เที่ยวต่างประเทศ

เที่ยว ดิสนีย์ซี สกีรีสอร์ท ฟูจิ นาโกย่า สนุกสุดมันส์

เที่ยว ดิสนีย์ซี สกีรีสอร์ท ฟูจิ นาโกย่า สนุกสุดมันส์

ทริป เที่ยว ดิสนีย์ซี สกีรีสอร์ท ฟูจิ นาโกย่า สนุกสุดมันส์ ได้วางแผนเที่ยว 5 วัน 4 คืน โดยวางแผนพักโตเกียว 2 คืน พักบนรถที่เดินทางจากโตเกียวไปนาโกย่า 1 คืน และพักที่นาโกย่าอีก 1 คืน และตั้งใจจอง JR Tokyo Wide Pass เที่ยวครบทั้งสกีรีสอร์ท และชมภูเขาไฟฟูจิ ที่คาวากูชิโกะ ส่วนทริปจะสนุกสุดมันส์ยังไง ติดตามชมกันจ้าา

เริ่มต้นการเดินทาง

การเดินทางด้วยสายการบินไลออนแอร์ เดินทางจากสนามบินดอนเมือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินนาริตะกันเป้นที่เรียบร้อยแล้วจ้า

พอผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ต้องไปซื้อ JR Tokyo Wide Pass แบบ 3 วัน ที่สามารถขึ้นรถไฟ JR ได้ตั้งแต่สนามบินนาริตะเพื่อเข้าเมือง และรถไฟชินคันเซนไปสกีรีสอร์ท และรถไฟแบบต่อเดียวถึงสถานีคาวากูชิโกะ ในราคาหลักพัน ถือว่าคุ้มค่ามากครับ

เดินทางเข้ากรุงโตเกียว ด้วยรถไฟ NEX รถไฟด่วนพิเศษใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงจ้า

ภาระกิจแรกคือเดินทางไปโรงแรมเพื่อฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วไปเที่ยวต่อกันที่โตเกียวดิสนีย์ซีกันจ้าา

โรงแรมที่เลือกพักที่กรุงโตเกียวสองคืนแรก คือ APA Hotel Nihombashi Bakurocho-Ekimae

สถานที่ตั้ง
1. ใกล้สถานีรถไฟ Jr สถานี Bakurocho ซึ่งนั่งต่อเดียวจากสถานี Tokyo
2. ใกล้รถไฟใต้ดิน สถานี Bakuroyokoyama นั่งต่อเดียวจากสถานี Shinjuku

เป็นโรงแรมราคาประหยัดแต่คุณภาพมาเต็ม ราคาเริ่มต้นไม่ถึง

สองพัน ห้องเล็ก แต่มีครบทั้งอ่างแช่ตัว มีเครื่องทำน้ำแข็ง ไมโครเวฟกลาง อีกทั้งมีอาหารเช้าให้บริการด้วย

เนื่องจากทางโรงแรมมีอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์ในราคา 880 เยน ซึ่งถือว่าราคาไม่แพง และสามารถกินได้ไม่อั๊นเลยจ้าา

อาหารโรงแรมมีให้เลือกหลากหลาย ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคามากเลยครับ

หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วนะครับก็ไปเที่ยวต่อที่โตเกียวดิสนีย์ซีต่อกันจ้าา

โดยที่ต้องลงรถไฟที่สถานี Maihama แล้ว ต่อรถรางไปที่สถานีโตเกียวดิสนีย์ซีกันครับ

เนื่องด้วยก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น จองตั๋ว ผ่านเว็บ traveloka ซึ่งผิดที่ทางเราเอง ไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขตอนแรก คือ ต้องมาเอาตั๋วก่อน 14.00 น. แต่เนื่องจากเนื่องรอมาไม่ทันนะครับทำให้ต้องทิ้งตั๋วที่จองไว้แล้วก็ซื้อตั๋วใหม่นะครับ

ดังนั้นจึงอยากแนะนำเพื่อนๆนะครับให้มาซื้อตั๋วที่หน้าเคาน์เตอร์เลยนะครับ ซึ่งราคาไม่ได้แตกต่างกันมากนะครับ โดยค่าเข้าชม แบ่งเป็น 5 ช่วงราคา ตามนี้นะครับ
ผู้ใหญ่ 18 ปีขึ้นไป 7500 เยน
เด็กโต 12-17 ปี 6500 เยน
เด็กเล็ก 4-11 ปี 4900 เยน
ผู้ใหญ่อายุเกิน 65 ปี 6800 เยน
เด็กต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี

แผนที่ดูจากลิ้งก์ได้เลย
https://media2.tokyodisneyresort.jp/…/download/map/S_EN_map…

ทุกอย่างพร้อมแล้วไปเที่ยวกันครับ โดยการเที่ยว สวนสนุก Tokyo Disneysea สามารถเดินทางมาลงสถานี Maihama แล้วซื้อตั๋วรถรางมายัง Tokyo Disneysea ได้เลย สะดวกมากๆ

บรรยากาศภายในรถ Monorail น่ารักมากเลย

ถึงสถานีเดินออกมาทางซ้าย เพื่อซื้อตั๋วเข้าชม แล้วเดินเข้า สวนสนุกได้เลย

จุดแรกที่จะพบคือลูกโลกที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปคู่กับมันจ้า ไม่ถ่ายรูปเชคอินเหมือนมาไม่ถึง Disneysea น้า

เข้ามาโซนแรก เจอทางเริ่มต้นความสนุกแล้ว ก่อนอื่นต้องหาที่คาดหัวน่ารักๆ กันก่อนจ้าา

โซนแรก Mediterranean Harbor แค่บรรยากาศโซนแรกก็สัมผัสได้แล้วว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่มาเที่ยว Disney sea

เดินเข้าโซน American Waterfront ขนาดอาหารยังจัดว่าเป็นอเมริกันแบบชัดเจน เข้ากับโซนจริงๆ รวมถึงกลิ่นอายของ Newyork ด้วยรถรางน่ารักๆ ให้นั่งชมวิวกัน

เดินขึ้นมานั่งรถรางเล่นกันก่อน ขึ้นมาบนสถานี เจอผนังตกแต่งเกร๋ๆ สไตล์อเมริกันมากเลย

นั่งชิวๆ วิวสองข้างทางเห็นทั้งสวนสนุกเลย เป็นประสบการณ์ที่ห้ามพลาด เรือไททานิคก็มาจ้า เสียดายรอบนี้ไม่ได้ถ่ายใกล้ๆ

ผ่านโซน Port Discovery มาลงสุดสถานี มาเที่ยวต่อที่โซน Mysterious Island

เครื่องเล่น 20000 Leagues คิว 15 นาทีเอง เล่นๆๆกัน ลงมาจะเจอเครื่องแบบเรือดำน้ำ ดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเล สมจริงมากๆ ไม่หวาดเสียว แต่ทำได้ค่อนข้างสมจริงมากก

เดินออกไปยังโซน Mermaid Lagoon ได้กลิ่นป๊อบคอร์น อดทนเดินทางถึงโซน Mermaid Lagoon กัน เดินเข้าไนด้านในเจอเทพแห่งน้ำคอยต้อนรับ เครื่องเล่นก็เยอะใช้ได้ แต่ไม่ได้เล่นซะอย่างเลย

เดินไปต่อโซน Arabian Coast เข้ามาแล้วขอบอกว่าโซนนี้มุมถ่ายรูปเยอะมาก จัดไปยาวๆสำหรับโซนนี้ ตกแต่งได้สุดจริงๆ

ถ่ายรูปกันโซนนี้ เพลินทีเดียว บวกกับเล่นเครื่องเล่นด้วย ทำให้ใช้เวลากับโซนนี้เยอะทีเดียว จนมืดค่ำตะวันตกดินแล้ว เดินออกมาค่ำมืดกันนิดนึง ตอนแรกกะรอดูการแสดง แต่ร่างกายบอบช้ำมาก

รูปสุดท้ายก่อนออกจาก Tokyo Disney Sea ขอบอกว่าดีกว่าที่คิดไว้เยอะมากๆ สำหรับคนที่เคยไป Disneyland ทั้งฮ่องกง และญี่ปุ่นแล้ว อยากให้ลองเปิดใจมาเที่ยว Tokyo Disney Sea กันแล้ว

การเดินทางวันที่สอง เดินทางด้วยรถไฟชินคันเซนจากสถานี Tokyo Station เพื่อไปเล่นสกีรีสอร์ทที่สถานี Gala Yuzawa ใช้เวลาเดินทาง 92 นาที

เดินขึ้นมาจากสถานีจะเชื่อมกับสกีรีสอร์ทเลย ทำการซื้อตั๋ว GONDOLA 1800 YEN เช่า SLEDBOARD 1500 YEN และตั๋วกระเช้าขึ้นไปด้านบนสุด ซึ่งต้องเช็คอากาศหรือหิมะด้านนอกก่อนนะครับ ถ้าหิมะตกหนักมาก ไม่แนะนำให้ซื้อนะครับ เดี๋ยวจะมาบอกเหตุผลว่าทำไม ติดตามอ่านกันนะครับ

