เที่ยว Count Down 2018 มาเลเซีย

เที่ยว Count Down 2018 มาเลเซีย

วางแผนเดินทางกันก่อน

แผนการเดินทาง ครั้งนี้วางแผน Count Down 2018 มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน โดยออกเดินทางวันที่ 30 ธันวาคม 2560 กลับประเทศไทย 1 มกราคม 2561 ทำให้ต้องหาที่เที่ยววันแรกกันซะก่อน หวยเลยไปออกที่เมืองมะละกา โดยที่พักจองแบบชิวๆริมแม่น้ำ บรรยากาศดีมาก

โจทย์ที่ท้าทายภารกิจทริปนี้ หาข้อมูลสถานที่Count Down 2018 เด่นสุดเห็นจะเป็นบริเวณตึกแฝดเปโตรนาส ซึ่งจะไปยืนท่ามกลางผู้คนจำนวนมากคงไม่ไหว เลยหาที่พักจากเว็บ Travaloka โดยเลือกที่พักใกล้มันซะเลย ให้เห็นวิวพลุปีใหม่ ในราคาที่ไม่แรงมาก

ซึ่งเลือกและดูข้อมูลมากพอสมควร เลยตัดสินใจเลือกโรงแรม อิมเพียน่า เคแอลซีซี โฮเต็ลแอนด์สปา โรงแรมสี่ดาวในราคาหลักสองสามพันนิดๆเอง ผมถือว่าโอเคมากเลย มีทั้งอาหารเช้า สระว่ายน้ำ และฟิสเนส แถมภายในห้องมีอ่างอาบน้ำด้วย ถือว่าค่อนข้างครบทีเดียว

การเดินทางเข้าตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์

เนื่องจากทริปนี้ ผมลงเครื่องที่สนามบิน KLIA2 ต้องนั่งรถไฟเชื่อมต่อมายังสนามบิน KLIA เพื่อเอากระเป๋าและผ่านขั้นตอนทางด้านตรวจคนเข้าเมือง แล้วเดินทางไปที่เมืองมะละกาก่อน เลยทำเป็นข้อมูลคร่าวๆให้ท่านที่ต้องการเดินทางเข้าตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์กันครับ หลักมี 2 วิธี

อย่างแรก  รถไฟความเร็วสูง

ก่อนอื่นแนะนำแผนที่การเดินทางด้วยรถไฟในกรุงกัวลาลัมเปอร์กันซักหน่อย ซึ่งรถไฟความเร็วสูง คือ แถบสีบานเย็น มีีรถไฟ 2 แบบ คือ

KLIA Ekspres Fares
KE Fares

Enjoy a 10% discount when you buy your KLIA Ekspres tickets online, through our mobile app or the self-service kiosk.

KLIA Transit Fares
KT One-way Fares

Return Trip fare is available at twice the one-way fare, except for KL Sentral-KLIA/KLIA2 sector at RM100 (Adult)/RM45 (Child).

ตารางการเดินรถของ KLIA Ekspres จาก KL Sentral เริ่มตั้งแต่ 05:00 – 00:30 และจาก KLIA เริ่มตั้งแต่ 05:00 – 01:00 ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 28 นาที

ชั่วโมงเร่งด่วน จันทร์ – ศุกร์ : 06:00 – 09:00, 16:00 – 22:00 จะวิ่งออกทุก ๆ 15 นาที นอกนั้นและเสาร์ – อาทิตย์จะออกทุก ๆ 20 นาที หลังเที่ยงคืนจะออกทุก ๆ 30 นาที

อย่างที่สอง รถโดยสารประจำทาง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทครับ

Express Coach (KLIA – KL Sentral – KLIA)

