Menu
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
Search

การเดินทางไปญี่ปุ่น

การเดินทางไปญี่ปุ่น

45 วันก่อนเดินทาง

ควรวางแผนวันที่จะไปท่องเที่ยว ทำหนังสือเดินทาง ตรวจสอบสายการบินสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อจองตั๋ว

  • การทำหนังสือเดินทาง (Pass sport)

สามารถทำได้สะดวกมากครับ ถ้าพูดแบบย่อ คือ แค่นำบัตรประชาชน แล้วไปทำตามสถานที่ที่ระบุให้ทำได้ ซึ่งดูได้จาก เว็บกรมการกงสุล ได้เลยครับ แล้วชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท จากนั้นก็สามารถรอรับทางไปรษณีย์ หรือไปรับได้ด้วยตัวเองได้ตามสะดวกครับ หากไปรับเองประมาณ 3 วัน หากส่งทางไปรษณีย์ใช้เวลาประมาณ อาทิตย์นึงครับ ยังไงเผื่อเวลาทำก่อนการเดินทางจะดีมากครับ ^^

  • สายการบินสู่ประเทศญี่ปุ่น

สามารถตรวจสอบสายการบินสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อจองตั๋ว ได้จาก http://www.teawmun.com/?p=1871

30 วันก่อนเดินทาง

หลังจากได้กำหนดการวันเดินทางเบื้องต้นแล้ว ก็ต้องเตรียมเอกสารขอวีซ่ากันแล้วครับ

ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่า สามารถดูรายละเอียดแบบละเอียดได้ใน http://www.jp-vfsglobal-th.com/thai/ ครับ

หรือดูรายละเอียดที่ผมยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

หรือดูรายละเอียดจากคลิปนี้ได้ ดีมากเลยครับ

20 วันก่อนการเดินทาง

หลังจากได้วีซ่ามาแล้ว ครั้งนี้ผมเลยวางแผนเริ่มต้นเดินทางได้ครับ

ซื้อตั๋วเครื่องบินตามสายการบินสู่ประเทศญี่ปุ่นที่เราเลือกไว้

การซื้อตั๋ว JR Rail Pass ค่อนข้างจะคุ้มค่ามาก เนื่องจากการเดินทางหลักๆในประเทศญี่ปุ่น คือ รถไฟฟ้าใต้ดิน และส่วนใหญ่เส้นทางระหว่างเมืองจะสามารถใช้ Jr ได้ครับ ซึ่งสามารถตรวจสอบตารางเดินทางได้ที่ http://www.hyperdia.com/en/ ซึ่งจำเป็นมากในการวางแผนเดินทาง ซึ่งสามารถใช้ได้ครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้เดินทางไปครั้งแรก ผมแนะนำให้ซื้อไปเลยแบบไม่ต้องคิดมากครับ ราคา 28,300 YEN ต่อ 7 วัน แบบ Oridinary สามารถจองตั๋วที่นั่งได้ครั้งเดียวเท่านั้น

วิธีสำรองที่นั่งที่ช่องหน้าต่างสีเขียว (TICKET OFFICE)

หมายเหตุ : เมื่อที่นั่งสำรองเต็ม ท่านก็ยังสามารถใช้บริการที่นั่งแบบไม่สำรอง (ตั๋วชนิดที่ไม่ระบุที่นั่ง) ซึ่งในกรณีนี้จะไม่มีการคืนค่าสำรองที่นั่ง การสำรองต้องทำาหลังจากที่ได้บัตร JR Pass แล้ว และไม่อาจสำรองจากนอกประเทศได้ นอกจาก JR EAST SHINKANSEN สำรองผ่าน
website : http://jreast-shinkansen-reservation.eki-net.com
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เจอาร์อีสพาส ดูรายละเอียดได้ที่ www.jreast.co.jp/e/ ส่วนบริษัทที่จำหน่าย JR Rail Pass สามารถตรวจสอบจาก http://www.yokosojapan.org/flight/index.php

การใช้เว็บ hyperdia ตรวจสอบเวลารถไฟที่ญี่ปุ่น ดูจากได้รายละเอียด http://www.teawmun.com/?p=1879