ขั้นตอนการใช้บริการ Gala Yuzawa Ski Resort 1) กรอกแบบฟอร์ม 2) วัดขนาดรองเท้า 3) เอาแบบฟอร์มไปแลกรองเท้าและอุปกรณ์เช่าเครื่องเล่นสกี สำหรับท่านที่เช่าถาดเลื่อนต้องนำแบบฟอร์มติดตัวขึ้นไปแลกด้านบนนะครับ

ที่นี่มีลอคเกอร์ให้เช่าเก็บของจากด้านล่างนี้เลยครับ ถ้าต้องการเก็บของใหญ่ก็เข้าห้องรวมได้เลยครับ

เก็บทุกอย่างเรียบร้อย ได้เวลาเล่นหิมะด้านบนกันแล้วจ้า เดินต่อไปยังจุดขึ้นกระเช้าด้านบนกันเลยครับ ขอบอกว่าเป็นกระเช้าที่วิวดีหิมะสวยมากเลย

ถึงด้านบนแล้ว จะเป็นเหมือนจุดพักและร้านอาหารให้สำหรับนักเล่นสกี ยังเป็นจุดเช่า Slad Board และแนะนำให้เช่าหน้ากากเพิ่ม 3500 เยน อันนี้สำคัญมาก

หลังจากรับประทานเสร็จแล้ว ได้เวลาสนุกกับหิมะด้านนอกอาคารแล้วหละสิ ตอนแรกตั้งใจจะขึ้นไปชมวิวกันด้านบนก่อน เลยตัดสินใจขึ้นกระเช้าต่อไปด้านบน แต่ระหว่างขึ้นไป ปรากฏว่าหิมะตกหนักมาก จนต้องยอมแพ้กับอากาศที่หนาวเหน็บลงไปเล่น Slad Board ด้านล่างแต่โดยดี

เล่นหิมะกันเป็นเวลาสมควร เรียกได้ว่า หนำใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวเดินทางกลับโตเกียวกัน โดยจุดหมายต่อไปคือเที่ยวย่านอาซากุสะกัน

เดินทางไปเที่ยวต่อย่านอาซากุซะ ทั้งถนนคนเดินหน้าวัดเซนโซจิ และเดินเที่ยวถ่ายรูปวัดเซนโซจิ บรรยากาศเย็นสบายๆ เหมาะแก่การเดินเที่ยวมากเลยครับ

หลังจากเดินเล่นวัดเซนโซจิกันเป็นที่เรียบร้อย ท้องเริ่มหิว หาร้านอร่อยใกล้ๆในมือถือ ไปเจอร้านที่เรียกว่าเป็นร้านอาหารทะเลทีเด็ดเลย ร้าน Isomaru Suisan Bar (อิโซมารุ ซุยซัง บาร์) สาขา Asakusa อยากรู้อาหารน่ารับประทานแค่ไหน ไปดูกันเล๊ยย ใครอยากไปลองรับประทาน จองได้เลยจ้า

การเดินทางวันที่สาม

เช้าวันนี้ รับประทานอาหารที่โรงแรมเป็นที่เรียบร้อย เดินทางไปฝากกระเป๋าที่สถานี TOKYO STATION ค่าบริการ : ราคา 600 เยนต่อวัน / ค่าบริการ : ราคา 600 เยนต่อวัน
เวลาเปิดบริการ : 7:30 – 20:30 น. (ต้องมารับกระเป๋าก่อน 20:30 น.)

เดินทางไปสถานีคาวากูชิโกะ หลังจากฝากกระเป๋าแล้ว เดินทางต่อไปยังสถานีชินจูกุ เพื่อเดินทางต่อเดียวไปยังสถานีคาวากูชิโกะ โดยใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงแบบชิวๆ

ถึงสถานีคาวากูชิโกะ แล้ว ทำการซื้อตั๋วรถเมล์สีแดงแบบ Unlimited pass 1500 YEN และต่อขึ้นรถสายสีแดง ไปเที่ยวชมความสวยงามรอบภูเขาไฟฟูจิ