Other Services

KLIA/klia2 to / from Batu Pahat


แผนที่เที่ยวเมืองกัวลาลัมเปอร์

แผนที่เที่ยวเมืองมะละกา

เดินทางวันแรก

ออกเดินทางจากกรุงเทพ ที่สนามบินดอนเมือง โดยสายการบิน Malindo Air บินตรงสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แนะนำนะ โหลดกระเป๋าฟรี มีอาหารรับประทานบนเครื่อง แถมราคาไม่แพงมากครับ

ทำการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินชอปปิ้งดิวตี้ฟรีที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องกันครับ

ได้เวลาอันสมควร เดินขึ้นเครื่องที่ Gate 24 เพื่อเดินทางไปกรุงกัวลาลัมเปอร์กันจ้าา

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงสนามบิน KLIA 2 สนามบินใหม่และสวยงามมาก เป็นครั้งแรกที่มาลงสนามบินนี้

ซึ่งต้องนั่งรถไฟไปเอากระเป๋ากันอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ต้องไปผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วยจ้าา

หลังจากเอากระเป๋ากันที่เรียบร้อย เตรียมตัวไปมะละกากันครับ เดินไปสุดทางจะเจอท่ารถไปมะละกา แต่เจ็บใจมาไม่ทันรอบ 11.45 น. เพราะคนเต็มแล้วเลยต้องรอยาวๆถึงบ่ายสองกันเลย

ระหว่างรอรอบรถ หาอะไรรองท้องกันในสนามบินนี่แหละ เดินกลับมาทางเดิมหาร้านกินที่ร้าน Warung Kori นั่งกินขนมปังกรอบ จิมชา ชมบรรยากาศนอกร้าน

เผลอแปบเดียวก็ได้เดินทางกันแล้วจ้า ค่าตั๋วคนละ 35 RM แพงหน่อย แต่ที่นั่งเป็นเบาะสามที่นั่ง ไม่มีน้ำ ไม่มีขนมแจกเป็นรถ ต้องซื้อไปตุนกันเองนะจะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ก็เดินทางมาถึง สถานีขนส่งมะละกา ครับ

ถึงสถานีขนส่งมะละกา เดินสำรวจจองตั๋วรถทัวร์กลับกรุงกัวลาลัมเปอร์พรุ่งนี้เป็นอย่างแรก เดินหาไม่ยากครับ เดินไปตามทางที่เขียนไป interstate อย่างเดียวครับ

แล้วหาช่อง 20 ก็จะได้ตั๋วมาในราคา 10 RM ซึ่งถูกกว่าตอนมาตั้งเยอะแหนะ แอบงงเล็กๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ คิดซะว่าขามารถดีกว่าละกันจะได้สบายใจ 555

ซื้อตั๋วกันเสร็จเรียบร้อย นั่งรถเมล์สาย 17 เพื่อยังไปตัวเมืองมะละกา ปรากฏคนรอคิวเพียบ เลยลองเล่นแอบ Grab เพื่อเรียก Grabcar ปรากฏว่าใช้งานได้จ้าา ราคา 7 RM ส่งข้อความถามผ่านแอปได้ด้วย ไหนๆก็เปิดโรมมิ่งมาแล้ว ใช้ให้คุ้มเลย อันนี้แนะนำใช้ดีกว่าขึ้นแท๊กซี่แถวๆนั้น ถามราคามา 20 RM เลยแหละ

นั่งรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรม River song residence กันซักที แอบเหนื่อยนิดนึง เก็บข้าวเก็บของอาบน้ำนอนพักแบบยาวๆกันนิดนึง โรงแรมติดริมน้ำเลย บรรยากาศดีเลยทีเดียว

พักกันจนหายเหนื่อย ได้เวลาเดินเล่นตอนกลางคืนกันที่ Jonker walk ถนนคนเดินสุดชิกของเมืองมะละกากันแล้วจ้า มีทั้งของขายให้เลือกซื้อมากมาย อาหารการกินทั้งธรรมดา อาหารทะเล มีให้เลือกมากมายเช่นกันจ้า

