแล่นกลับมายังเกาะนุ้ยทางด้านหลัง ซึ่งวิวสองข้างทางมีทั้งแพเลี้ยงปลาในกระชัง และวิวทิวทัศน์สวยงามมากครับ

แวะเกาะนุ้ยชมความมหัศจรรย์ Unseen in Thailand  บ่อน้ำจืดกลางทะเลต้นกำเนิดตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งด้านบนเขามีลานคอนกรีตให้ผู้คนขึ้นมาสะการะฟรี

หลังจากไหว้พระเรียบร้อยแล้วได้เวลานั่งเรือกลับมายังท่าเรือไหว้ศาลพระเจ้าตาก แล้วเตรียมตัวกับมาที่พักเพื่อกินข้าวเที่ยงกันต่อจ้าา

อาหารเที่ยงวันนี้ มี 3 เมนูด้วยกัน สะตอผัดกุ้ง แกงเลียงกุ้ง และผักเหลียงผัดไก่ มีแต่อาหารพื้นบ้าน อร่อยมากๆเลย ถูกใจให้ห้าดาวเลย

และปิดท้ายครึ่งวันบ่าย ด้วยการเที่ยวต้นธารรีสอร์ทแอนด์สปา ภายในมีทั้งสปาเท้าด้วยปลา ให้อาหารแกะ และนก โดยมีค่าเข้าชม 150 บาท มาตามดูกันครับ ว่าคุ้มแค่ไหน ^_^

โปรแกรมแรกของช่วงบ่ายนี้ คือสปาปลา จากลำธารธรรมชาติ และปลาที่ตอดเท้าเป็นปลาท้องถิ่น ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปลาที่ใช้สำหรับสปาปลา คนที่หย่อนเท้าลงไปให้ไปตอดใหม่ จะทำให้จั๊กกะจี้ ช่วยทำให้ร่างการสูบฉีดได้ดี และช่วยเปิดกระบังลม ทำให้เลือดเลี้ยงหัวใจได้ดี

เดินเล่นกันต่อฟาร์มแกะแห่งเดียวแห่งแรกของภาคใต้ มาร่วมสัมผัสกับบรรยากาศความน่ารักของเกาะนับสิบตัว ซึ่งมีบริการให้อาหารทั้งหญ้าสดและป้อนนมแกะก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบ แถมยังมีนกยูง และมุมถ่ายภาพสวยงามหลายมุมให้เลือกถ่ายได้ตามใจชอบเลยจ้า

เดินออกจากฟาร์มแกะเข้าไปในสวนนก ซึ่งภายในมีนกแก้วสีสันสวยงาม รวมถึงน้องกระต่ายน้อย มีข้าวโหดให้อาหารนกและน้องกระต่ายในราคา 20 บาท เท่านั้นจ้าา

ปิดท้ายการเที่ยวต้นธารรีสอร์ท ด้วยการนั่งชิวในร้านกาแฟ ซึ่งผมว่ารสชาติอร่อยใช้ได้ทีเดียวครับ

หลังจากเที่ยวช่วงบ่ายกันเรียบร้อย แวะกินโรตีกับชา ร้านบังชา เป็นร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดในขนอม

ซึ่งเมนูยอดฮิต คือ โรตีกรอบ และโรตีเนยนม แต่ผมสั่งโรตีกล้วยแถมมาอีกเมนู รสชาติอร่อยสมคำล่ำลือจริงๆ

ขอปิดท้ายการเดินทางวันที่สอง ด้วยวิวทะเลยามค่ำคืน ซึ่งถ่ายจากหน้าห้องพักเลยครับ หลับฝันดีแล้ววันนี้ เตรียมชาร์ทแบตลุยต่อวันสุดท้ายจ้า

การเดินทางวันที่สาม (วันสุดท้ายของการเดินทาง)

โปรแกรมเดินทางวันสุดท้าย เริ่มต้นด้วยการรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์เบาๆที่โรงแรมกันก่อนเดินทาง มีทั้งขนมจีน ข้าวผัด และของทานเล่น ซึ่งพอรองท้องตอนเช้าได้อยู่ครับ

กินอิ่มกันแล้ว เดินทางเที่ยวหมู่บ้านคีรีวง ซึ่งจุดหมายปลายทางของวันนี้คือการไปทำ ผ้ามัดย้อมผืนเดียวในโลก แบบฉบับของตัวเอง

ซึ่งมีกลุ่มใบไม้คีรีวง เป็นผู้ให้ความรู้ในการทำผ้ามัดย้อม โดยใช้หลักการหนีบผ้า หรือมัดด้วยหนังยางที่ผ้าที่ทำการมัดย้อม แล้วทำไปจุ่มกับสีจากพืชที่ได้หาได้จากท้องถิ่นนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกทีเดียวครับ

หลังจากต้องรอแช่ผ้ามัดยอมเพื่อให้สีติดกับเนื้อผ้า ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มาเที่ยวต่อใกล้ๆ ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาหมู่บ้านคีรีวงต้องไม่พลาด คือบริเวณสะพานข้ามลำน้ำ วิวถือว่าเด็ดมาก ใครมาแล้วไม่ได้มาถ่ายวิวตรงนี้ถือว่าท่านพลาด!!!

เดินทางเที่ยวจุด Landmark สำคัญของหมู่บ้านคีรีวง ซึ่งได้ทำป้าย คีรีวง อากาศดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งธรรมชาติยังถือว่าสมบูรณ์ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ยังใช้คำนี้ได้กับหมู่บ้านคีรีวงครับ

หลังจากอิ่มเอมเติมเต็มกับบรรยากาศของหมู่บ้านคีรีวงกันแล้ว ขากลับต้องแวะไปเอาผ้ามัดย้อมฝีมือตัวเองซะหน่อย ผลงานที่ออกมาสวยใช้ได้เลยทีเดียว ^_^

แวะรับประทานอาหารเที่ยงมื้อสุดท้ายที่ร้านอาหารเรือนผักกูด มีเมนูที่เลือกรับประทาน ซี่โครงหมูต้มชะมวง เห็ดแครงทรงเครื่อง ยำผักกูด และไข่เจียวปลีกล้วย ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งน้ำอัญชันและน้ำดาหลา ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำ เพลิดเพลินกับอาหารที่อิ่มและอร่อยแล้วแถมยังได้บรรยากาศที่ดี แนะนำเลยครับร้านนี้

หลังจากอิ่มมื้อเที่ยงก่อนจะนั่งรถกลับสนามบิน ซึ่งเป็นจบทริป เที่ยวขนอมด้วยตัวเอง ครั้งนี้ครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าอ่านกันนะครับ ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกัน ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่

Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuN

แล้วอย่าลืมกดไลท์เพจกันด้วยนะครับ ^_^

หน้าแรกเที่ยวประเทศไทย

Leave a Reply