จุดแรกที่จะเดินไป ก็คือ Sightseeing Boat/Ropeway Ent. มีกระเช้าไฟฟ้า Kachi Kachi Ropeway มองเห็นวิวทะเลสาบคาวากุจิและภูเขาไฟฟูจิได้อย่างงดงาม สัญลักษณ์ของกระเช้านี้เป็นรูปกระต่ายที่มีประวัติเล่าขาน หรือใครที่อยากจะชมความงามอีกแบบหนึ่งก็มีเรือนำเที่ยวให้บริการเพื่อที่จะชมทัศนียภาพโดยรอบกลางทะเลสาบ

เดินทางกลับจากป้ายรถเมล์ด้านหน้าเพื่อกลับมาสถานีคาวากูชิโกะกันจ้าา บริเวณสถานีมีตู้ฝากกระเป๋าด้วยน้า สะดวกมากสำหรับคนลากกระเป๋ามาพักที่นี่ด้วย และเดินสำรวจบริเวณสถานีวิวถ่ายรูปก็สวยใช้ได้เลยนะเนี่ย

ระหว่างรอรถไฟกลับโตเกียว เหลือบไปเห็นร้านอาหารที่่อยู่ตรงข้ามสถานีคาวากูขิโกะเลย วิวมันต้องดีแน่ๆ ไม่ลังเลที่จะเข้าไปนั่งรับประทานกันจ้าา วิวสวยสมใจจริงๆครับบ

รถไฟไปโตเกียวมาแล้วจ้าา นั่งรถกลับโตเกียวแบบหลับยาวๆเลย อิ่มแปร่เลยยย

ถึงสถานีโตเกียว อย่างแรกที่ทำคือต้องไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้กันก่อนจ้า แล้วตั้งใจหาร้านอาหารที่บริเวณชั้นใต้ดินของสถานีโตเกียวกินกันต่อ

ขอบอกว่าร้านอาหารเยอะมาก เดินวนไปสองรอบ ตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าจะเข้าร้านไหน น่ากินทุกร้าน คิวก็เยอะเช่นกัน
เลยมาจบที่ร้านชูชิแบบนั่งทานที่เคาน์เตอร์แบบง่ายๆ ดูน่ารับประทานและคิวคนรอไม่เยอะด้วย

เข้ามาภายในร้าน มีที่ฝากกระเป๋าเดินทาง แล้วเข้ามาเลือกเมนู โดยราคาตามคุณภาพอาหาร ชูชิทูน่าดี ชูชิหอยเม่นดีมากก

กินคาวไม่กินหวานได้ยังไง ก่อนจะนั่งรถไปนาโกย่า เลยแวะนั่งกินวาฟเฟิลรอเวลาขึ้นรถจ้าา

เตรียมตัวนั่งรถไปนาโกย่า โดยรอบรถเราเที่ยว 24.30 เป็น รถบัสสีเขียว เป็นครั้งแรกที่นั่งรถบัสเดินทางโดยรถบัสแวะพักทุก 2 ชั่วโมง และพัก 45 นาที แล้วเดินทางต่อจนถึงนาโกย่าเช้าพอดี

เดินทางถึงนาโกย่าช่วงก่อน 8 โมงตามกำหนดการกับอาการที่แอบง่วงนิดๆเพราะนอนในรถไม่ค่อยหลับ แม้บนรถจะปิดม่านด้านหน้าแล้วก็ตาม เลยเดินแบบมึนๆจากจุดลงรถ
มายังสถานี Nagoya station ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดลงรถ

โรงแรมที่เลือกพักที่คืนสุดท้ายในทริปนี้ที่นาโกย่า คือ

อีกโรงแรมของ APA ห้องเล็กอุปกรณ์ครบ โดยโรงแรมตั้งอยู่ที่นาโกย่า ราคาเริ่มต้นที่ พันต้นๆเท่านั้น มีอาหารเช้า แถมพิเศษที่นี่มีออนเซ็นต์ให้แช่ฟรีด้วยนะ ใกล้สถานีรถไฟ Marunouchi เดินขึ้นทางออก 3 เจอเลย แต่ถ้าเยอะขึ้นลิฟต์ทางออก 5 นะจะ

สำรวจที่พักกันเป็นที่เรียบร้อย ที่แรกสำหรับการเที่ยวเมืองนาโกย่า ก็คือ ปราสาทนาโกย่า!!! โดยซื้อตั๋ว Nagoya city bus & Subway pass ในราคา 620 เยน จัดไปเที่ยวแบบเต็มวันคุ้มแน่นอน

เดินทางมาถึงป้ายหน้าทางเข้าปราสาทนาโกย่า หิวมากก หาอะไรรองท้องกันซะหน่อย แวะร้านนี้แล้วกัน ไม่ใช่อะไร มันเปิดอยู่ร้านเดียวจ้าาา 555