เดินมาได้ซักพักใหญ่ หิวแหละครับ หาอะไรกินกันดีกว่า เรื่องร้านไม่น่าจะเป็นปัญหา ร้านเพียบ แต่ปัญหาที่ยากคือการหาที่นั่งจ้า เดินไปเจอที่นั่งเลยตกลงปลงใจกินมันร้านนี้นี่แหละ จัดไปเต็มๆเลยครับป๋ม

เริ่มต้นด้วยเต้าหู้ทอด รสชาติแปลกๆ ต่อด้วยกุ้งอบซอส อันนี้พอไปได้ แล้วต่อด้วยหอยขาว และปลาหมึกผัดพริกเผา รสชาติโอเคทั้งสองเลย ตบท้ายด้วยหอยแครงลวก คิดค่าเสียหายแพงอยู่เหมือนกันประมาณ 70-80 RM คิดถึงอาหารทะเลที่ประเทศไทยเลย

เดินกลับหลังจากกินข้าวมาที่โรงแรมอาหารย่อยพอดี เลยนั่งชิวริมน้ำหลังโรงแรมกันซักหน่อย บรรยากาศยอดเยี่ยมไปเลย

เดินทางวันที่สอง

ตื่นเช้ามาวันที่สอง มีเวลาเดินเที่ยวชมเมืองมะละกากันเล็กน้อย ก่อนเดินทางกลับกัวลาลัมเปอร์รอบเที่ยงครึ่งครับ มาเริ่มเดินชมตึกอาคารบ้านเรือนริมเท้า บรรยากาศชิวดีมากครับ

เดินมาถึง จัตุรัสดัชสแควร์ โบสถ์และน้ำพุุ เป็นแลนด์มาร์คประจำเมืองมะละกาครับ

แล้วสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมันก็เกิดขึ้น คือฝนตกจ้าา วิ่งหลบฝนกันใกล้ๆ เลยแวะเข้าไปกินเค้กที่ร้านใกล้ริมแม่น้ำกันครับ บรรยากาศจะหรูๆหน่อย แต่เค้กอร่อยดี เป็นที่หลบฝนที๋โอเคมากครับ

กว่าฝนจะหยุดตกก็ใกล้เวลาเดินทางกลับกันแล้ว ต้องรีบกลับไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ก่อนเดินทางกลับที่พัก ผ่าน Street art เลยแวะถ่ายรูปกันนิดนึง

เรียก Grabcar มาที่สถานีขนส่งมะละกา เกือบไม่ทันเวลา รีบมาที่ชานชาลา 17 เพื่อขึ้นรถกลับกรุงกัวลาลัมเปอร์กันครับ

ใช้เวลาเดินทางกลับมาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงสถานีขนส่ง TBS จากนั้นต่อรถไฟความเร็วสูงเข้ากรุงกัวลาลัมเปอร์กันจ้า

ในที่สุดก็เดินทางถึงโรงแรมขอเราในวันนี้โรงแรม อิมเพียน่า เคแอลซีซี โฮเต็ลแอนด์สปา โรงแรมสี่ดาวในราคาหลักสองสามพันนิดๆเอง เดี๋ยวผมพาชมห้องพักกันครับว่าจะดูดีแค่ไหนครับ

นอกจากห้องพักดูดี ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำแล้ว พอเปิดม่านออกมา วิวภายนอกยังดูดีทีเดียวจ้าา

เก็บข้าวของออกจากที่พักกันแล้ว วันนี้เราจองตั๋วเพื่อขึ้นชมตึกแฝดเปโตรนาสกันจ้าา แวะถ่ายรูปด้านนอกกันซักรูปสองรูปกันก่อนจ้า

ได้เวลานัดหมายขึ้นตึกแฝดแล้ว วันนี้หาทางเข้าค่อนข้างลำบาก ต้องเข้าผ่านห้าง Suria เนื่องจากวันนี้มีการจัดงานเคาน์ดาวน์ที่นี่ครับ

Checkin กันเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะพาขึ้นมาที่ชั้นที่เป็นสะพานเชื่อมของสองตึก ให้เวลาถ่ายรูป 15 นาที จัดไป…

เดินขึ้นมาชมวิวชั้นสูงขึ้นมาอีก ซึ่งสามารถชมวิวได้ 360 องศารอบตึกเลยจ้า

เที่ยวกันเสร็จเรียบร้อย เวลาเหลือเยอะมากสำหรับการรอเคาน์ดาวน์ เลยสำรวจภายในโรงแรมกันซักหน่อยว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มต้น SKY GYM ชั้นบนสุด เครื่องเล่นดีและค่อนข้างเยอะมากครับ แถมเห็นวิวตึกแฝดยามค่ำคืนด้วยครับ

เดินลงมาต่อชั้นสระว่ายน้ำ แต่เสียดายสระว่ายน้ำปิดให้บริการแล้วแต่ยังมีบาร์เปิดให้บริการพิเศษสำหรับคืนนี้ถึงตีหนึ่งจ้า

นอนบนเตียงริมสระว่ายน้ำนอนชิวรอเวลาไปเรื่อย จนถึงประมาณห้าทุ่มครึ่ง

เริ่มมีแขกเริ่มทะยอยมารอเคาน์ดาวน์กันครับ แต่พอดีเรานอนยาวแล้วเลยได้วิวแถวหน้าเลยจ้าา

จนถึงเวลานับถอยหลัง 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1

Happy New Year 2018 กันแล้วจ้าา พลุมาเต็มประมาณ 8-10 นาทีครับ

หลังจุดพลุเสร็จแล้ว แยกย้ายนอนตามระเบียบจ้าา เก็บแรงไว้เที่ยวต่อวันที่สุดท้ายกันจ้า

เดินทางวันที่สาม

เช้าวันที่สาม ตื่นมาก็สิบโมงกันแล้ว ล้างหน้าล้างตาลงมากินบุฟเฟต์อาหารเช้ากันที่โรงแรมกันจ้า เป็นบุฟเฟต์นานาชาติ มีให้เลือกหลากหลายมากเลยครับ

กินข้าวเสร็จขึ้นไปอาบน้ำเก็บของ Check Out ออกจากโรงแรมไปสนามบินเพื่อเอากระเป๋าไป Checkin แล้วไปเที่ยวกันจ้า เรียก Grabcar มารับถึงหน้าโรงแรม ค่าโดยสาร 70 RM หลับตลอดทางจ้าา ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงสนามบิน KLIA แล้วจ้า

ถึงสนามบินแล้ว หาร้านอาหารรองท้องก่อนขึ้นเครื่องกันซักหน่อย หวยเลยมาออกร้าน Old Town White Coffee

เมนูมีทั้งข้าวและก๋วยเตี๋ยวให้เลือกกันจ้า และเด็ดสุดน่าจะเป็นเมนูเครื่องดื่ม Signature ประจำร้าน อร่อยฟินจริงๆ

สำหรับวันนี้เราเลยสั่งเมนู A16 และเครื่องดื่ม WC8 หน้าตาอาหารเลยออกมาประมาณนี้จ้า

หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำการ Checkin แล้วจะออกไปตระลอนทัวร์กัน ปรากฏว่าเจอฝนจ้า แผนพังไม่เป็นท่าเลย รอเครื่องอยู่สี่ชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้นเครื่อง เลยทำให้เดินทางทริปนี้ก็สิ้นสุดลงแค่นี้จ้าา

ยังไงติดตามกันต่อนะครับ โปรแกรมทริปหน้าจะเป็นที่ไหน ติดตามอ่านกันต่อครั้งต่อไปได้ที่

Facebook : http://www.facebook.com/TeawMuNDotCom
Website : www.teawmun.com

หน้าแรกเว็บ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.