เพื่อตรวจสอบว่ารถไฟขบวนไหนสามารถใช้ตั๋ว JR Rail Pass ได้หรือไม่ได้

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน JR East

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินโตเกียว

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินเกียวโต

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินโอซาก้า

เตรียมแผนการท่องเที่ยว ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ทั้งในเว็บไซต์ และหนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นครับ ส่วนตัวผมแนะนำหนังสือ jr pass ใบเดียว เที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น เล่มนี้เลย เขียนไว้เป็นสัดส่วนแยกตามเมือง มีแผนที่ประกอบในเล่ม แจ่มครับรับประกัน

จองที่พัก ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ผมเลือกใช้บริการจองผ่าน agoda.com เว็บนี้ โดยตามโปรแกรมผมจะเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน คือพักที่โตเกียว 3 คืนแรก พักที่โอซาก้า 2 คืนถัดไป และพักที่นาริตะ ในคืนสุดท้าย

10 วันก่อนเดินทาง

สภาพอากาศและการแต่งตัว ญี่ปุ่นประกอบด้วย 4 ฤดู ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว สภาพอากาศและการแต่งกายก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ช่วงที่ร้อนที่สุดในรอบปีคือเดือนสิงหาคม ช่วงที่หนาวที่สุดในรอบปีคือ เดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนไปและก่อนจัดเสื้อผ้าในการเดินทาง จากเหนือสุดสู่ใต้สุด อุณหภูมิจะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ยกเว้นที่เกาะโอกินาว่า ที่อุณหภูมิอบอุ่นตลอดปี ดังนั้นควรเช็คสถาพอากาศของญี่ปุ่นก่อนการเดินทาง www.jnto.go.jp/weather/eng/index.php?lang=1 ส่วนการแต่งตัวสามารถตรวจสอบได้จากเว็บ http://www.yokosojapan.org/self_travel/10days.php#1

ข้อมูล Wi-Fi ทั่วประเทศญี่ปุ่น ศึกษาข้อมูลจาก http://www.yokosojapan.org/event/sep12-02.php หรือท่านใดไปเที่ยวด้วยตัวเองผมแนะนำให้เปิด Internet Roaming จากเมืองไทยไว้เลยครับอย่างน้อย 1 คน เพราะสามารถตรวจสอบตารางเดินรถไฟฟ้าทั่วญี่ปุ่น จาก Hyperdia ในเว็บหรือใน APP ของมือถือ และจำเป็นมากหากท่านต้องการเดินทางด้วยตัวเอง

การเดินทางในประเทศ เนื่องจากรถไฟฟ้า ค่อนข้างครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งรวมถึงการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองด้วยครับ ผมเลยนำข้อมูลสถานีรถไฟฟ้ามาให้ดาวน์โหลดกันครับ ^^

  • JR East Line แผนที่รวมถึง JR Station รอบโตเกียวด้วยครับ
  • Tokyo แผนที่สถานีรถไฟฟ้า Tokyo Metro-Toei Subway ไม่รวม JR Station
  • Osaka แผนที่สถานีรถไฟฟ้าทั่วเมืองโอซาก้า พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวใน Osaka Unlimited Pass
  • Kyoto แผนที่สถานีรถไฟฟ้า พร้อมสถานีรถเมล์ทั่วเมืองเกียวโต

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ควรแลกเงินเยน ก่อนเดินทางจะดีมากครับ ซึ่งอัตราการแลกเปลี่ยนในประเทศไทยจะได้ราคาดีกว่าไปแลกในญี่ปุ่น ซึ่งหากท่านสะดวกแลกเงิน แนะนำ Superrich เลยครับ จะได้อัตราการแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด แต่ท่านใดไม่สะดวกไปแลกที่ดังกล่าว สนามบินสุวรรณภูมิก็มีให้แลกครับ อัตราจะอยู่ประมาณ 100 เยน ต่อ 40 บาทได้ครับ ซึ่งถ้าจะเที่ยวให้ครบทุกที่รวมค่าชอปปิ้งด้วย แลกไปประมาณ 40,000- 50,000 เยนต่อ 7 วันครับ ค่อนข้างเหลือเฟือครับ เนื่องจากที่พักเราจ่ายจากเมืองไทยไปแล้ว แต่ถ้าไม่รวมคงต้องแลกเผื่อไว้หน่อยครับ เหลือดีกว่าขาดครับ ส่วนถ้ามีคนฝากซื้อของกลับมาเยอะ ก็ต้องแลกเผื่อไว้ซักหน่อยครับ แล้วแต่ปริมาณและราคาของที่ฝากซื้อครับ ^^