อิ่มท้องมีพลังเดินเที่ยวกันแล้ว เข้าไปเที่ยวต่อภายในปราสาทนาโกย่า โดยต้องเสียค่าเข้าชม 640 เยน ตั๋วน่ารักทีเดียว พร้อมแล้วไปเที่ยวกันน

เข้ามาภายในมีต้นซากุระกำลังเริ่มบาน สีขาวแซมตามต้นยังสวย ถ้าบานเต็มต้นมันจะสวยขนาดไหนน

เข้ามาด้านในก็จะเจอกับ ปราสาทนาโกย่าหลังใหญ่ คอยต้อนรับให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันแล้ว มันยิ่งใหญ่สวยงามจริงๆ

เนื่องด้วยพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับไทยแล้ว เลยแวะซื้อของฝากและชอปปิ้งก่อนเดินทางกลับที่พัก รอบนี้ตั้งใจแวะ donkihote กัน
ร้านที่นี่มีทั้งหมด 4 ชั้น แบ่งของค่อนข้างเป็นสัดส่วนตามชั้นชัดเจนเลย

ชั้นแรก จะเป็นพวกเครื่องดื่มกับครีม ยาต่างๆ เดินหาชั้นแรกได้เลยฮะ และยังมีจุดชำระเงินหลักด้วย

ขึ้นมาชั้นที่ 2 จะมีค่อนข้างหลากหลายมาก ทั้งขนม เครื่องสำอาง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ภาพมันบรรยายเอาเนอะ เยอะจริงๆ ชั้นนี้

ขึ้นมาชั้นที่ 3 จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเคสโทรศัพท์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ขึ้นมาชั้นบนสุด จะมีสินค้าแบรนด์เนม น้ำหอม กระเป๋า นาฬิกา ชั้นนี้สุดทุกอย่างทั้งคุณภาพและราคา

เดินมาต่อร้าน Bookoff สาขานี้เป็น Super Bazzaar ถือว่าเป็นสาขาใหญ่และของมีเยอะ โดยหลักๆ Bookoff จะมีพวกฟิกเกอร์เยอะมาก หนังสือ กระเป๋าก็พอมีให้เลือกชอปปิ้ง

เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เพื่อเตรียมตัวไปสนามบินกันแล้ว

จริงๆเที่ยวบินเราออกเที่ยงๆ แต่ตั้งใจมาถึงสนามบิน chubu centrair international airport ไวหน่อย เพราะสนามบินนี้พิเศษตรงที่มีเครื่องบินในอาคารสนามบินที่มีการแสดงแสงสีเสียงด้วย

ค่าใช้จ่ายทริปเที่ยว ดิสนีย์ซี สกีรีสอร์ท ฟูจิ นาโกย่า สนุกสุดมันส์

✈️ ค่าตั๋วเครื่องบิน คนละ 10,000 บาท (ราคานี้รวมน้ำหนักกระเป๋า 25 กิโลกรัมต่อ 2 คน)
💃 ค่ารถไฟ Tokyo wide Pass / รถเมล์สีแดงชมฟูจิ / รถทัวร์ข้ามเมือง / Nagoya city bus & Subway pass คนละ 18000 เยน = 6,300 บาท
🤗 ค่าเข้าชม Tokyo Disney Sea 7,500 เยน / ค่าเข้า Ski resort + ค่าเช่าอุปกรณ์ต่างๆ 12000 เยน /ค่าเข้าชม Tokyo onepiece tower / ค่าขึ้นจุดชมวิวฟูจิ รวมๆแล้ว ประมาณคนละ = 7,500 บาท
🏢 โรงแรม สามคืน คนละ 3,500 บาท
💸 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ กิน ไม่รวมช้อปปิ้ง คนละ 6,500 บาท
รวมทั้งสิ้นตกประมาณคนละ 33,800 บาท SAY กลมทริปนี้ประมาณคนละ 35,000 บาท

สำหรับท่านใดสนใจตามรอยผมสงสัยตรงไหน สามารถ Inbox มาสอบถามทางเพจ Facebook ได้เลยนะครับ

สุดท้ายขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามอ่านจนจบนะครับ และสามารถติดตามเรื่องราวการเดินทางของเราเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/TeawMuNDotCom/

สำหรับทริปต่อไปจะไปเที่ยวที่ไหน อย่าลืมติดตามกันอย่างเหนียวแน่นแบบนี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ….

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: