Menu

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

Search

TripWorldwide

Page 3 of 41234

มัลดีฟส์ – ทริปไปฮันนีมูน

มัลดีฟส์ – ทริปไปฮันนีมูน

ก่อนอื่นผมต้องออกตัวก่อน ว่าผมกำลังตัดสินใจอยากไปมัลดีฟส์เลยหาข้อมูลท่องเที่ยว ไปเจอ บลอกของสามีภรรยาคู่นึง ไปฮันนีมูนที่นั้น น่ารักมากครับ เลยอยากเอามาเขียนแชร์สั้นๆ ครับ

ผมขอบอกเลย ใครต้องการหาข้อมูลไปมัลดีฟส์แบบเป็นแพจเกจ ต้องอ่านรับรองไม่ผิดหวังครับ

Fackbook >> https://www.facebook.com/KhajochiBlog

ทำไมต้องมัลดีฟส์ ?

ไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน นอกจากความรู้สึกที่ว่า “อยากไป

เวลาที่เรามีความรู้สึกกับสถานที่ มันมักจะไม่มีเหตุผลมาสนับสนุนชัดเจน ผมเข้าใจความรู้สึกวัยรุ่นที่อยากไปเกาหลี, แฟนบอลอยากไปเหยียบ Old Trafford หรือ Anfield, คนที่ชอบค้นหาอะไรบางอย่างอยากไปทิเบต

ช่วงเวลานี้ ผมรู้สึกอินต์กับความรัก เลยรู้สึกอยากไปมัลดีฟส์มากเป็นพิเศษ

ทะเล ธรรมชาติ ห่างไกลผู้คน ห่างไกลเมืองไทย ห่างไกลเทคโนโลยี บรรยากาศเงียบสงบ และโรแมนติค

ช่วงที่เรากำลังหาทริปที่เหมาะสมจะไปฮันนีมูน ตามประสาผู้หญิงที่ช่างเลือก เชอรี่ก็จะเปรียบเทียบราคา รายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ผมเลยบอกไปแค่ว่า “เลือกที่ชอบสุดค่ะ

มนต์รักมัลดีฟส์ – เมื่อต้องตัดสินใจหาทริปไปฮันนีมูน

http://www.khajochi.com/2012/10/honeymoon-trip-at-centara-maldives.html

การเลือกซื้อแพ๊คเกจไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ ราคาและค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Centara Maldives)

http://cherryjaja.blogspot.com/2012/11/centara-maldives.html

ฮันนีมูนมัลดีฟส์ ตอนที่ 1 : เยือนมาเล เมืองหลวงที่เล็กที่สุดในโลก

http://www.khajochi.com/2012/11/honeymoon-maldives-trip-visit-male-and-trader-hotel.html

ฮันนีมูนมัลดีฟส์ ตอนที่ 2 : สู่รีสอร์ทในฝัน Centara Grand Maldives

http://www.khajochi.com/2012/11/honeymoon-maldives-trip-day-2-visit-centara-grand-resport-and-spa-maldives.html

หน้าแรกเว็บ (389)

The Road To Mandalay

ทริปนี้เราใช้เวลาทั้งหมด 5 วัน 4 คืน รวมทั้งสิ้น 5 เมืองที่เราได้เดินทางท่องเที่ยวกัน ได้แก่ มัณฑะเลย์ อมระปุระ สกาย อังวะ มินกุน กระทู้นี้อาจจะยาวไปบ้างแต่จะพยายามนำภาพสวยๆ พร้อมข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวมาให้ชมกันเยอะๆครับ แล้วจะรู้ว่าการมาพม่าด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้โดยไม่ยากเลยแม้แต่น้อย แถมความปลอดภัย ภาษาและอาหารการกิน ยังไม่ลำบากแบบที่เคยมีในจินตนาการเหมือนก่อนที่จะมาอีกครับ
วันที่ 1: ท่องเที่ยวสบายๆใน Mandalay, ชเวนันดอร์, กุโสดอร์, Night Market 

http://pantip.com/topic/30645378

วันที่ 2: Mahamuni, U-Beng Bridge…etc.

http://pantip.com/topic/30655037/

วันที่ 3: Mingun Pagoda, Hyinbyume , U min Thounzeh, Soon U Ponya Shin, Inwa 

http://pantip.com/topic/30702517

วันที่ 4: Mandalay City 

http://pantip.com/topic/30743064

หน้าแรกเว็บ (227)

ทริปล้างตา/เก็บตก สิงคโปร์

ทริปล้างตา/เก็บตก สิงคโปร์

ประเทศนิดเดียวเนี่ยแหละครับ ที่ทำให้สิงคโปร์เขาสามารถพัฒนาประเทศของเขาได้อย่างรวดเร็ว เดี๋ยวสร้างโน้น สร้างนี่ เรียกว่าไม่ได้แวะมาสิงคโปร์ซัก 2-3 ปีนี่ มีอะไรใหม่ๆให้เราแวะกลับไปเที่ยวไปดูอีกเยอะแยะเลยล่ะครับ

สำหรับแผนการเที่ยวคร่าวๆของ ทริปล้างตา/เก็บตกสิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน คร่าวๆก็จะเป็น
วันแรก เครื่องถึงสิงคโปร์ 10.25 จองตั๋วรถทัวร์ข้ามไปมาเลย์(ที่สำนักงานใต้ Singapore Flyer) เที่ยวสิ่งใหม่ๆบน Marina Bay ; โรงแรม Sands และ Garden By The Bay
วันที่ 2 ข้ามฝั่งไปมาเลย์เพื่อ Legoland Malaysia หนึ่งวัน
วันที่ 3 ข้ามไปเกาะ Sentosa เพื่อ Universal Studio Singapore และ S.E.A. aquarium เต็มวัน
วันที่ 4 เที่ยวสวนสัตว์ในสิงคโปร์หรือสวนนกจูร่ง ซักหนึ่งที่ ก่อนจะเดินเล่นถนน Orchard แล้วเตรียมตัวขึ้นเครื่องกลับไฟลท์ 22.10

ทริปล้างตา/เก็บตก สิงคโปร์ ทั้ง 4 ตอน

1 Marina Bay, Gardens by the Sea http://pantip.com/topic/30723357

2 Legoland Malaysia http://pantip.com/topic/30725360

3 Universal Studios Singapore, S.E.A.aquarium http://pantip.com/topic/30727436

4 Jurong Bird Park,Orchard http://pantip.com/topic/30730998

หน้าแรกเว็บ (322)

นั่งรถไฟไปหลังคาโลก

นั่งรถไฟไปหลังคาโลก

พอดีผมไปอ่านกระทู้ในพันธ์ทิพย์ นั่งรถไฟจากกรุงเทพไปหลังคาโลกชอบมากเลย เลยอยากมาแชร์ข้อมูลเที่ยวกันครับ

Fackbook > https://www.facebook.com/GoGraph

ตอนที่ 1 หัวลำโพง – เวียงจันทน์
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11141088/E11141088.html

เราเริ่มจากนั่งรถไฟจากหัวลำโพงนี่แหละ ไปลงหนองคาย เข้าเวียงจันทน์ เดินเล่น ชมวัด กินไอติม กินเฝอ ตีฆ้อง แต่ไม่ได้นอนที่นั่น การเดินทางในช่วงแรก ยังสบายๆอยู่เพราะพูดภาษาได้ คนลาวก็ใจดี เราสนิทสนมกับลาวเพราะใกล้ประเทศเรา แต่ป้ายต่อไปคือ ประเทศที่เราไม่เคยไปมาก่อน เวียดนาม !

ตอนที่ 2 เวียงจันทน์ – ฮานอย รถบัส 24 ชม.
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11141163/E11141163.html

ยังไม่ทันจะครึ่งทาง หนทางลำบากก็มาแล้ว เรานั่งรถบัสจากเวียงจันทน์ไปฮานอย 24 ชั่วโมง นั่งไปทั้งวันทั้งคืน เป็นเส้นทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ เราไปแบบงงๆ ไม่รู้อะไร จนเข้าฮานอยได้ในที่สุด เมืองที่ไม่รู้จัก คนที่ไม่รู้จัก หลงทาง มอเตอร์ไซด์เยอะ และ ทุกคนที่ไทยบอกเราว่า น่ากลัว !

ตอนที่ 3 ฮาลองเบย์ ฮานอยกลางคืน
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11141210/E11141210.html

ออกไปเที่ยวฮาลองเบย์ เจอกลุ่มเพื่อน ดูทะเล และกลับมาที่ฮานอย เรามองฮานอยในแง่ดีขึ้น เห็นอะไรที่ผิดคาด ฮานอยเป็นเมืองมีอารมณ์ขันนะ เราสามารถสัมผัสถึงเสน่ห์ของเมืองนี้ได้ ในคืนนี้

ตอนที่ 4 ฮานอยกลางวัน
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2011/09/E11098357/E11098357.html

ยังอยู่ในฮานอย เที่ยวสถานที่ยอดฮิต ทุกอย่างของโฮจิมินห์ วัด กินไอติม ข้ามถนน ฝนตก กินชามะนาว ขนมจีน และเตรียมนั่งรถไฟเพื่อเข้าประเทศจีน

ตอนที่ 5 รถไฟไปหนานหนิง
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2011/09/E11111464/E11111464.html

หนานหนิง เมืองที่คนไทยยังรู้จักน้อย เราอยากจะไปเมืองนี้ บรรยากาศบนรถไฟขบวนที่สองเข้าสู่เมืองจีน เจอฝนตก ไฟดับ รถไฟเลท เราถึงหนานหนิง พบความเจริญ ได้สัมผัสเมืองที่เราไม่รู้จัก กินแตงโม เที่ยวห้าง นั่งรถผิด การมาเที่ยวเองทำให้เรารู้จักมากขึ้น การเดินทางยังไม่ถึงครึ่ง !

ตอนที่ 6 หยางซั่ว หยางซั่ว
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11141291/E11141291.html

เรานั่งรถไฟจากหนานหนิงไปกุ้ยหลินและนั่งรถบัสเข้าเมืองหยางซั่ว เมืองที่เชื่อว่าสวยที่สุดในกุ้ยหลิน หยางซั่วเป็นเมืองเท่ ธรรมชาติกลางวัน แหล่งราตรีกลางคืน มีกิจกรรมมากมายให้ทำที่นี่ ออกจากบ้านมาอาทิตย์กว่าแล้ว ความจริงแล้วการเดินทางแบบนี้เหนื่อยนะ บางคืน จขกท.นอน ฝันว่าได้กลับบ้านแล้ว แต่ตื่นมาคือ เรายังไม่ถึงปักกิ่ง แถมต้องนั่งรถไฟอีก 27 ชั่วโมงเพื่อไปปักกิ่ง ที่จองตั๋วไม่ทัน

ตอนที่ 7 HARD SEAT 27 HRS
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11140984/E11140984.html

หลังจากเกริ่นว่าต้องนั่ง hard seat เรานั่งจริง 27 ชั่วโมง ไม่เข้าห้องน้ำ 25 ชั่วโมง ทรมาน แทบไม่ได้นอน คนจีนคุยกัน แต่เราก็พบเพื่อนบนรถไฟ ความทรงจำดีๆหลายอย่างเกิดขึ้นบางทีความลำบาก ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน มันก็ทำให้มิตรภาพแข็งแกร่งขึ้น และแล้ว ก็ ปักกิ่ง

ตอนที่ 8 ปักกิ่งวันที่ 1 (พันเจียหยวน,พิพิธภัณฑ์จีน,พระราชวังต้องห้าม,หู่ท่ง,โอลิมปิคโซน)
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11165053/E11165053.html

ปักกิ่ง เมืองหลวงจีน เราไม่เคยมา เราเที่ยวไปเรื่อยตามทัวร์ เดินตลาด เข้าวัง ดูวัด ไปรังนก กินสตาร์บัคจีน อาศัยโชคบ้าง หลงทาง เดินหนักทุกวัน การเที่ยวทำให้เรามีคุณค่า เรามีอะไรต้องดู ต้องไปทุกวันร่างกายเหนื่อย นอนเร็ว ตื่นเช้า เราสามคนสนุก

ตอนที่ 9 ปักกิ่งวันที่ 2 (กำแพงเมืองจีน,ตงซื่อ,หวังฟู่จิง)
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11189406/E11189406.html

กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ถูกสอนตั้งแต่เด็ก เรามาเหยียบแล้วหลงทาง เจออาหารแปลก ความเจริญในปักกิ่ง ความยิ่งใหญ่ของประเทศจีน ทุกอย่างอยู่ที่ทัศนคติ เราไม่เคยคิดว่าจีนไม่เท่ จีนเท่มากในสายตาหยีๆของเรา เราลูกหลายชาวจีน ประเทศต้นกำเนิดเราทำให้เราภูมิใจที่เราตาตี่อยู่ทุกวันนี้ :)

ตอนที่ 10 สุดท้ายที่ปักกิ่ง (โรงละครรูปไข่,หอฟ้าเทียนถาน,798,ข้างในรังนก)
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11201243/E11201243.html

วันสุดท้ายในปักกิ่ง เราเก็บตกสถานที่ที่อยากไป เขตโรงงานอาร์ตที่คนไทยไม่ค่อยไป ข้างในรังนก วันนี้ถือเป็นวันที่คุ้ม เที่ยวแบบดีไซเนอร์ การเดินทางของเราคืบหน้าไปเรื่อยๆ หันหลังกลับไม่ได้แล้ว ต้องไปให้ถึงเท่านั้น มีหลายอารมณ์ เศร้า สนุก ทุกข์ ทรมาน ลุ้น ตื่นเต้น แต่เมื่อมองกลับไป มันคือความทรงจำที่มีค่ามาในช่วงชีวิต การเดินทางเรายาวนานเหลือเกิน เราออกจากบ้านมานาน ให้กลับไปเริ่มที่เวียดนามคเหนื่อย เพราะเรากำลังนั่งรถไฟไปทิเบต!

ตอนที่ 11 รถไฟไปทิเบต
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11219225/E11219225.html

สายรถไฟที่จองตั๋วยากมาก คนอยากไปมาก เพิ่งสร้างใหม่ วิถีชีวิตบนรถไฟ 3 วัน 2 คืนเป็นเช่นไร เราสามคนเอาก้นไปนั่งแล้ว ! ทิวทัศน์ข้างทาง น่าตื่นตาตื่นใจ เราเห็นเกือบหลังคาโลกแล้ว รถไฟแล่นต่อไป

ตอนที่ 12 ลาซา
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11233190/E11233190.html

ถ้าอยากเห็นความสวยของโลกที่เราเห็น โปรดดูตอนนี้ ทิเบตสวยมาก! ฟ้าเป็นฟ้า เรานั่งรถไฟ ดื่มด่ำววิว และสุดท้าย สถานีลาซา แดดจ้า อากาศเย็น เสื้อหนาว รองเท้าแตะ เรามาแล้วลาซา

ตอนที่ 13 ทะเลสาบนัมซัว
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11265493/E11265493.html

ถ้าอยากเห็นความสวยงามของโลกต่อ ก็โปรดดูตอนนี้ ใครบ้างว่าไม่สวย เราไปทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ สวยมาก แต่คนที่นั่นดูแลกันไม่ดี เพื่อนเราไม่สบายกะทันหัน ต้องบึ่งรถกลับลาซา ขับรถบนเส้นทางสูงเกือบสุดในโลก 4 ทุ่ม การผจญภัยที่สนุกต้องมีปัญหา อยู่ที่เราจะแก้ไขยังไง เราเดินหน้าต่อไป

ตอนที่ 14 พระราชวังโปตาลา
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11296507/E11296507.html

พระราชวังที่คนส่วนใหญ่อยากมาเห็น เราเข้าไป เดินเล่นในลาซา บรรยากาศดี ลาซาทำให้การเดินทางเราช้าลง ค่อยๆเดิน ค่อยๆกิน เพราะเวลาว่างเยอะ ถ้ารีบเดี๋ยวก็หายใจไม่ออก เรารู้จักลาซามากขึ้น รู้จักสิ่งที่เค้าเป็น กำลังจะเป็นแตกต่างกับสิ่งที่เราคิดว่าเค้าเป็นเมื่อตอนที่เรายังไม่เคยมา

ตอนที่ 15 ทำอะไรที่ลาซา
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11316187/E11316187.html

วันสัพเพเหระ กินจังค์ฟู้ด เดินเล่น นั่งรถเมล์ผิด เข้าวัด เดินมั่ว เราชอบ เราเห็นวิถีชีวิต เห็นความเป็นไปที่แท้จริงของเมืองนี้ ความเจริญเริ่มครอบงำ แต่ธรรมชาติยังสวย ประทับใจเอาวันสุดท้ายได้เวลากลับสู่เมืองจีน เซี่ยงไฮ้!

ตอนที่ 16 รถไฟลาซาเซี่ยงไฮ้
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11344464/E11344464.html

นั่งรถไฟกลับเซี่ยงไฮ้ เมืองเจริญสูงสุด บรรยากาศบนรถไฟที่ไม่มีที่นั่ง เข้าห้องน้ำร่วมกับชาวจีน นั่งเรื่อยๆ คุยกับชาวจีน การแปลไม่ออก ภาษามือ เราค้นพบว่าวัฒนธรรมทางภาษานั้นตอนแรกคิดว่ายาก แต่ถ้าทุกคนอยากจะคุยกันจริงๆ อยากจะสื่อสาร พยายามที่จะสื่อสาร อยากที่จะเข้าใจ สุดท้ายเราก็เข้าใจ คนจีนมีมนุษย์สัมพันธ์สูงจริง

ตอนที่ 17 เซี่ยงไฮ้ ไฮ้ ไฮ้
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11373238/E11373238.html

เมืองใหญ่ คนเยอะ สะดวกสบาย ห้างเยอะ กลิ่นแอร์ เดินเล่นริมแม่น้ำ ไฟนีออ นของเล่น ความเจริญช่างเป็นเมืองที่สวยงามแบบฟินาเล่จริงๆ หน้าตาเราเริ่มเหนื่อยอ่อน แตกต่างจากตอนแรกเริ่มต้นที่ออกเดินทาง สิวเริ่มขึ้น หน้าเริ่มเหนื่อย แต่สมองไม่เหนื่อย ตายังอยากดู ขายังอยากก้าว ความทรงจำในวันนั้นจะติดตัวเราไปจนถึงวันนี้และต่อไป

ตอนที่ 18 ถูกตบหน้าที่ WORLD EXPO
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11403410/E11403410.html

เราชอบตอนนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การเที่ยว มันคือการถกประเด็นปัญหาของชาติเรา ดีใจที่ทุกคนจริงจังกับการแสดงความเห็น บางทีการเที่ยวมันไม่ใช่แค่การเห็นโลก แต่มันคือการเรียนรู้อีกวิธีหนึ่งที่หนังสือไม่ได้บอก เราเห็น เรารู้เอง และเราอยากจะพัฒนาชาติของเราให้เหมือนจีนบ้าง

ตอนที่ 19 M 5 0 S W F C
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11434729/E11434729.html

เราว่าง เวลาเยอะ ไปเที่ยวที่แปลก หลงทาง พบความเจริญ ตึกสูงสุดในเซี่ยงไฮ้ โซนอาร์ต หลงทาง หลงทาง และ หลงทาง ถ้ากลับไปคิดวันนั้นก็ถือว่าเป็นวันที่สนุกวันหนึ่ง เราหลงแบบปล่อยตัวเองให้หลง สนุกไปอีกแบบนะ

ตอนที่ 20 ได้เวลาผลาญเงิน
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11453977/E11453977.html

ตอนนี้เป็นบ้า บ้าซื้อของ บ้าชอปปิ้ง บ้าหลงทาง บ้าเดินตาม และ บ้าไม่อยากกลับบ้าน จะตกเครื่องบินหรือไม่ มาร่วมติดตามตอนอวสานไปด้วยกันค่ะ : )

ตอนที่ 21 สุดท้ายที่ปลายทาง
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11515163/E11515163.html

ก่อนที่เราจะเข้าตอนจบ ของการเดินทางประวัติศาสตร์ (ของเราเอง) เรามาย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นอีกครั้ง เพื่อความอิน เสมือนเดินทางไปด้วยกัน ทริปที่ต้องจดเอาไว้ในชีวิตได้เลยว่า เป็นการเดินทางยาวนานที่สุดครั้งแรกในชีวิต – นั่งรถไฟ ไป หลังคาโลก

หน้าแรกเว็บ (1479)

ท่องไปในเกาหลีเหนือ

ท่องไปในเกาหลีเหนือ

ณ วินาทีนี้กระแสเกาหลีเค้าแรงจริงอะไรจริง วันนี้เลยขอตามกระแสเกาหลี แต่ขอแหวกแนวเล็กน้อยไม่จำเจด้วยการพาไปเที่ยวกันแบบเปียงยางสไตล์ .. วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว เกาหลีเหนือ ดินแดนแห่งความลึกลับ แดนสนธยา ดินแดนที่น้อยคนนักจะเข้าถึง

ตอนที่ 1 เหินฟ้าสู่กรุงเปียงยาง http://pantip.com/topic/30042430

ตอนที่ 2 โรงแรม Ryanggang http://pantip.com/topic/30043033

ตอนที่ 3 คารวะท่านผู้นำ http://pantip.com/topic/30043900

ตอนที่ 4 เที่ยวภูเขามังกรทะยานฟ้า http://pantip.com/topic/30046921

ตอนที่ 5 อาหารการกิน http://pantip.com/topic/30050842

ตอนที่ 6 เยี่ยมชมและเลือกซื้องานศิลปะ http://pantip.com/topic/30054181

ตอนที่ 7 กระทบไหล่หนุ่มเกาหลีในรถไฟใต้ดิน http://pantip.com/topic/30061336

ตอนที่ 8 รำลึกถึงการต่อสู้ในวันวาน http://pantip.com/topic/30062143

ตอนที่ 9 โรงเรียนของหนู http://pantip.com/topic/30064002

ตอนที่ 10 Mass Games http://pantip.com/topic/30076189

ตอนที่ 11 เมืองแคซอง http://pantip.com/topic/30086129

ตอนที่ 12 พิพิธภัณฑ์โครยอ http://pantip.com/topic/30088270

ตอนที่ 13 หมู่บ้านปันมุนจอม http://pantip.com/topic/30108910

ตอนที่ 14 สุสานปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โครยอ http://pantip.com/topic/30130054

ตอนที่ 15 เยี่ยมบ้านชาวนา http://pantip.com/topic/30132369

ตอนที่ 16 เขื่อนนัมโป http://pantip.com/topic/30137816

ตอนที่ 17 เยี่ยมบ้านเกิดท่านผู้นำ http://pantip.com/topic/30141445

ตอนที่ 18 เรือเชลยศึก (USS Pueblo AGER-2) http://pantip.com/topic/30145583

ตอนที่ 19 หอปรัชญาจูเช่ http://pantip.com/topic/30151534

ตอนที่ 20 อนุสาวรีย์ก่อตั้งพรรคกรรมกร และเยาวชนแห่งชาติ http://pantip.com/topic/30187774

ตอนที่ 21 ห้องสมุดประชาชน http://pantip.com/topic/30202901

ตอนที่ 22 Moranbong ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ http://pantip.com/topic/30228953

ตอนที่ 23 Pomhyanggi Cosmetics http://pantip.com/topic/30242820

ตอนที่ 24 สะท้อนความคิดผ่านสื่อ http://pantip.com/topic/30356163

ตอนที่ 25 อำลากรุงเปียงยาง http://pantip.com/topic/30365104

หน้าแรกเว็บ (682)

41 วัน ครึ่งซีกโลก ที่ สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งความฝัน

ทริปในฝัน 41 วัน ครึ่งซีกโลก ที่ สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งความฝัน

พอดีไปสะดุดตากับเรื่องนี้ เพราะเป็นทริปในฝันของผม และอาจจะเป็นของใครหลายๆ ท่าน ผมจึงรวบรวมเนื้อหาและลิ้งค์ทั้งหมดมาอยู่ในที่เดียวกันครับ

สำหรับ “Video” ที่นำมาโพสในความเห็นนั้น อีกช่องทางการรับชมได้ที่ “หมอๆตะลุยโลก Channel”

>>>https://www.youtube.com/user/cescassawin1

Facebook >>> https://www.facebook.com/Worldwantswandering

รายละเอียดข้อมูลแบบเจาะลึก ทั้งแผนที่ ที่พัก การนั่งรถไฟใต้ดิน

>>>http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E13119745/E13119745.html

ตอนที่ 1 กับการลุยปักกิ่ง และ กำแพงเมืองจีน
>>>http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E13108252/E13108252.html#459

ตอนที่ 2 จากปักกิ่ง ไปถึงพรมแดนจีน-มองโกเลีย ณ สถานีรถไฟ Erlian
>>>http://www.pantip.com/topic/13124162#18

ตอนที่ 3 ตะลุยเมืองหลวงมองโกเลีย อูลานบาทอร์
>>>http://www.pantip.com/topic/30006197

ตอนที่ 4 ตั้งแต่ไปอุทยานประหลาด นอนเกอร์ จนออกจากมองโกเลีย
>>>http://pantip.com/topic/30034384

ตอนที่ 5 เยือนเมืองปารีสน้อย ท่องทะเลน้ำแข็งไบคาล
>>>http://pantip.com/topic/30064837

ตอนที่ 6 นั่งรถไฟผ่ากล่องดวงใจไซบีเรีย กับระยะทางกว่า 3000 กิโลเมตร
>>>http://pantip.com/topic/30079478

ตอนที่ 7 เมืองแห่งความเศร้าแดนสองทวีป “Yekaterinburg”
>>>http://pantip.com/topic/30102360

ตอนที่ 8 เมืองที่(อาร์ต)ติสสูงอย่าง “St.Petersburg”
>>>http://pantip.com/topic/30121081

ตอนที่ 9 สถานีปลายทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย “Moscow”
>>>http://pantip.com/topic/30133735

ตอนที่ 10 หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในยุโรป หนึ่งในสหภาพโซเวียต  “Kiev”
>>>http://pantip.com/topic/30223282

ตอนที่ 11 เมืองที่แสนมีเสน่ห์น่าไปอยู่เป็นปีอย่าง “Krakow” และค่ายกักกันชาวยิวหนึ่งในนรกบนดิน “Auschwitz &Birkenau”
>>>http://pantip.com/topic/30249645

ตอนที่ 12 ประเทศที่ชื่อว่า “เชค” ที่มีอะไรมากกว่าแค่มา “เช็คอิน”
>>>http://pantip.com/topic/30279623

ตอนที่ 13 เมืองที่่ทำให้ท้องฟ้า และ สายน้ำ มาบรรจบกัน “ฮัลล์สตัทท์”
>>>http://pantip.com/topic/30286516

ตอนที่ 14 เมืองที่จะทำให้พวกเราบินได้ “อินส์บรูค”
>>>http://pantip.com/topic/30290538

ตอนที่ 15 เมืองที่จะทำให้พวกเราเวียนตาที่ “เวียนนา”
>>>http://pantip.com/topic/30307127

ตอนที่ 16 เมืองที่สวยเทพสะเด็ดเป็ดเช็ดเม็ดอย่าง “บูดาเปสต์”
>>>http://pantip.com/topic/30337231

ตอนที่ 17 เมืองหลวงที่แสนเงียบสงบเหมือนเมืองชนบทอย่าง “ซาเกร็บ”
>>>http://pantip.com/topic/30340498

ตอนที่ 18 จิ่วจ้ายโกวแห่งยุโรป “อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่”พร้อมนั่งรถฉิ่งฉับทัวร์ มุ่งหน้าลงใต้ตามหาเมืองไข่มุกแห่งเอเดรียติก “ดูบรอฟนิค”
>>>http://pantip.com/topic/30359483

ตอนที่ 19 ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก ที่”ดูบรอฟนิค”
>>>http://pantip.com/topic/30365736

ตอนที่ 20 แสงสุดท้ายแห่งโครเอเชีย ที่”สปลิท”
>>>http://pantip.com/topic/30369522

ตอนที่ 21 สองหนุ่มมารีโอ้ ที่ “ซาน มารีโน่”
>>>http://pantip.com/topic/30377324

ตอนที่ 22 กรุงเร้า “โรม”
>>>http://pantip.com/topic/30397807

ตอนที่ 23 “ปิซ่า”ใน ห้าสิบเก้านาที และ “ฟลอเรนซ์” เมืองที่น่าพาแฟนไปเล่นจ้ำจี้
>>>http://pantip.com/topic/30409973

ตอนที่ 24 “เวนิส” ดินแดนอีโรติคแห่งสายน้ำ
>>>http://pantip.com/topic/30417161

ตอนที่ 25 ร่วมปิดตำนาน หมอวิน feat. หมอโจ้ อภิหมากราบ
>>>http://pantip.com/topic/30424986

หน้าแรกเว็บ (990)

เที่ยวฮ่องกง เซินเจิ้น ด้วยตัวเอง

เที่ยวฮ่องกง เซินเจิ้น ด้วยตัวเอง

วางแผนเดินทางกันก่อน

ทริปนี้เริ่มต้นด้วยลงเครื่องที่ฮ่องกง เลือก ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) 2 คืน จากนั้นเดินทางไป เซินเจิ้น เลือก ที่พักโรงแรมต้าเหลียน โนรินโค (Norinco Hotel) 1 คืน ก่อนเดินทางกลับฮ่องกง เลือก ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) 1 คืน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพครับ

โดยจองที่พัก ผมจองผ่าน agoda.com เว็บนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวและการเดินทางของผมมาติดตามกันเลยครับ

การเดินทางไปประเทศฮ่องกง

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินฮ่องกง

แผนที่รถไฟฟ้าเซินเจิน

แผนที่่เที่ยวเกาะฮ่องกง

แผนที่เที่ยวเกาะเกาลูน

สาเหตุการเดินทางรอบนี้ เนื่องจากได้อยากเที่ยวฮ่องกงนานแล้ว เลยจัดซะเลย ผมเลยจัดทริป โดยวางแผนยังไงต้องไปเที่ยวให้ได้มากที่สุด ยังไงรอติดตามอ่านกันนะครับ

เดินทางวันแรก เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 06.00 น. ออกเดินทางสู่ ฮ่องกง โดยเที่ยวบินที่ HX768 เวลา 08.25 น. ของ Hongkong Airline ถึง เดินทางถึงสนามบิน Chek Lap Kok เวลา12.10 น.  (เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชม.) ซึ่งตั้งยู่บนเกาะลันเตา ฮ่องกงเป็นดินแดนตอนปลายสุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนติดกับมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง นิวเทอร์ริทอรีส์เกาลูน และเกาะเล็กๆ อีก 235 เกาะ หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว

เดินทางสู่ ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) 

33 King’s Road, คอสเวย์ เบย์, ฮ่องกง (ดูแผนที่) อยู่ใกล้สถานี MRT Tin Hau ครับ

หลังจากเก็บข้าวของกันแล้ว ได้เวลาออกเดินทางเที่ยวฮ่องกงกันแล้วครับ จุดหมายปลายทางแรก คือ Ngong Ping 360 เดินทางมาโดยนั่งรถ MRT มาลงสถานี Tung Chung

เดินมาซักพัก จะเจอสถานีกระเช้าครับ

ผมเลือกตั๋วขึ้นกระเช้าแบบ Crystal Cabin ex TC & Standard Cabin ex NP เสียค่าตั๋ว $190

นั่งกระเช้าโดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที สามารถเที่ยวชมหมู่บ้านนองปิงที่จาลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนมีบรรยากาศสบายๆแทรกตัวด้วยร้านน้ำชา ร้านอาหาร ร้ายขายของที่ระลึก นาท่านนมัสการ พระใหญ่ลันเตา เป็นพระพุทธรูปนั่งทำจากทองสัมฤทธ์ิกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีน้าหนัก 202 ตัน ความสูง 24 เมตร ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งของเกาะลันเตา

โปรแกรมสุดท้ายของวันนี้ ชมการแสดง The Symphony of lights เป็นการแสดงมัลติมีเดียสุดยอดตระการตาที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่าเป็นการแสดงแสงและเสียงถาวรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุมพื้นที่อาคารตึกระฟ้าสำคัญต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งของอ่าววิคตอเรียโดยบนดาดฟ้าของตึกเหล่านี้ ประดับไปด้วยแสงไฟ ซึ่งเพียงกดสวิตช์ก็จะส่องแสงสว่างตระการตาเป็นสีต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศอันคึกคักของฮ่องกง การแสดงมีทุกวัน เวลา 20.00 น. สถานที่ชม Symphony of Lights : (1) – บริเวณ Avenue of Stars (2) – หน้า Clock Tower / Hong Kong Museum of Arts ตรงนี้จะมี 2 ชั้น (3) – นั่งเรือล่องในอ่าวชมโชว์

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=4645.0 ส่วนตัวผมเลือกล่องเรือ Bauhinia Dinner Cruise เพื่อทานอาหารค่ำ อันนี้เป็นความต้องการส่วนตัวเลยครับ บรรยากาศค่อนข้างดีครับ แต่ราคาแอบแพงนิดนึงครับ ควรหาจองล่วงหน้าไปจากประเทศไทยจะดีกว่า ราคา HK$485 ครับ

เดินทางวันที่สอง เช้าวันที่สอง ตื่นเดินทางท่องเที่ยวแต่เช้าเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด โดยเริ่มต้นด้วย จุดหมายปลายทางแรก คือ The Peak เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของของตึกสูงบนเกาะฮ่องกงบริเวณเขา วิคตอเรีย พีค (Victoria Peak) การเดินทางครั้งนี้ผมเลือกมาลง MRT Central ออกทางออก J2 เดินตามแผนที่ด้านล่างครับ

แล้วซื้อตั๋วแบบไปกลับ HK$ 40 ที่ไม่เลือกขึ้น Sky Terrace 428 เนื่องจากมีการซ่อมแซมอยู่ ผมไม่กล้าขึ้นครับ 555

ถึงด้านบนกันแล้ว เริ่มเที่ยวกันแล้วครับบ…บ

จุดหมายที่สอง คือ อ่าว Repulse Bay นมัสการขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ณ ชายหาดรีพัลส์เบย์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1993 ในแต่ละปี จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาสักการบูชาขอพรศักด์ิสิทธ์ิจากเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิมและเทพเจ้าแห่งโชคลาภโดยเฉพาะการขอลูกที่เชื่อกันว่าถ้าใครมาขอก็มักสมหวังทุกครั้งไป เดินทางได้โดย MRT Central และนั่งรถเมล์ 2 ชั้นสาย 6X ไปลงที่ Repluse Bay

จากนั้นมาเดินที่สะพานต่ออายุ  มีความเชื่อว่าถ้าเราเดินข้ามสะพานนี้ไปแล้ว  จะอายุยืนขึ้น 3 ปี  แต่ห้ามเดินย้อนขึ้นไป  อายุอาจจะสั่นลงไปอีก 3 ปีหรือเปล่าไม่แน่ใจ  แต่เขาบอกว่าห้ามเดินย้อนกลับค่ะ

หลังจากไหว้พระขอพรแล้ว … ต่อไปสำหรับคนมีคู่

ถ้าอยากให้ชีวิตคู่ของเรายั่งยืนนานนั้นก็ให้มานั่งระหว่างสิงห์ 2 ตัว ตรงนี้เค้าจะทำเป็นที่นั่ง แล้วมาขอพร ถ้ามากัน 2 คน ก็นั่งกัน 2 คน แต่ ถ้ามาคนเดียว ก็นั่งคนเดียว แล้วคิดถึงคนๆ นั้น แล้วก็ขอพรให้อยู่กันยาวนาน

ส่วนใครที่ยังไม่มีคู่  และอยากได้คูล่ะก็มาขอให้ที่นี่เช่นกัน วิธีที่ 1 สำหรับคนที่กำลังแอบชอบ และยังไม่ได้บอกรัก ให้เอามือวางบนหินสีดำลูกนี้ แล้วอธิฐาน ให้คนที่เรากำลังแอบชอบอยู่ให้มาเป็นคู่รักของเรา วิธีที่ 2 สำหรับคนที่เกิดมาแล้วยังหาเนื้อคู่ไม่ได้ ให้มาขอพรที่เทพเจ้าแห่งความรัก เพราะถ้าสังเกต เทพเจ้าจะถือสมุดเล่มใหญ่ๆ ภายในจะมีรายชื่อของหนุ่มสาวที่เทพเจ้าพร้อมจะประทานให้ในบัดดล

จุดหมายที่สาม คือ วัดแชกงหมิว วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงท่านแชกง นักรบผู้ซึ่งปกป้องจักรพรรดิราชองค์สุดท้ายแห่งวงค์ซ่ง ให้หนีไปยัง Sai Kung หรือ New Territories ในปัจจุบัน และเมื่อ 300 ปีที่แล้ว มีเรื่องเล่าขานกันต่อมาว่า โจรสลัดกลุ่มใหญ่ต้องการจะมาปล้น หมู่บ้าน Sha Tin ประชาชนจึงอพยพขนข้าวของหนี ระหว่างทางมีสตรีนางหนึ่งพบกับชายชราผู้มีเครายาวสีขาว ลักษณะน่าเกรงขาม บอกให้สตรีนางนั้นไปบอกให้ชาวบ้านกลับไปยังหมู่บ้านของตน และพับกังหันกระดาษ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียบไว้หน้าหมู่บ้าน ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเมื่อโจรสลัดกลุ่มใหญ่เดินผ่านหมู่บ้านนั้นไป โดยที่ไม่มีการปล้นสะดม เดินทางด้วยรถไฟฟ้า สถานี Tai Wai ทางออก B

ขอบคุณแผนที่จาก http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=3172.0

วิธีการคาราวะ และขอพร คือให้หันหน้าออกจากวัด กล่าวแจ้งฟ้าดินก่อนค่ะ โดยบอกชื่อ ที่อยู่ อายุ และวัตถุประสงค์ที่มาทำบุญที่วัดในครั้งนี้ จากนั้นก็นำธุป 3 ดอก ไปปักทุกกระถาง โดยเริ่มจากกระถางธูปที่อยู่ในศาลากลางแจ้ง

จากนั้นเดินเข้าไปขอพรกับ แชกงหมิว ภายในตัวอาคาร โดยการก้มหน้าขอพร เมื่อขอพรเสร็จแล้วให้ค่อยๆ เงยหน้ามาสบตากับรูปปั้นสีทองของท่าน

จากนั้นก็เดินไป หมุนกังหัน ที่ตั้งอยู่ข้างๆ รูปปั่นของท่าน แชกงหมิว โดยใช้ นิ้วชี หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา จะหมุน 1 รอบ หรือ 3 รอบ ก็แล้วแต่สะดวก หลักการคือให้กังหันพัดเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัวเรา แ้ล้วพัดเอาแต่สิ่งดีๆ เข้ามาจากนั้นเดินไปตีกล่อง อีก 3 ครั้ง ดังๆ เพื่อให้พรนั้นสมประสงค์ และเป็นที่รับรู้ทั่วกันทั้งฟ้าดิน จุดหมายจุดสุดท้ายวันนี้ คือ ท่าเรือฮ่องกง เพื่อชมเป็ดน้อยครับ

ก่อนเดินทางกลับ ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) เพื่อนอนเอาแรงไว้ลุยต่อวันพรุ่งนี้ครับ


เดินทางวันที่สาม

จุดหมายปลายทางของวันนี้ คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮ่องกง จัดแสดงประวัติศาสตร์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของฮ่องกงตั้งแต่อดีต ในวงกว้าง พิพิธภัณฑ์มีความพยายามที่จะเก็บรวบรวม อนุรักษ์ ดำเนินการ ศึกษา และจัดแสดงวัตถุทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดี ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติของฮ่องกงและจีนตอนใต้ ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการอย่างถาวรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฮ่องกงเมื่อกว่า 6,000 ปีที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร เดินทางได้โดย MRT Hung Hom Station Exit D1

ค่าเข้าชมตารางด้านล่างครับ

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ ขอบรรยายด้วยภาพนะครับ

จุดหมายที่สอง คือ Sky100 Hong Kong Observation Deck จุดชมวิวแห่งใหม่ของฮ่องกงบนตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกงนั่นก็คือ ตึก The International Commerce Centre (ICC) ตึกนี้จะเชื่อมต่อกับห้างหรู Elements นอกจากจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกงแล้ว ยังเป็นตึกที่สูงที่สุดเป็ นอันดับ 4 ของโลก โดยจุดชมวิวนี้จะอยู่ที่ชั้น 100 ซึ่งสูงกว่าระดับน้าทะเล 393 เมตร กับวิวแบบ Panorama สุดลูกหูลูกตา เดินทางได้โดย MRT Kowloon Station

ค่าตั๋วเข้าชม  HK$151 แต่ราคากำลังขึ้นตามตารางด้านล่างครับ

บรรยากาศจุดชมวิวชั้น 100 ซึ่งสูงกว่าระดับน้าทะเล 393 เมตร กับวิวแบบ Panorama สุดลูกหูลูกตา สุดยอดมากครับ

หลังจากเที่ยว Sky100 Hong Kong Observation Deck  ได้เวลา Check-Out ออกจากที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel) เพื่อเตรียมตัวออกจากที่พักไปยังเซินเจิ้นครับ

การเดินทางไปเซินเจินไม่ยากครับ สามารถเดินทางตาม แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินฮ่องกง เส้นสายสีฟ้า สถานีปลายทางคือ Lowu สามารถขึ้นได้จาก MRT Kowloon Tong Station หรือ MRT Hunghom Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครับ ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลเรื่อง Visa on arrival จาก http://www.travelchinaguide.com/embassy/visa/service.htm ผมไม่มั่นใจว่าสามารถทำได้อยู่หรือไม่ ผมเลยจัดการ ขอวีซ่าจีนด้วยตัวเอง มันซะเลยเพื่อความชัวร์เนื่องจากทำการจองที่พักไว้เรียบร้อยแล้ว พอข้ามด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเหยียบแผ่นดินเซินเจิ้นกันแล้ว

ผมขอแนะนำ แผนที่รถไฟฟ้าเซินเจิน  การเดินทาง มีทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ แต่แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก (Shenzhen Metro) รถไฟฟ้าเค้าถูกมาก นั่งรถไป 2 สถานีก็ประมาณ 2 หยวน หรือ 9 บาทเท่านั้น และครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ด้วย ส่วนรถ Taxi ไม่แนะนำเท่าไหร่เพราะอาจจะเสี่ยงกับการโดนโกงได้ อีกทั้งยังอาจสื่อสารกับคนขับไม่ได้

การซื้อตั๋วรถไฟฟ้าจะนิยมซื้อกับตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. เลือกเป็นภาษาอังกฤษ (ที่มุมขวาล่าง)

2. เลือกสถานีปลายทาง และจำนวนผู้โดยสาร จะแสดงจำนวนเงินที่ต้องจ่าย

3. ใส่ธนบัตร หรือ เหรียญเข้าไป

4. รอรับเหรียญและเงินทอน จากนั้นก็นำเหรียญไปแตะที่ทางเข้าประตูก็จะกางออก เหมือนบ้านเราเลยครับ

ขอบคุณข้อมูล http://www.emagtravel.com/archive/shenzhen-trip.html

ซึ่งจะเราต้องขึ้นสถานี Luohu เพื่อไปที่พักโรงแรมต้าเหลียน โนรินโค (Norinco Hotel) โดยลงสถานี Huaqiang Road

 

เก็บข้าวเก็บของเตรียมลุยกันต่อครับ จุดหมายปลายสุดท้ายวันนี้ คือ Splendid Of China  เป็นเมืองจาลองสถานที่สาคัญของจีน เช่น กำแพงเมืองจีน , หอฟ้าเทียนถาน , พระราชวังกู้กง เสมือนย่อเมืองจีนอยู่ในมือท่าน นำท่านชมหมู่บ้านวัฒนธรรม Cultural Village เป็นศูนย์แสดงชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชนเผ่าน้อยใหญ่ ที่กระจายตามมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน ที่ใหญ่ที่สุดภายในหมู่บ้านวัฒนธรรม มีที่อยู่อาศัยของชนเผ่าต่าง ๆ ที่สร้างเท่าขนาดจริง 24 แห่ง จากทั้งหมด 56 เผ่าทวั่ ประเทศ ท่ามกลางมวลไม้และสายน้ำที่ร่มรื่นสวยงามมีชนเผ่าเจ้าของบ้านให้การต้อนรับมีการแสดงกิจกรรมประจาเผ่าให้ชม เช่น การเย็บปักถักร้อย การทำขนม การร้องรำทำเพลง พร้อมทั้งชมโชว์ศิลปวัฒนธรรมจีนอันตระการตา เดินทางได้ 2 วิธี MRT โดยลงสถานี OCT ค่าตั๋วเข้าชม 150 หยวน (รวมตั๋วการแสดงตอนดึก)

สุดท้ายตบด้วย การแสดง China Folk Culture Villages ซึ่งจะเริ่มการแสดงตอน 19:35 น อลังการงานสร้างมากเลยครับ

แล้วเดินทางกลับที่พักโรงแรมต้าเหลียน โนรินโค (Norinco Hotel) เพื่อนอนเอาแรงลุยต่อกันวันพรุ่งนี้ครับ

เดินทางวันที่สี่

จุดหมายปลายทางแรกวันนี้ คือ Diwang Shenzhen ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างรวดเร็วอย่างน่าทึ่งในปี 1996 เฉลี่ย 1 ชั้นใช้ เวลา 2 วัน ความสูงอยู่ที่ 1,260 ฟุต เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศจีนและติด 1 ใน 5 ของโลก เดินทางโดยลง สถานี Grand Theater

ค่าเข้าชม 80 หยวน

หลังจากเที่ยวเซินเจิ้นกันแล้ว ได้เวลาเที่ยว Luohu เป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับฮ่องกง มีนักท่องเที่ยวเข้าออกระหว่างเซินเจิ้นและฮ่องกงเป็นจำนวนมาก คนที่มาจากฝั่งฮ่องกงก็มาช๊อปของถูกที่เซินเจิ้น ส่วนคนที่เซินเจิ้นก็ไปช๊อปของแบรนเนมที่ฮ่องกง ห้างชื่อดังที่หลอฮู ชื่อว่า Luohu Commercial City ขายของก๊อปหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

หลังจากเดินชมข้าวของกันแล้ว ได้เวลาเข้าประเทศฮ่องกง ได้ทำการเก็บข้าวของ ที่พักบัตเตอร์ฟลาย ออน วิคตอเรีย บูติค โฮเต็ล (Butterfly on Victoria Boutique Hotel)  33 King’s Road, คอสเวย์ เบย์, ฮ่องกง (ดูแผนที่) อยู่ใกล้สถานี MRT Tin Hau ครับ

 

หลังจากเก็บของแล้วได้เวลาเดิน ชอปปิ้งย่านนาธาน จิมซาจุ่ย (ถนนนาธาน) เทรนด์ล่าสุดของฮ่องกง ต้อง ถนนนาธาน ย่านจิมซาจุ่ย บนฝั่ง เกาลูน ถือเป็นแหล่งช้อปแห่งแรกของ ฮ่องกง ที่ทันสมัยที่สุด มีร้านค้าไว้เกือบทุกประเภท เดินทางโดยลง MRT Tsim Sha Tsui

จุดหมายปลายทางสุดท้าย คือ Noah’s Ark ตั้งอยู่บนเกาะ Ma Wan ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ในฮ่องกง การเดินทางไปยังเกาะนี้จะใช้รถเมล์จากสนามบินมายัง Ma Wan Park กับเดินทางโดย Ferry จากฝั่งฮ่องกง หรือจาก Tsuen Wan เท่านั้น การเดินทางสามารถเดินทางได้หลายวิธี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.noahsark.com.hk/eng/transportation.php

การเดินทางของผม เริ่มต้น สถานี MRT Kowloon Exit B3 และเดินไป  Mong Kok Grand Century Place (around 10 minutes) แล้วนั่งรถบริการสู่ Noah’s Ark. ค่าตั๋วเข้าชม HK$155 General Admission Ticket และ HK$125 สำหรับ Child & Senior

เดินทางวันที่ห้า

การเดินทางวันที่ห้า วันสุดท้ายของการท่องเที่ยวของทริปนี้ เตรียมตัวเดินทางด้วยสายการบิน  Hongkong Airline เวลา 12.25 น. จากสนามบิน Chek Lap Kok ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา14.05 น. ตรงตามเวลาครับ สุดท้ายขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ

ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกัน ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่ Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuN

หน้าแรกเที่ยวฮ่องกง

หน้าแรกเที่ยวจีน

หน้าแรกเว็บ (4202)

เที่ยวปากเซ ดอนโขง ด้วยตัวเอง

เที่ยวปากเซ ดอนโขง ด้วยตัวเอง

วางแผนเดินทางกันก่อน

สรุปทริปปากเซ ดอนโขง ด้วยตัวเอง 5 วัน 4 คืน ครั้งนี้ผมเลยวางแผนเริ่มต้นเดินทางจากอุบลราชธานี พักปากเซคืนแรก พักคอนคอนคืนที่สอง แล้วกลับมาพักปากเซคืนที่สาม และคืนสุดท้ายกลับมาพักที่อุบลราชธานี ก่อนขึ้นเครื่องกลับตอนเช้าวันถัดไป เลยจองที่พัก ผมจองผ่าน agoda.com เว็บนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวและการเดินทางของผมมาติดตามกันเลยครับ

การเดินทางไปประเทศลาว

แผนที่เที่ยวตัวเมืองปากเซ

แผนที่่เที่ยวเมืองจำปาศักดิ์

แผนที่เที่ยวประเทศลาว

สาเหตุการเดินทางรอบนี้

เนื่องจากได้ตั๋วถูกอีกแล้ว จองกันข้ามปี ไปกลับคนละ ไม่ถึง 800 บาท แต่เนื่องจากผมได้มีภาระกิจทำงานที่อุบลราชธานีก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน เลยถือโอกาสเที่ยวแล้วยอมเสียตั๋วขาไปซะง้าน เพื่อเพิ่มวันเที่ยวให้ตัวเองอีกหนึ่งวันเต็มครับ จุใจสุดๆ

Ticketubon

ผมเลยจัดทริปครั้งนี้ โดยวางแผนยังไงต้องไปเที่ยวให้ได้มากที่สุด ถึงจากการหาข้อมูลแล้วว่าการไม่มีรถ เดินทางลำบาก แต่เอาเข้าจริงๆไม่ลำบากเลย ยังไงรอติดตามอ่านกันนะครับ

เดินทางวันแรก

เนื่องจากเปลี่ยนแผนเดินทาง ที่มีวันเพิ่มหนึ่งวันแล้ว เลยวางแผนแบบชิวๆ

การเดินทางไปปากเซ จากอุบลราชธานี ไปได้สองรูปแบบ ได้แก่

รูปแบบแรก นั่งรถโดยสารวิ่งระหว่างประเทศ จากอุบลราชธานี ไปปากเซ ค่าโดยสาร 200 บาท ขึ้นที่สถานีขนส่งอุบลราชธานีครับ เที่ยวรถมีสองเที่ยว คือ 09.30 กับ 15.30 ครับ

Pakse (1)

Pakse (2)

รูปแบบที่สอง นั่งรถตู้จากอุบลราชธานี ไปด่านช่องเมก ค่าโดยสาร 100 บาท ขึ้นที่สถานีขนส่งอุบลราชธานี แล้วต่อรถตู้จากด่านช่องเมก ไปปากเซ ค่าโดยสาร 100 บาท รถตู้ขาหลัง ผมบอกว่าเสี่ยงรอนานมาก เพราะรถตู้ที่ปากเซ ถ้าเป็นแบบแชร์กันหลายๆคน ไม่เต็มไม่ออกครับ

Pakse (3)

ผมเลือกเอาสะดวกดีกว่าครับ เลยเลือกเดินทางด้วยบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่มีรถโดยสารวิ่งระหว่างประเทศ จากอุบลราชธานี ไปปากเซ ค่าโดยสาร 200 บาท ขึ้นที่สถานีขนส่งอุบลราชธานีครับ

Pakse (4)

Pakse (5)

การเดินทางข้ามแดนไปปากเซ สามารถใช้ Boarding Pass กับ Passport ซึ่งต่างกันตรงที่ Boarding Pass จะออกจากตัวเมืองปากเซไม่ได้เลย อยู่เที่ยวได้ไม่เกิน 3 วัน หากไปเที่ยวนอกเมือง ถ้าจากผมไปก็ไม่เจอตรวจอะไร แต่ถ้าเจอตรวจจะถูกจับได้ ไม่คุ้มกันครับ ถ้าต้องการเที่ยวจริงๆ แนะนำใช้ Passport ดีกว่าครับ

Pakse (6)

Pakse (7)

Pakse (8)

ส่วนค่าธรรมเนียมฝั่งไทยไม่เสียครับ ฝั่งประเทศลาว ต้องมาเขียนใบเข้าออกประเทศ แล้วจ่ายค่าธรรมเนียมช่องที่ 6 ครับ

Pakse (9)

ตัวอย่างใบเข้าออกประเทศครับ

Pakse (10)

ถ้าเป็น Passport ผมไปเจอฝั่งลาว 100 บาท ผมว่าผมโดนเจ้าหน้าที่หลอก น่าจะอยู่ประมาณ 50 บาท เพราะผมได้ยินคนข้างหน้าจ่ายแค่ 50 บาท เค้าคงเห็นผมถือเงิน 100 บาทอยู่ เลยเรียก 100 บาท ผมก็จ่ายแบบงงๆ ยังไงถ้าท่านใดไปลองดูครับ ว่าสันนิษฐานผมผิดหรือเปล่า ^_^

โดยคืนแรก จอง ที่พัก โรงแรมไพดาว (Phi Dao Hotel) ที่ปากเซ Phathana Lakmuang 13 Raod, ถนนหมายเลข 13 ใต้, ปากเซ, ลาว (ดูแผนที่)  โดยต่อรถจากที่ลงรถโดยสารระหว่างประเทศมา 80 บาทไทย แอบแพงนะนี่ แต่มาวันแรกไม่รู้ทิศทาง ยอมจ่ายตามระเบียบ 

Pakse (27)

Pakse (21)

Pakse (109)

Pakse (110)

Pakse (111)

Pakse (112)

Pakse (113)

หลังจากถึงที่พักแล้ว คิดว่าจะถึงไวหน่อย แต่ที่ไหนได้รถกว่าถึงด่านช่องเมก ก็เกือบสิบเอ็ดโมง รอผู้โดยสารทำขั้นตอนการเข้าประเทศกว่าจะครบ ออกเกือบเที่ยงแล้ว ถึงปากเซ เกือบบ่ายสอง จากท่ารถมาที่พัก บ่ายสองครึ่ง หมดแรงหลับเลยครับวันแรก เลยทำได้แค่สำรวจรอบๆ ยามค่ำคืน

Pakse (11)

โรงแรมแสงอรุณ โรงแรมยอดฮิตของคนไทย อยู่ไม่ไกลจากที่ผมพักเลย ^_^

Pakse (12)

เวลาที่ออกมาสำรวจ ประมาณสองทุ่มครึ่ง เงียบมากเลยครับ แต่ผมหิวไม่อยากกินที่โรงแรม เลยออกมากินข้าวร้าน Bolaven Cafes Pakse ครับ บรรยากาศแจ่มเลย

Pakse (13)

Pakse (14)

Pakse (15)

Pakse (16)

พร้อมกับได้ข้อมูล การเดินทางโดยรถตู้ต่อไปนากะสัง จุดหมายปลายทางวันรุ่งขึ้นด้วยครับ ว่าเจ้าหน้าที่โรงแรมทุกโรงแรม มีขายตั๋วรถพร้อมเรือไปดอนเดช ดอนคอนเรียบร้อย ผมเลยไม่รอช้าไปจองกันเหนียวไว้ก่อน ได้ราคารถตู้ไปนากะสัง แบบมารับถึงหน้าโรงแรม เวลา 08.15 น. พร้อมเรือไปดอนคอน ราคา 70,000 กีบ คิดเป็นเงินไทยง่ายๆ 280 บาท ส่วนถ้าใครจะข้ามไปดอนเดช ราคา 65,000 กีบ ถูกกว่า 5,000 กีบครับ ส่วนวิธีแปลงเงินกีบไปเงินไทย แบบคิดง่ายๆ 1,000 กีบเท่ากับ 4 บาทไทยครับ

เดินทางวันที่สอง

ตื่นเช้าวันที่สอง 06.00 น. ไม่รู้เพราะความตื่นเต้นจนนอนตื่นเช้า หรือกลัวตกรถกันแน่ ตื่นแล้วก้ออาบน้ำขอลงมาชมเมืองปากเซยามเช้ากันหน่อย

Pakse (22)

Pakse (23)

Pakse (24)

Pakse (25)

Pakse (26)

เดินเที่ยวกันได้ซักพักแล้ว ใกล้เวลาเดินทางแล้ว ไปเอาตั๋ว พร้อมนั่งกินอาหารเช้ารองท้องกันก่อน

Pakse (28)

เมนูที่โรงแรม น่ารักดีครับ ราคาก้อไม่แพงมากด้วย อาหารเช้าของผม เมนูเบอร์สอง 15,000 กีบ กับชอกโกแลตร้อน 10,000 กีบครับ

Pakse (29)

Pakse (30)

Pakse (31)

รถตู้มารับที่หน้าโรงแรมตรงเวลา แล้วตระเวนไปรับผู้โดยสารท่านอื่นๆ จนครบแล้วออกเดินทางจาก ปากเซ ประมาณ 09.00 น.

Pakse (32)

รถตู้แวะพักระหว่างทางสิบห้านาที ผมเลยถ่ายรูปรถมาให้ดูกันครับ

Pakse (33)

Pakse (34)

ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ถึงท่าเรือ บ้านนากะสัง 11.00 น.

Pakse (35)

Pakse (36)

ถึงท่าเรือกันแล้ว ยังครับ ผมยังไม่ข้ามไปดอนคอนตอนนี้ครับ ตามแผนเมื่อไม่ให้เสียเวลาวันรุ่งขึ้นในการเดินทางไปปากเซ

ผมจึงตัดสินใจหารถเที่ยว น้ำตกคอนพะเพ็ง กันก่อนครับ มาคนเดียว เช่าคนไม่มีคนหาร ยังไงก็เอาครับ

การเดินทางไป น้ำตกคอนพะเพ็ง สามารถเดินทางจากท่าเรือ บ้านนากะสัง ซึ่งทางเข้าน้ำตกถ้ามาจากปากเซ จะเลยทางเข้า บ้านนากะสังไปอีก 20 กิโลเมตร ทางเข้าจะอยู่ขวามือเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร ไปเจอลุงขับสามล้อ คุยถูกคอเลยตกลงราคากับแก ได้ 70,000 กีบ จากท่าเรือนากะสัง พาเที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็ง ระยะเวลาตามใจเรา แล้วกลับมาส่งที่เดิม

Pakse (49)

ระหว่างทางคุยกับลุง แกบอกว่าเคยมาทำงานเปนพนักงานขับรถที่ประเทศไทย รู้จักคนไทยเป็นอย่างดี ไปมาทั่วทั้งเหนือกลางตะวันออก จบที่สุดท้ายที่เกาะสมุย

แล้วเอาเงินกลับมาหากินต่อที่ประเทศลาว ผมได้ฟังประวัติแก ผมยินดีสนับสนุนให้เลย ส่วนตัวผมชอบคนขยันสู้ชีวิตอยู่แล้วครับ

Pakse (38)

Pakse (47)

Pakse (48)

ถึงหน้าทางเข้าแล้ว ต้องเสียค่าตั๋วเข้าชม 30,000 กีบ

Pakse (89)

แต่ถ้าเห็นรูปจะบอกเลยว่าคุ้มครับ ก่อนอื่นถ่ายป้ายเพื่อยืนยันว่าไม่ผิดที่แน่นอน อิอิ

Pakse (45)

Pakse (46)

ด้านหน้าจะเป็นร้านค้ามากมายครับ ผมเดินตรงดิ่งไปที่น้ำตกเลยครับ

ภาพเบื้องหน้า สมกับเป็นน้ำตกไนแองการ่าแห่งเอเชียจริงๆ ทั้งสวยทั้งยิ่งใหญ่มากครับ

Pakse (39)

Pakse (40)

Pakse (42)

มีวีดีโอให้ได้ดูด้วยครับ

หลังจากการเที่ยว น้ำตกคอนพะเพ็ง ได้เวลาข้ามเรือไปดอนคอนกันแล้วครับ

Pakse (50)

Pakse (51)

เรือออกเดินทางกันแล้ว เป็นเรือหางยาวติดเครื่องยนต์ลำใหญ่พอตัวเลยครับ

Pakse (52)

Pakse (53)

เดินทางมาถึงจุดแรก คือ ท่าเรือดอนเดช ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีที่พักค่อนข้างเยอะกว่า ดอนคอน แต่ผมจองที่พักไว้แล้วครับ

Pakse (54)

Pakse (55)

Pakse (56)

ลืมบอกไปครับ ถ้าไม่ได้ซื้อค่ารถพร้อมค่าเรือแบบผม จะเสียค่าเรือมาดอนเดช 15,000 กีบ ค่าเรือมาดอนคอน 20,000 กีบครับ

Pakse (64)

เหลือผู้ร่วมเดินทางร่วมกับเราแค่สองคน เป็นคู่สามีภรรยามาจากฝรั่งเศส มาแบบไม่มีที่พัก สุดท้ายมาพักที่เดียวกับผมครับ ^_^

Pakse (57)

ถึงดอนคอนแล้ว จากรูปจะเห็นบ้านไม้สองชั้น มันคือที่พักของเราวันนี้เอง ชิวดีไหมครับ

Pakse (58)

ขึ้นฝั่งกันเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาเก็บของเข้าที่พัก แพนส์ เรสซิเดนซ์ (Pan’s Residence)

Mekong Road, Khong District, ดอนคอน, ดอนโขง, ลาว (ดูแผนที่)

ราคา 600 บาท ถือว่าไม่แพงครับ เพราะเป็นห้องแอร์ วิวแม่น้ำสวยมาก แถมที่บอกกันว่ามีไฟไม่ตลอด ตอนนี้ที่คอนดอนมีไฟฟ้า 24 ชั่วโมงแน่นอนครับ เพราะผมนอนเปิดแอร์ทั้งคืนเลย ^_^

Pakse (105)

Pakse (59)

Pakse (60)

Pakse (61)

Pakse (62)

Pakse (65)

Pakse (66)

ได้กุญแจห้องพัก จัดการเก็บข้าวของกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

อย่างแรกที่ทำคือ หาตั๋วรถกลับในวันรุ่งขึ้น สามารถจองได้จาก ที่พัก แพนส์ เรสซิเดนซ์ (Pan’s Residence) เลยครับ ปรากฏว่าราคาแค่ 50,000 กีบเท่านั้น แต่ทำไมตอนมา 70,000 กีบ ช่างเหอะครับ คิดซะว่าเป็นค่าบริการที่เค้ามารับเราถึงที่พักเพื่อความสบายใจครับ ส่วนตารางเรือออกดอนคอนกลับปากเซ มีแค่วันละเที่ยว ตอนสิบเอ็ดโมงเช้าเท่านั้นครับ

Pakse (103)

Pakse (63)

อย่างที่สอง คือ เช่ารถเที่ยวรอบเกาะกัน ป้าเจ้าของที่พักใจดี บอกว่าเช่าบ่ายแล้ว คืนพุ้งนี้ก่อนกลับ คิดราคาวันเดียวพอ ค่าเช่าจักรยานวันละ 15,000 กีบ แต่ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์วันละ 50,000 กีบ พร้อมต้องให้ Passport แก่ป้าคนเช่าด้วย ผมจึงเลือกเช่าจักรยานปั่นออกกำลังกายเพื่อลดความยุ่งยากในการเช่าครับ เสียไป 15,000 กีบ แล้วสบายใจ ได้เวลาเที่ยวกันแล้วครับ

Pakse (102)

อย่างที่สาม กองทัพต้องเดินด้วยท้อง หิวมากเลย ต้องกินซะแล้ว ถ้าไม่กิน ลมจับชัวร์  เมนูแนะนำเลย อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัวเลยครับ ปลาราดพริกกับข้าวเปล่าหนิ อร่อยเด็ดมากครับ แกเอาเนื้อปลาแม่น้ำโขง เลาะก้างออก แล้วเอาไปทอดแล้วมาราดพริก สนนราคา 40,000 กีบครับ

Pakse (104)

Pakse (101)

อิ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมลุยเที่ยวกันแล้ว ผมขอเอาแผนที่แนะนำที่เที่ยวกันก่อนครับ

สถานที่แรก คือ น้ำตกหลีผี ไฮไลต์ของเราวันนี่ ต้องปั่นผ่านสะพานเชื่อมระหว่างดอนเดช กับดอนคอน พร้อมทั้งเสียค่าเข้าชมน้ำตกที่นี่เลย 25,000 กีบครับ

Pakse (88)

Pakse (91)

Pakse (92)

Pakse (93)

Pakse (94)

ระยะทางไป น้ำตกหลีผี จาก ที่พัก แพนส์ เรสซิเดนซ์ (Pan’s Residence) ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพทางภาพด้านล่างอธิบายได้ชัดมาก

Pakse (68)

ปั่นมาซักพักจะเจอทางแยกเลี้ยวขวาตามป้ายเลย 400 เมตรก็ถึงทางเข้า น้ำตกหลีผี กันแล้วครับ

Pakse (67)

ทางเข้าจะมีพนักงานตรวจตั๋วที่เราซื้อมา เดินเข้าไปตามทางจะเจอซุ้มไม้รอรับเราตลอดทางครับ

Pakse (69)

เดินมาซักพักก็ถึงน้ำตกหลีผี ยิ่งใหญ่สมคำล่ำลือจริงๆ

Pakse (75)

Pakse (76)

Pakse (77)

Pakse (78)

Pakse (79)

Pakse (81)

Pakse (84)

เดินชื่นชมความงามน้ำตกมาเรื่อยๆ จะเจอหาดทราย ที่สามารถลงไปเล่นเพลินๆ ได้ครับ

Pakse (85)

มีวีดีโอให้ชมกันด้วยครับ

หลังจากเที่ยว น้ำตกหลีผี ได้เหงื่อจากการปั่นจักรยานกันทีเดียว ผมเลยตัดสินใจกลับที่พักกันก่อนครับ นั่งเปลชิวๆ กับบรรยากาศริมแม่น้ำโขง เผลอหลับไปเลย สะดุ้งตื่นอีกทีเกือบสองทุ่ม ดีไม่โดนยุงกัดทั่วตัวซะก่อน เลยเข้าห้องพักนอนเอาแรงเที่ยวต่อวันรุ่งขึ้นก่อนขึ้นเรือกลับปากเซครับ

Pakse (90)


เดินทางวันที่สาม

วันนี้ตื่นเช้าอีกแล้ว เพื่อจะได้เที่ยวก่อนเดินทางกลับปากเซ เลยตัดสินใจปั่นจักรยานชิวๆ ไปชมวิวริมโขงกันครับ ไกลเอาเรื่องอยู่ครับ ระยะทางจากที่พัก 4 กิโลเมตรครับ

Pakse (95)

Pakse (96)

Pakse (97)

Pakse (98)

Pakse (99)

Pakse (100)

ถ่ายรูปหนำใจกันแล้ว ได้เวลากลับมาขึ้นเรือกันแล้ว เดี๋ยวจะตกเรือซะก่อน

ส่วนเรือมารับค่อนข้างตรงเวลา มาจากดอนเดชเพราะมีนักท่องเที่ยวนั่งเรือมากันแล้วครับ

IMAG4066

IMAG4063

IMAG4064_1

จากท่าเรือนากะสัง รอนักเที่ยวท่านอื่นๆ กว่าจะมาครบเกือบเที่ยงและ ซึ่งการรอคนที่ยังมาไม่ถึงต้องบอกได้คำเดียวว่าทำใจครับ

ใช้เวลาสองชั่วโมงถึงปากเซ และที่พักของวันนี้ คือที่เดิมที่มาพักสองวันก่อนครับ ผมได้จอง ที่พัก โรงแรมไพดาว (Phi Dao Hotel) ที่ปากเซ Phathana Lakmuang 13 Raod, ถนนหมายเลข 13 ใต้, ปากเซ, ลาว (ดูแผนที่)  แต่มารอบนี้ไม่ต้องเสียค่ารถเพิ่มครับ เพราะรถตู้บริการส่งสถานีสุดท้ายที่โรงแรมลานคำ ซึ่งใกล้กับ ที่พัก โรงแรมไพดาว (Phi Dao Hotel) โดยมากครับ

เก็บข้าวของเข้าที่พัก ได้เวลาตะลอนทัวร์ เริ่มด้วยการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่รอบเมือง ค่าเช่าวันละ 50,000 กีบ คิดเวลาคืน 24 ชั่วโมง เช่น วันนี้เช่าตอนบ่ายสามโมง คืนบ่ายสามโมงวันรุ่งขึ้นครับ บวกกับค่าน้ำมันเต็มถังเพราะทางร้านจะไม่เติมน้ำมันให้ ค่าน้ำมันอีก 30,000 กีบโดยประมาณ เช่าเรียบร้อย ผมวางแผนวันนี้จะไปตะลอนเที่ยวน้ำตก แล้ววันพรุ่งนี้จะไปเที่ยววัดพู

ตอนแรกคิดว่าจะดีและเชียวแดดไม่ร้อนด้วย แต่แผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่าเลย เนื่องจากเกิดฝนตกเข้า ดีที่ผมไหวตัวทันรีบทำรถกลับที่พักก่อนจะเป็นลูกหมามอมแมมซะก่อน T T

โชคดีหน่อยฝนหยุดตกเร็วหน่อย เลยได้ออกมาตะลอนริมโขงแทน ร้านทีเดดอีกหนึ่งร้านที่มีชื่อเสียงย่านนี้ ต้องร้านนี้เลยครับ ร้านลูกชายหล้า ริมน้ำโขง ขับมาไกลซักนิด ถ้าดูจาก แผนที่เที่ยวตัวเมืองปากเซ สังเกตุง่ายๆ จะอยู่เลยร้าน Thiphachanh มานิดนึงครับ จะมีร้านขวามือที่มีที่จอดรถมอเตอร์ไซค์เยอะที่สุด จอดเลยครับไม่ผิดร้านแน่นอน เพราะร้านที่มีที่จอดรถมอเตอร์ไซค์เยอะที่สุด ชื่อร้านแซบๆ ครับ ผมหลงเข้าไปมาแล้ว ดีนะไหวตัวทัน ร้านลูกชายหล้า จะอยู่ถัดมาจากร้านแซบๆ ครับ

บรรยากาศขอยืมคลิปนี้มาแล้วกันครับ บรรยากาศดี เพลงแจ่มมาก ผมนั่งกินเสร็จก็กลับที่พักนอนเตรียมตัวตะลุยเที่ยวรุ่งขึ้นครับ

เดินทางวันที่สี่

เนื่องด้วยวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนจะกลับไปที่อุบลราชธานี ผมเลยตั้งใจตื่นแต่เช้า ออกตะลอนเทียวเพราะเมื่อวานเจอฝน ทำผิดแผนมาก ก่อนออกร่วมเดินทางผมเอาแผนที่เที่ยวมาอธิบายโปรแกรมกันก่อนครับ

สถานที่แรก คือ น้ำตกผาส้วม เดินทางจากที่พักมาทางขวา ตรงแบบไม่ต้องเลี้ยว เพราะมันคือถนนหมายเลข 23 ขับมาได้ประมาณหลัก 20 แล้วแยกซ้ายเข้าถนนหมายเลข 20 ประมาณสิบห้ากิโลเมตร เข้าสู่อุทยานแห่งชาติบาเจียง สังเกตุง่ายๆคือข้ามสะพานแคบๆ มาก่อน จะเจอทางโค้ง เลยทางโค้งมานิดเดียว

จะเจอแยกเข้าน้ำตกมาประมาณ 2 กิโลเมตรครับ

IMAG4076

IMAG4078

ค่าตั๋วเข้าชมน้ำตก 7,000 กับครับ

IMAG4085_1

จากประตูทางเข้า จะมีที่จอดรถทางซ้ายมือ เดินข้ามสะพานจะเจอร้านอาหารอยู่ซ้ายมือครับ

IMAG4079

IMAG4093

IMAG4080

IMAG4081

IMAG4083

ผมเลยไม่รอช้าตัดสินใจสั่งอาหารเช้ามากินท่ามกลางบรรยากาศ น้ำตกผาส้วม ชิวมากๆ

IMAG4091

กินข้าวเสร็จแล้ว มาชมวิวน้ำตกกันแบบจุใจเลยครับ

IMAG4097

IMAG4087

IMAG4088

IMAG4096

มีวิดีโอให้ชมด้วยครับ

สถานที่สอง คือ น้ำตกตาดเยื้อง จากถนนหมายเลข 23 ขับมาได้ประมาณหลัก 40 แล้วแยกขวาเข้าสู่อุทยานแห่งชาติบาเจียง เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ค่าเข้าชม 13,000 กีบครับ

IMAG4103

IMAG4104

IMAG4105

IMAG4106

IMAG4109

IMAG4115

มีวีดีโอให้ชมด้วยครับ

เดินทางเที่ยวกันเรียบร้อย ได้เวลากลับไปอุบลราชธานี เดินทางไปตลาดดาวเรือง เสียค่ารถ 60 บาทครับ

IMAG4119

มีรถตู้บริการจากตลาดดาวเรืองไปช่องเม็ก แต่ต้องรอให้เต็ม ค่าโดยสาร 100 บาท ตอนบ่ายๆ รอนานมาก ยืนยันครับ ถ้าจะเหมา 700-800 บาท ไปคนเดียว แต่อาจจะต้องทำใจ คนขับอาจขอแวะรับคนระหว่างทางได้ครับ

ถึงด่านช่องเม็ก อย่าลืมแวะซื้อกาแฟดาวเรือง ของฝากขึ้นชื่อของประเทศลาว ที่ Duty Free นะครับ มี หลายรสชาติ หลายขนาด รสชาติดีทีเดียว ซื้อของฝากกันแล้ว ต้องเสียค่าธรรมเนียมฝั่งลาว 50 บาท สำหรับเอกสารขาออกประเทศ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าตอนเข้าประเทศที่ผมโดนเรียกไป 100 บาท โดนหลอกแน่นอนครับ > <

ในที่สุดก็ข้ามมาฝั่งประเทศไทย เสียค่าจ้างรถรับจ้าง 20 บาท ไปสถานีขนส่งช่องเม็ก แล้วใช้บริการรถตู้โดยสารกลับจังหวัดอุบลราชธานี โดยค่าตั๋ว 100 บาทครับ

IMAG4120

ที่พักของเราวันนี้ ผมได้จอง ที่พัก โรงแรมเดอะราชธานี (The Ratchathani Hotel) 

297 ถนน เขื่อนธานี, ตัวเมืองอุบลราชธานี, อุบลราชธานี, ไทย 34000 (ดูแผนที่)

เดินทางวันที่ห้า (วันสุดท้าย)

งานเลี้ยงยังมีวันเลิกลา วันลาพักร้อนก็หมดจนได้ ต้องเดินทางกลับ กรุงเทพ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เวลา 09.15 น. เดินทางจากโรงแรมโดยเรียกแท๊กซี่บริการดีอุบล เบอร์ติดต่อ 045-317-777 ส่วนตัวผมว่าบริการดีมาก รถเยอะและมารับเร็วมากครับ

สุดท้ายต้องขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตั้งแต่แรกจนจบ ทริปต่อไปจะไปที่ไหน ติดตามชมรายละเอียดได้ที่ Facebook ได้ครับ

หน้าแรกของเว็บ (4404)

เที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเอง

เที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเอง

การเดินทางไปประเทศจีน 

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินเมืองปักกิ่ง

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

การเดินทางไปจีนรอบนี้ เที่ยวแบบสี่วันสองคืน นอน ที่พัก 161 โฮเต็ล (161 Hotel) สองคืนในปักกิ่ง รอบนี้มีการเวลาทางค่อนข้างน้อยครับ จึงต้องวางแผนการเดินทางวันแรก เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปปักกิ่ง, วันที่สอง เที่ยว จัตุรัสเทียนอันเหมิน พระราชวังต้องห้าม, วันที่สาม เที่ยว กำแพงเมืองจีน  , วันสุดท้ายวันที่สี่เดินทางกลับสนามบินสุวรรณภูมิในตอนเช้าครับ

เดินทางวันแรก เครื่องบิน บินตรง กรุงเทพมหานคร ไปปักกิ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที ด้วยสายการบินไทย ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประมาณ 17,000 บาท น้ำหนักของกระเป๋าเดินทางไม่เกินท่านละ 20 กิโลกรัม  หากมีน้ำหนักเกินกว่ากำหนด สายการบินจะเรียกเก็บค่าน้ำหนักเพิ่มตามอัตราที่กำหนด ควรตรวจดูป้ายชื่อติดกระเป๋าทุกครั้ง และนำสัมภาระขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม

เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 23.50 ถึงสนามบิน Beijing Capital International Airport (ปักกิ่ง) เวลา 05.30 น. ครับ 

เดินทางวันที่สอง เดินทางออกจากสนามบิน ด้วย Airport Express Terminal 3 > Dongzhimen > Yonghegong > สถานี Dongsi เพื่อมา ที่พัก 161 โฮเต็ล (161 Hotel) มีแผนที่ด้านล่างประกอบเพื่อกันหลงครับ

ส่วนวิธีการขึ้น รถไฟฟ้า Airport Express ไปตัวเมืองปักกิ่ง ไม่ยากครับ

1. เปิดตามป้ายเพื่อไปสถานี Airport Express Train

2. ซื้อตั๋วโดยสารจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ซึ่งสถานีปลายทางของเราคือ Dongzhimen แล้วค่อยไปต่ออีกขบวนเพื่อไปที่พักครับ

3. เดินเข้าสถานี โดยยืนรอขบวนรถไฟฟ้าหลังเส้นสีเหลืองครับ

ระหว่างทางวิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามมากครับ

ในที่สุดก็ถึง ที่พัก 161 โฮเต็ล (161 Hotel) ของทริปนี้ทั้งสองคืนในปักกิ่ง จอง ห้องอีโคโนมี่ (Economic room) ห้องละ 1,207 บาทต่อคืน No. 161, Li Shi Hu Tong, Dong Si Nan Da Jie,Dongcheng District, ถนนหวังฟูจิ่งและพระราชวังต้องห้าม, ปักกิ่ง, จีน 100010 (ดูแผนที่)

หลังเก็บข้าวเก็บของกันแล้วเดินทางด้วยได้เวลานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเที่ยวปักกิ่งกันแล้วครับ

สถานที่แรก คือ จัตุรัสเทียนอันเหมิน

เดินทางได้โดยนั่ง Subway มาลงที่สถานี Tiananmen West, Tiananmen East หรือ Qianmen

จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร พื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตารางเมตร สามารถจุประชากรได้ถึง 1,000,000 คน

ปัจจุบันจัตุรัสเทียนอันเหมินนับเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัตุรัสเทียนอันเหมินล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญ ได้แก่ หอประตูเทียนอันเหมินที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจัตุรัส ธงแดงดาว 5 ดวงผืนใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือเสาธงกลางจัตุรัส อนุสาวรีย์วีรชนใจกลางจัตุรัส มหาศาลาประชาคมด้านทิศตะวันตกของจัตุรัส ตลอดจน พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติจีนทางฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ทางด้านทิศใต้ยังมี หอรำลึกท่านประธานเหมาและหอประตูเจิ้งหยางเหมิน  หรือเฉียนเหมิน

ถานที่ที่สอง คือ พระราชวังต้องห้าม เป็นไฮไลต์ในการมาปักกิ่ง ใครมาปักกิ่งไม่มาที่นี่เหมือนยังไม่มาถึงปักกิ่งครับ

เดินทางได้โดยนั่ง Subway มาลงที่สถานี Tiananmen West, Tiananmen East หรือ Qianmen

จากชื่อภาษาจีน แปลตามตัวอักษรได้ว่า “เมืองต้องห้ามสีม่วง” พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน เป็นพระราชวังหลวงมาตั้งแต่สมัยกลางราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจตุรัสเทียนอันเหมิน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่พระราชวังต้องห้ามได้ทางจตุรัสนี้ ผ่านประตูเทียนอันเหมิน บริเวณรอบจตุรัสเทียนอันเหมิน เรียกว่า อาณาเขตหลวง โดยมีสิ่งก่อสร้างสำคัญอยู่โดยรอบ เช่น มหาศาลาประชาคม ในอดีต พระราชวังแห่งนี้ เป็นเขตหวงห้ามไม่ไห้ประชาชนเข้า แม้ข้าราชการชั้นสูง ยังต้องขออนุญาต เป็นกรณีพิเศษ จึงเรียกพระราชวังนี้ว่า “พระราชวังต้องห้าม”

แม้ว่าประเทศจีนจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว พระราชวังต้องห้ามก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน และภาพประตูเทียนอันเหมินก็ยังปรากฏอยู่ในตราประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย นอกจากนี้ พระราชวังต้องห้ามยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลจีนได้มีนโยบายจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเพื่อจะอนุรักษ์สภาพของอาคารและสวนหย่อมไว้

ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามร่วมกับพระราชวังเสิ่นหยางเป็นหนึ่งในมรดกโลกในนาม พระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงในปักกิ่งและเสิ่นหยาง เมื่อ พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987)



เดินทางวันที่สาม

การเดินทางวันนี้ ไป กำแพงเมืองจีน รอบๆปักกิ่งนั้นมีกำแพงเมืองที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเยอะมากครับ ดังรูป เป็นสิบเลย สภาพแตกต่างกันไปตามบูรณะแต่ที่เด่นๆ ผมเลือกไป Jinshanling ตามกรอบสีส้มครับ

การเดินทางเริ่มต้นที่สถานีรถบัส Dongzhimen ครับ การเดินทางนั่งรถไฟใต้ดิน มาสถานี Dongzhimen สถานีอยู่ในวงกลมสีแดงเลยคับ

การเดินทางไปขี้นรถเมล์สาย 980 ที่สถานีรถบัส  ประมาณไม่เกินสองชั่วโมงก็จะถึง Miyun ครับ ระยะทาง 100 กว่ากิโลเอง

แล้วต่อรองกับแท๊กซี่ ถามที่หาข้อมูลมา 280 หยวน แต่ผมสามารถต่อราคาได้ 240 หยวนครับ มาส่งที่เดิมครับ

ขอบคุณข้อมูลการเดินทาง จาก  http://pantip.com/topic/13119745 หรือ http://www.facebook.com/Worldwantswandering

การเดินทางกันจากปักกิ่ง ถึง กำแพงเมืองจีนแล้ว เสียค่าธรรมเนียม 40 หยวน ก่อนเดินทางขอนำแผนที่การเดินมาก่อนครับ

เดินจาก Brick Crenel ถึง Houchuan Kou แล้วเดินกลับมาจุด Check-in ครับ

ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ดูรูปด้านล่างแทนคำบรรยายและกันครับ

ขากลับ มาจุด Check-in สภาพทางเดิน ดังรูปด้านล่างครับ

การเดินทางกลับ โดยรถเมล์สาย 980 สายเดิม กลับ สถานีรถบัส Dongzhimen เพื่อเที่ยวต่อในกรุงปักกิ่งครับ

สถานที่สุดท้ายของวันนี้ และของทริปนี้ด้วย คือ สนามกีฬาโอลิมปิก เดินทางมาได้โดยมาลงสถานี Olympic sport center ครับ

เดินทางวันที่สี่ (วันสุดท้าย)

งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลาครับ ผมเดินทางกลับประเทศไทย ด้วย สายการบินไทย เดินทางจากสนามบิน Beijing Capital International Airport (ปักกิ่ง) เวลา 06.45 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 10.55 ถึง ครับ

ส่วนทริปต่อไปจะเดินทางไปไหนกัน ติดตามชมเพิ่มเติมกันได้ที่ Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuN

หน้าแรกเที่ยวประเทศจีน

หน้าแรกเว็บ (8357)

เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง

เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง

การเดินทางไปเกาหลีใต้

การเดินทางไปปูซาน

แผนที่รถไฟกรุงโซล

แผนที่รถไฟปูซาน

รู้จักกับบัตร T-Money

คู่มือการเที่ยวเกาหลี (26 MB)

เตรียมตัวก่อนเดินทาง การเดินทางไปเกาหลีรอบนี้ เที่ยวแบบเจ็ดวันห้าคืน นอน ที่พักชินชอนโฮสเทล สามคืนในโซล นอน ปูซาน ที่พักเอส-วัน โมเต็ล (S-One Motel) หนึ่งคืน และกลับมานอน ที่พัก Gallerya Hotel คืนสุดท้ายในโซลครับ

เดินทางวันแรก เดินทางด้วย สายการบิน Jin Air ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประมาณ 12,000 บาท เนื่องจากไม่ได้จองโปรโมชั่นไว้ครับ สายการบินนี้มีแต่ทัวร์คนไทยทั้งนั้นเลยครับ น้ำหนักของกระเป๋าเดินทางไม่เกินท่านละ 20 กิโลกรัม ควรเป็นกระเป๋าที่มีล้อลาก หากมีน้ำหนักเกินกว่ากำหนด สายการบินจะเรียกเก็บค่าน้ำหนักเพิ่มตามอัตราที่กำหนด ควรตรวจดูป้ายชื่อติดกระเป๋าทุกครั้ง

เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 22.30 ถึงสนามบินอินชอน 06.00 น. ครับ

เดินทางวันที่สอง หลังจากถึงสนามบินอินชอน ภาพแรกที่ผมหิมะตก สวยมากเลยครับ

หลังจากถ่ายรูปสนามบินอินชอน ซักพัก ต้องถึงด่านอรหันต์ ก่อนเข้าประเทศเกาหลีต้องผ่าน 3 ด่านครับ

1.ด่านแรก – ด่านตรวจสุขภาพครับผม อันนี้แค่กรอกรายละเอียดในใบตรวจสุขภาพให้ครบถ้วนเรียบร้อย

2.ด่านที่สอง – อันนี้สำคัญมากครับ เจ้าหน้าที่จะทำการประทับตราและสุ่มเรียกสอบถามว่าเรามาทำอะไร กี่วัน นอนที่ไหนครับ ซึ่งหลักฐานที่เราควรเตรียมไปเพื่อช่วยในการผ่านด่านคือ ใบจองที่พัก ตั๋วเครื่องบินขากลับ เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือของเราครับ

3.ด่านสุดท้าย – ยื่นใบศุลกากรก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://seoulcafe2013.blogspot.com/2013/06/blog-post_27.html

เดินทางเก็บของเข้า ที่พักชินชอนโฮสเทล อยู่สถานีรถไฟ  ehwa university
สามารถศึกษา แผนที่รถไฟกรุงโซล จาก การเดินทางไปเกาหลีใต้

หลังจากเก็บข้าวเก็บของกันแล้ว เริ่มต้นเดินทางกันแล้วว

จุดหมายปลายทางแรก หมู่บ้านฝรั่งเศส(La Provence)

เดินทางไปง่ายมากครับ มุ่งหน้าไปสถานี Cheongpyeong แต่ว่าการต่อด้วยแท็กซี่จะแพงมากอยู่ ค่าแท็กซี่ประมาณ 15,000 วอนได้ นั่งแท็กซี่ไปประมาณยี่สิบนาที บอกว่า “ปือ-ติ๊ด-ผึ-ราง-สึ” (เป็นการอ่านออกเสียงคำว่า Petite France แบบเกาหลีค่ะ)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/mayjiw/2011/01/22/entry-5

จุดหมายปลายสอง เกาะนามิ การนั่งรถไฟฟ้าไม่ยากนัก พอไปถึงสถานีกาพยอง ก็เรียบร้อย นั่งแท็กซี่หรือรถเมล์ได้ตามสบาย แต่ถ้าตัดสินใจลุยรถเมล์ ก็ต้องมาขึ้นที่บัสเทอมินัลเช่นกัน เลือกสาย 1330-2, 1330-3 และ 8004 ค่ะ จะไปลงที่บัสเทอมินัลของกาพยอง (ป้ายชื่อ กาพยองเทอมินัล ค่ะ) หรือบางคันอาจจะลงที่ นามิซอมอิบกุ (ทางเข้าเกาะนามิ) เลยก็ได้ค่ะ การเดินทางด้วยรถเมล์จากชองพยองก็น่าจะกินเวลาซักครึ่งชั่วโมงครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/mayjiw/2011/01/22/entry-5 นั่งเรือข้ามฝั่งกันต่อเลย ค่าเรือไปกลับ รวมค่าเข้าชม 8,000 วอนครับ