การประกันภัยระหว่างการเดินทาง

การประกันภัยระหว่างเดินทาง ก่อนออกเดินทางจากประเทศไทย กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุโดยทั่วๆ ไป จะครอบคลุมไปจนถึงทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย และประกันความเสี่ยงชนิดอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง ซึ่งมีหลายบริษัทรับทำประกันภัยระหว่างเดินทางต่างประเทศ เช่น กรุงเทพประกันภัย, บูพาประกันภัย, นิวแฮมเชอร์ประกันภัย

ปลั๊กไฟในญี่ปุ่น ***ข้อมูลขอขอบคุณเว็บ http://www.yokosojapan.org ครับ
กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่น ตามบ้านเรือนทั่วๆ ไป ใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลต์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีความถี่สองขนาด คือ ภาคตะวันออก เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า ใช้ 50 เฮิร์ช ภาคตะวันตก เช่น เกียวโต โอซาก้า นารา ใช้ 60 เฮิร์ช โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมีปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลต์ ให้ใช้แต่เต้าเสียบ มักจะใช้ชนิดสองขาเแบบแบนเท่านั้น โรงแรมมีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ให้ใช้ฟรี แต่ในโรงแรมใหญ่ๆ บางแห่งจะมีเครื่องเป่าผมให้ใช้ฟรีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ จะต้องเช่า

หมายเหตุ : โปรดระลึกไว้เสมอว่า
• ไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น ต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเสมอ ร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง “โอชิโบริ” เท่านั้น (ผ้าร้อนเช็ดมือ)
• ส้วมสาธารณะตามริมถนน หรือในสถานีรถไฟ มิใช่จะมีกระดาษชำระหรือกระดาษเช็ดมือไว้บริการทุกแห่งเสมอไป
• โรงแรมระดับดีอาจจะมีอุปกรณ์ใช้ส่วนตัวบางอย่างให้ใช้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเช่าได้แก่ เครื่องเป่าผม และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า
• น้ำก๊อกในญี่ปุ่นทุกแห่งปลอดภัยดื่มได้ น้ำแร่มีจำหน่ายทั่วไป

การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษีเข้าประเทศญี่ปุ่น

การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษี ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ สามารถนำเข้าไปในญี่ปุ่นได้โดยปลอดภาษี นอกจากนี้ สิ่งของที่ยังสามารถนำเข้าโดยปลอดภาษีคือ บุหรี่ 400 มวน ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวน เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 3 ขวด น้ำหอม 2 ออนซ์ ตลอดจนของที่ระลึก ซึ่งตีราคารวมกันแล้วไม่ถึง 200,000 เยนหรือเทียบเท่า บุคคลที่อายุยังไม่ถึง 19 ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่หรือเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์

การขอใบภาษีคืน (Tax Refund)

การขอใบภาษีคืนที่ญี่ปุ่นสามารถขอเวลาไปกินข้าวตามร้านอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ซื้อของฝากจากร้านต่างๆ ได้เกือบทุกท่าน ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “Ryo Sho Syo” ซึ่งถ้าบอก Tax Refund กับคนญี่ปุ่นอาจจะงงได้ ซึ่งโดยทั่วไปต้องระบุชื่อ โดยให้ กรอกนามสกุลแล้วตามด้วยชื่อ ที่ระบุตามพาสปอร์ตเท่านั้นครับ

สถานที่ขอเงินคืน อันนี้สำคัญมาก เพราะที่สนามบินนาริตะไม่มีนะครับ ผมโดนมาจากประสบการณ์ตรงมาแล้ว ต้องขอเงินคืนตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่รับ Tax Refund เท่านั้น ซึ่งใน Tokyo Station ห้างอิออน ตรงนาริตะ มีครับ

หน้าแรกเที่ยวประเทศญี่ปุ่น (1952)

Leave a Reply

จองโรงแรมราคาถูก
Travel TV