เรือเทียบท่า เกาะนามิ แล้ว ลุยกันต่อเลยครับ

อาหารกลางวันมื้อแรกคือ ทัคคาลบี หรือ ไก่ผัดซอสไตล์เกาหลีนำไก่หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำใส่แป้งต๊อกเกาหลี,มันหวานและผักต่างๆผัดกับซอสแดงเกาหลีในกระทะแบนขนาดใหญ่พอสุกนำผักกาดหอมห่อพอดีคำรับประทานสักพักนำข้าวปรุงรสผัดในกระทะเสิร์ฟพร้อมกิมจิและน้ำซุปสาหร่ายร้อน ๆ

อิ่มหนำสำราญกันแล้ว เดินทางเข้าโซลเพื่อไปเที่ยวกันต่อครับ
จุดหมายปลายทางที่สาม คือ วัดวาวูจองซา
Directions : Jamsil Station (Subway Line 2), Exit 6 or 7. Take Bus 5600 or 5800 to Yongin Intercity Bus Terminal. From the terminal take the bus bound for Wonsam (원삼). Get off at Wawoojongsa Temple.
Gangnam Station (Subway Line 2), Exit 10 Take Bus 5001 or 5002 to Yongin Intercity Bus Terminal. From the terminal take the bus bound for Wonsam (원삼).
Get off at Wawoojongsa Temple. Bus 5001, 5002, 5006, & 5008 each comes at 15-min intervals

ขอบคุณข้อมูลจาก http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=1312088

หลังจากเที่ยวเสร็จแล้วเดินทางกลับมา Jamsil Station (Subway Line 2) เพื่อนั่งรถบัสสาย Bus #: 1007 ไปจุดหมายต่อไป

จุดหมายปลายทางที่สี่ คือ ป้อมปราการฮวาซอง ค่าเข้าชม 1,000 วอนครับ

อาหารมื้อเย็นของวันนี้ เป็นแบบบุฟเฟต์ครับ ^_^


เดินทางวันที่สาม

จุดหมายปลายทางแรก คือ เที่ยวสกีรีสอร์ท ซึ่ง การเดินทางไปสกีรีสอร์ท ผมเลือกเดินทางด้วย Shuttle Bus ครับ


Daewon Express Bus(=Purple ski bus),Tel. 82-2-575-7710, 82-2-2201-7710 (ENGLISH) One Way ₩ 16,000(Adult) / ₩ 13,000(Child) Round Trip ₩ 30,000(Adult) / ₩ 24,000(Child)

Period Departure
12/11~Feb. 13:00 at Parking lot in front of Tower Condo in YongPyong Everyday
12/11~Feb. 17:00 at Parking lot in front of Tower Condo in YongPyong Everyday

ถึงสกีรีสอร์ทแล้ว ได้เวลาเที่ยวสกีรีสอร์ทแล้วครับ แนะนำว่าควรเดินทางไปแต่เช้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้ง Lift & Gondora Pass และ ค่าเช่าอุปกรณ์สกี จะถูกกว่ามากครับ ครั้งนี้ ค่าใช้จ่ายเสียค่าเช่าอุปกรณ์สกี 22,000 วอนเท่านั้น เพราะเสียดายค่า Lift & Gondora Pass เนื่่องจากเล่นไม่เป็นเลยตัดใจไม่เอาครับ
ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดูได้จาก เที่ยวสกีรีสอร์ท ครับ

ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับจากสกีรีสอร์ทตอน 13.00 น. กลับมาจากสกีรีสอร์ท ด้วยสภาพความหิวโซมาก เลยจัดเต็มเลย

อาหารมื้อเที่ยงวันนี้ คือ คาลบี้ : หมูย่างเกาหลี เนื้อหมูส่วนซี่โครง หมักซอสสูตรพิเศษ ย่างบนเตาร้อนๆ เวลารับประทานใช้กรรไกรตัดพอดีคำ ห่อผักกาดหอมสดๆรับประทานพร้อมข้าวสวยและเครื่องเคียงต่างๆ ถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนเกาหลี

จุดหมายปลายทางที่สอง คือ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ โดยนั่งรถโดยสายจาก Jamsil : No. 5700 และช่วงนี้สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไปเที่ยวเกาหลี เข้าไปพิมพ์เอกสารแผ่นด้านล่าง ก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มครับ
Discount Coupon

สามารถโหลดคู่มือเที่ยว ได้ที่นี่ครับ

หลังจากสนุกกับเที่ยวสวนสนุกกันแล้ว เดินทางไปสถานี Namsan เพื่อไปจุดหมายต่อไป
จุดหมายปลายทางที่สาม คือ N Seoul Tower
เดินทางด้วยรถโดยสาร Namsan Shuttle Bus No. 02 ราคา 950 วอน และ 850 วอน สำหรับบัตร

ค่าเข้าชม N Seoul Tower ตามด้านล่างครับ

บรรยากาศสวยงามมากจริงๆ ครับ

จุดหมายสุดท้ายวันนี้ คือ ชอปปิ้งตลาดทงแดมุน สามารถเดินทางไปโดยใช้ Seoul Subway Line 2 Dongdaemun Stadium Station, or Line 1 or 4 Dongdaemun Station

เดินทางวันที่สี่

จุดหมายปลายทางแรกวันนี้ คือ บลูเฮ้าส์ หรือทำเนียบประธานาธิบดี โดยนั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 ไปลงที่ Gyeongbokgung Palace Station, Exit 5 จะเดินไปเจอจัตุรัสนกฟินิกซ์

จากอนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์เราก็เดินเลาะๆทางกำแพงของพระราชวัง Gyeongbokgung ตรงนั้นมองเข้าไปก็จะพบกับอาคารหลังคาสีฟ้าหรือ Blue House นั่นเอง ว่ากันว่า Cheongwadae ตั้งอยู่ในตำแหน่งฮวงจุ้ยดีที่สุดของกรุงโซล คือด้านหลังเป็นภูเขาด้านหน้าเป็นแม่น้ำ

เดินตามทางเดินมาเรื่อย จะเจอกับ

จุดหมายปลายทางที่สอง คือ พระราชวังเคียงบกกุง เป็นพระราชวังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเกาหลี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์ ถือเป็นจุดที่ตั้งตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด ค่าเข้าชม 3,000 วอนครับ

พลับพลากลางน้ำ

เดินออกจาก พระราชวังเคียงบกกุง บริเวณ จตุรัสควังฮวามุน นี้ประกอบไปด้วย รูปปั้นของ พระเจ้าเซจงมหาราช (statue of King Sejong)

จุดหมายปลายทางที่สาม คือ วัดพงอึนซา สามารถเดินทางมาได้ง่ายโดย MRT สายสีเขียว สถานี Samseong exit 6 จากนั้นเดินตามเส้นสีแดงไปประมาณ 500 เมตร ผ่าน Coex Mall

วัดดังท่ามกลางย่านธุรกิจ ตึกสูงย่านกังนัม(Gangnam) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.794 ในสมัยอาณาจักรชิลลา วัดนี้เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน การกราบพระต้องกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ (การให้ส่วนสำคัญของร่างกายทั้ง 8 ส่วน ได้แก่ มือ 2 เท้า 2 เข่า 2 ลำตัว และหน้าผากสัมผัสกับพื้น เหมือนเห็นในหนังเกาหลียุคโบราณ ซึ่งการกราบแบบนี้ มีต้นแบบมาจากชาวทิเบต)

จุดหมายปลายทางวันนี้ คือ ชอปปิ้งตลาดเมียงดง เดินทางไปสถานี Subway Euljiro 1-ga Station, Subway Line 2  ประตูทางออก 6 เป็นศูนย์รวมแฟชั่นล่าสุดของเกาหลี อะไรที่กำลังอินแทรนด์มาหาดูเลือกซื้อได้จากที่นี่ ตามถนน ตรอก ซอยในย่านนี้เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายเสื้อผ้าทั้งโลคอลแบรนด์ และแบรนด์เนมชื่อดัง รวมทั้งร้านขายเครื่องสำอาง เครื่องประดับ กระเป๋า วัยรุ่นที่มาเดินแถวนี้ แต่งตัวดูดี มีสีสันกว่าน่านอื่นๆหากอยากดูว่าสาวเกาหลีแต่งตัวแบบไหน สวยเพียงใด ต้องมาแอบดูแถวนี้รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

อาหารมื้อสุดท้ายวันนี้ คือ Bulgogi เป็นเนื้อหมูสไลด์ที่ผ่านการหมักด้วยเครื่องปรุงจนได้ที่นำมาผัดรวมกับผักสดนานาชนิดบนกระทะร้อนๆรับประทานพร้อมเครื่องเคียงและข้าวสวยร้อนๆ มีกลิ่นหอมน่าลิ้มลอง

เดินทางวันที่ห้า

โปรแกรมวันนี้คือไปเที่ยวเมืองปูซาน โดยใช้บริการ KTX ซึ่งผมได้จอง KTX Happy Pass ไว้ก่อนเดินทางแล้ว ส่วนขั้นตอนการจองดูรายละเอียดได้ที่ การเดินทางไปปูซาน ได้ครับ

การเดินทางรอบนี้ ผมเลือกรอบรถไฟ 06.00 น. ถึงปูซาน 08.47 ครับ เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวมากขึ้นครับ

…ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชั่วโมง ก็เดินทางถึงปูซานแล้วครับ

เดินทางไป ที่พักเอส-วัน โมเต็ล (S-One Motel) อยู่ใกล้สถานี haeundae ทางออก 5

อาหารมื้อเที่ยง เป็น อาหารเกาหลี ผมไม่แน่ใจมาเรียกอะไร จัดเต็มและอร่อยดีครับ

โปรแกรมแรกวันนี้ คือ Busan City Tour ค่าโดยสาร 10,000 วอน เลือกรถแบบ Open-Top Bus หลังคาเปิดโล่ง

ส่วนเส้นทาง City Tour มีสองเส้นทาง ผมเลือกเส้นทาง Taejongdae Tour

บรรยากาศระหว่างทางดูได้จากรูปได้เลยครับ ^_^

โปรแกรมที่สอง คือ วัดแฮดอง ยงกุงซา เป็นวัดริมทะเล สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1376 สมัยราชวงศ์โครยอ

ผมเลือกใช้บริการรถแท๊กซี่เดินทางไปวัดครับ

ถึงวัดเรียบร้อยแล้วจ้า วิวสวยมากเลยย

อาหารมื้อเย็นวันนี้ คือ หมูย่างเกาหลี หน้าตาน่าทานดีไหมเอ่ยย

โปรแกรมสุดท้ายของเราวันนี้ คือ หาดแฮอึนเด เป็นหาดที่สวยงามหาดหนึ่งของเมืองปูซาน ลมเย็นนั่งชิวๆเลยจ้า

มาง่ายๆ ด้วย MRT สายสีเขียวลงสถานี Haeundae exit 3
แล้วเดินตามลูกศรไปประมาณ 400 เมตร

ขอบคุณข้อมูลเว็บ http://korea-guides.blogspot.com/2012/04/haeundae_23.html

เดินทางวันที่หก

เดินทางวันนี้ ต้องกลับโซลกันแล้ว ถึงโซลตอนเที่ยงเข้า ที่พัก Gallerya Hotel

โปรแกรมแรกวันนี้ คือ เที่ยวไร่สตรอเบอรี่ Uncle Strawberry’s Farm ขึ้นรถโดยสารไป Nonsan ที่ Dong Seoul Bus Terminal. รอบ 14.20 น. ใช้เวลาเดินทาง 2.20 ชั่วโมง แล้วนั่งแท๊กซี่ 10-15 นาทีครับ

เนื่องจากเหนื่อยจากการเดินทางจากปูซาน มาโซล แล้วเดินทางไป เที่ยวไร่สตรอเบอรี่ Uncle Strawberry’s Farm เดินทางกลับโซล หมดแรงเลยครับ

เดินทางวันที่เจ็ดวันสุดท้าย

อาหารมื้อเช้าวันสุดท้ายและเป็นมื้อสุดท้ายของการมาเกาหลีรอบนี้ คือ ไก่พะโล้ อร่อยมากครับ

หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวไปสนามบินอินชอนแล้วครับ

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เดินทางกลับกรุงเทพ เป็นอันจบทริปเกาหลีนี้แล้วครับ ^__^

หน้าแรกเที่ยวเกาหลี (9758)

Page 3 of 41234

จองโรงแรมราคาถูก

Travel TV